
คงภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง2%
ครม.เห็นชอบมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ปี 2554 ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน พร้อมคงอัตราภาษีกากถั่วเหลือง 2% พาณิชย์ชี้เพื่อดูแลเกษตรกรในประเทศ
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบนโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปี 2554 สำหรับการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ 3 ชนิด ได้แก่ กากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปลาป่น กรณีกากถั่วเหลือง กำหนดให้นำเข้าภายใต้องค์การการค้าโลก ในโควตากำหนดภาษีนำเข้า 2% และผู้มีสิทธินำเข้า 8 สมาคม และมีเงื่อนไขให้นำเข้าต้องรับซื้อกากถั่วเหลืองที่ผลิตจากเมล็ดถั่วเหลืองในประเทศในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 11.25 บาท ณ หน้าโรงงานสกัดน้ำมันพืชตลาดกทม.ทั้งนี้ หากมีผู้อื่นขอมีสิทธินำเข้ารายใหม่ให้อยู่ในดุลพินิจของประธานกรรมการนโยบายอาหาร ส่วนการนำเข้านอกโควตากำหนดภาษี 119%
ขณะที่การนำเข้าภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนมีอัตราภาษี 0% ส่วนการนำเข้าภายใต้เอฟทีเอไทย-นิวซีแลนด์ ไทย-ออสเตรเลีย เจเทปาอัตราภาษีนำเข้าในโควตา 0% เอฟทีเอเกาหลีภาษีนำเข้าในโควตา 5.56% ส่วนทั่วไปภาษีนำเข้า 6% และค่าธรรมเนียมพิเศษตันละ 2,519 บาท โดยไม่จำกัดปริมาณและช่วงเวลานำเข้า
สำหรับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้กรอบดับเบิลยูบีโอในโควตากำหนดภาษี 20% ปริมาณโควตา 54,700 ตัน โดยให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นผู้นำเข้าและกำหนดระยะเวลานำเข้าระหว่าง 1 มีนาคม-30 มิถุนายน 2554 ส่วนภาษีนำเข้านอกโควตาอยู่ที่ 73% และค่าธรรมเนียมพิเศษตันละ 180 บาท ส่วนกรณีปลาป่น กำหนดให้การนำเข้าภายใต้เขตการค้าเสรีทุกเขตภาษีนำเข้า 0% ขณะที่เจเทปาช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2554 ภาษีนำเข้า 3.33% และช่วงเดือนเมษายน-ธันวาคม 2554 อัตราอยู่ที่ 1.67%
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การคงอัตราภาษีในส่วนการนำเข้ากากถั่วเหลืองที่ 2% เพื่อดูแลเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองในประเทศ ที่ปัจจุบันมีผลผลิตประมาณ 2 แสนตันต่อปี และจะไม่ทำให้ผู้บริโภคน้ำมันถั่วเหลืองได้รับผลกระทบอีกทั้งทำให้รัฐบาลไม่ต้องสูญเสียรายได้จากการลดภาษีอีกปีละ 600 ล้านบาท เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าผลดีกับผลเสียไม่คุ้มค่ากัน



