ข่าว

ดันพัฒนาสิ่งทอไทยสู่กรีนโปรดัก

ดันพัฒนาสิ่งทอไทยสู่กรีนโปรดัก

17 พ.ย. 2553

อุตสาหกรรมเปิดตัว 13 โครงการหวังพัฒนาสิ่งทอไทยปี 54 สู่กรีน โปรดักเพิ่มมูลค่าสินค้าเจาะตลาดโลก หวั่นรายย่อยไม่มีเงินทุนเพียงพอ ดันจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือ

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดตัว 13 โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยปี 2554 ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเดินหน้าโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดยมีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ กรีน โปรดัก จากที่ปีนี้พบว่าสิ่งทอไทยขยายตัวกว่า 20% มูลค่ารวม 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปีหน้าคาดว่าจะเติบโตมากกว่า 20% แต่สิ่งที่เป็นห่วงคืออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก อาจมีเงินทุนไม่เพียงพอจึงอาจพิจารณาจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือต่อไป

 สำหรับในปีนี้กระทรวงได้สนับสนุนให้มีการจับกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กแล้ว 10 กลุ่ม กลุ่มละ 35 ราย รวม 350 ราย ตั้งเป้าปีหน้าจะมีการรวมคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในจำนวนเท่ากัน

 นายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า ในปี 2554 จะเดินไปตามแผนเพิ่มผลผลิตและโครงการสิ่งทอครบวงจรพร้อมกับการใช้ประโยชน์สูงสุดจากความได้เปรียบด้านทรัพยากร สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ซึ่งยากต่อการลอกเลียนแบบ และเป็นทิศทางที่ก่อให้เกิดความยั่งยืน

 ปัจจุบันไทยส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มรวม 7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้มีสัดส่วนของ Green Textile Product ประมาณ 10% ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปตลาดสหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น โดยผู้บริโภคยินดีจ่ายแพงกว่า 20-30% ซึ่งขณะนี้ไทยเป็นผู้นำของอาเซียน ขณะที่ประเทศที่มีการพัฒนา กรีน โปรดักแล้วนำโดยสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน

 ทั้งนี้ จะเห็นได้จากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2551 กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐ 25% จัดซื้อสินค้ากรีน โปรดัก 25% ปี 2552 หน่วนยงานภาครัฐ 50% จัดซื้อสินค้ากรีน โปรดัก  30% ปี 2553 หน่วยงานภาครัฐ 75% จัดซื้อเพิ่มเป็น 40% และปี 2555 หน่วยงานภาครัฐ 100% ต้องจัดซื้อสินค้าที่เป็นกรีน โปรดัก 60% โดยกรมควบคุมมลพิษเป็นผู้กำหนดระเบียบในรายละเอียดในการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป