
ศูนย์วิจัยกสิกรฯเปิด"ดัชนีราคาข้าว"มั่นใจเก็บข้อมูลครบ-สะท้อนภาวะตลาดชัดเจน
ศูนย์วิจัยกสิกรเปิดตัว "ดัชนีราคาข้าว" ชูจุดเด่นสะท้อนภาวะตลาดข้าวได้ชัดเจนขึ้น มองราคาข้าวมีแนวโน้มปรับขึ้น จากความต้องการในตลาดโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ชี้ปี 54 ต้องจับตามองผลผลิตเวียดนาม และอินเดียว่าจะกลับเข้ามาเป็นผู้ส่งออกข้าวหรือไม่
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ได้เปิดตัว “ดัชนีราคาข้าว” (KR Price Index : Rice) เป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยดัชนีราคาข้าวมีจุดเด่น คือ เป็นการคำนวณถ่วงน้ำหนักตามประเภทข้าว ซึ่งจะสะท้อนภาวะตลาดข้าวได้ชัดเจนขึ้น โดยจะประกอบไปด้วยดัชนีราคาเกษตรกรขายได้ ดัชนีราคาขายส่งหน้าโรงสี ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคาเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งสำคัญ ทำให้ได้ภาพครอบคลุมครบถ้วน นอกจากนี้ ยังเป็นการจัดรวบรวมข้อมูลราคาข้าวอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถศึกษาสถานการณ์ข้าวย้อนหลังได้ โดยการคำนวณดัชนีทั้งหมดนั้นใช้ปี 2548 เป็นปีฐาน
สำหรับการเปิดตัวดัชนีราคาข้าวในครั้งนี้ มีการสรุปสถานการณ์ข้าวในเดือนตุลาคม 2553 พร้อมทั้งการคาดการณ์สถานการณ์ราคาข้าวในช่วงที่เหลือของปี 2553 และแนวโน้มปี 2554 โดยแนวโน้มราคาข้าวในช่วงที่เหลือของปี 2553 นั้น คาดว่า ราคาในตลาดโลกยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการข้าวในตลาดโลก และผลจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งอาจทำให้ปริมาณการผลิตข้าวลดลง และส่งผลต่อเนื่องให้ราคาข้าวไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นเช่นกัน
ขณะที่แนวโน้มสถานการณ์ข้าวในปี 2554 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ราคาข้าวของไทยยังขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงช่วงไตรมาสแรกปี 2554 หลังจากนั้นต้องรอดูปริมาณผลผลิตข้าวนาปรัง ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเนื่องจากการปลูกชดเชยข้าวนาปีที่เสียหายจากภาวะน้ำท่วม โดยจะกระทบต่อราคาข้าวขาว แต่คาดว่าราคาข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวยังอยู่ในเกณฑ์สูงต่อเนื่องทั้งปี 2554 ส่วนปัจจัยที่ยังต้องจับตามอง คือ ผลผลิตข้าวของเวียดนาม ซึ่งจะกระทบภาวะการแข่งขันในการส่งออกข้าวในตลาดโลก และการตัดสินใจของอินเดียว่าจะกลับเข้ามาเป็นผู้ส่งออกข้าวหรือไม่
นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ประธานบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ยังต้องเผชิญปัจจัยลบจากปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจทำให้เงินบาทแข็งค่ารวดเร็ว กระทบการส่งออกของไทย ขณะที่การบริโภคของภาคเอกชนชะลอตัว แต่ได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับคืนสู่ระดับปกติ โดยเมื่อรวมปัจจัยทุกด้านแล้ว คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 อาจชะลอลงและมีอัตราขยายตัวเพียง 0.8-1.8% และเศรษฐกิจทั้งปี 2553 คาดว่าจะขยายตัว 6.8-7% ส่วนมูลค่าความเสียหายจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา ประเมินว่ามีประมาณ 32,400-54,200 ล้านบาท



