
เอเชี่ยนเกมส์ศักดิ์ศรีจีนศักดิ์ศรีเอเชีย
เปิดไปได้ห้าวันแล้ว สำหรับการแข่งขันกีฬาที่สำคัญที่สุดของชนชาติชาวเอเชีย เอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 16 มีสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศพี่ใหญ่ในภูมิภาคแห่งนี้ เป็นเจ้าภาพ
สำหรับคนที่มีโอกาสได้ดูการถ่ายทอดพิธีเปิดการแข่งขันเมื่อเย็นวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คงไม่ปฏิเสธว่าจีนเขาจัดงานได้ยิ่งใหญ่อลังการ ยอดเยี่ยม และน่าทึ่งไม่แพ้พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จีนเพิ่งจะเป็นเจ้าภาพรายล่าสุดไปเมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา ด้วยค่าใช้จ่ายที่จีนทุ่มไปไม่ใช่น้อย แต่ว่ากันว่าเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักของความสำเร็จเพราะแม้ประเทศอื่นๆ ที่ร่ำรวยเงินทอง หากไม่มีพลังประชาชนมหาศาลที่พร้อมกันมาแสดงและมาร่วมงานด้วยหัวใจนับหมื่นๆ คนอย่างจีน ก็ไม่น่าจะมีประเทศไหนทำได้ดีเท่า
อันที่จริงตำนานของเอเชี่ยนเกมส์มีมานานพอสมควร เริ่มตั้งแต่ปี 2490 หรือ 63 ปีที่แล้ว โดยมี 6 ประเทศที่เป็นเสมือนคณะผู้ก่อการ คือ จีน เกาหลี พม่า ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และอินเดีย ด้วยเหตุที่เป็นหนึ่งในประเทศตัวตั้งตัวตีสำคัญ อินเดียจึงได้รับเกียรติให้เป็นประเทศเจ้าภาพรายแรกในการจัดแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2494 โดยมีกีฬาที่ใช้แข่งขันเพียง 6 ชนิด คือ ฟุตบอล บาสเกตบอล กรีฑา ยกน้ำหนัก จักรยาน และว่ายน้ำ ซึ่งปีนั้นไทยเราไม่ได้เหรียญเลยแม้แต่เหรียญเดียว ครั้งที่สอง จัดที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
เอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 3 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2501 น่าจะมีความหมายกับไทยเป็นพิเศษ เพราะเป็นครั้งแรกที่เราเริ่มจะได้เหรียญกับเขาบ้าง คือ 3 เหรียญทอง กับ 1 เหรียญเงิน และหลังจากนั้นเราก็ค่อยๆ พัฒนาโดยได้เหรียญมากขึ้นตามลำดับ ในการแข่งขันครั้งที่ 4 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ครั้งที่ 5 และ 6 ที่กรุงเทพฯ ครั้งที่ 7 ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งคราวนั้นจำนวนเหรียญของไทยเพิ่มเป็น 11 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน และ 20 เหรียญทองแดง
ข้อมูลที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งคือ ตลอดการแข่งขันตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 8 ประเทศที่คว้าเหรียญไปครอบครองมากที่สุดทุกครั้งคือญี่ปุ่น แต่การแข่งขันครั้งที่ 9 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียก็น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งหนึ่งของกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ นั่นคือการเข้ามาร่วมวงของจีนเมื่อสองครั้งก่อนหน้า และนับแต่ครั้งที่ 9 เป็นต้นมาตำแหน่งประเทศผู้คว้าชัยได้เหรียญครอบครองมากที่สุดตกมาอยู่ในมือของจีนอย่างต่อเนื่องและไร้เทียมทาน สรุปก็คือ ตั้งแต่แข่งกันมา 15 ครั้ง มีประเทศที่ได้เหรียญทองมากที่สุดมีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น
ด้วยความที่กวางโจว หรือกวางเจา เป็นเมืองสำคัญอันดับหนึ่งของมณฑลกวางตุ้ง มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 3,000 ปี ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำที่สำคัญของจีน คือแม่น้ำจูเจียง แม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสามของจีน รองจากแยงซีเกียง และฮวงโห (แม่น้ำเหลือง) แม่น้ำที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมทางทะเล ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าเสรีแห่งแรกและแห่งเดียวของจีนที่เปิดรับการเข้ามาของกองเรือค้าขายจากต่างชาติ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสามของเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของจีน ดังนั้น บรรยากาศของพิธีเปิดจึงเนรมิตขึ้นด้วยบรรยากาศของท้องน้ำและขบวนเรือเป็นหลัก
ในยามที่โลกแบ่งความเป็นทวีป เป็นอาณาจักรฝักฝ่ายชัดเจนขึ้น ด้วยท่าทีทางการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร เช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของจีนในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จึงไม่น่าจะเป็นเพียงการแสดงออกถึงแสนยานุภาพและศักยภาพที่สูงส่งของจีนเท่านั้น หากแต่น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและศักดิ์ศรีของชาวเอเชียทั้งมวลด้วย เพียงแต่เราช่วยกันลดการแก่งแย่งแข่งขันและรบราฆ่าฟันกันเองให้น้อย และหลอมรวมพลังกันได้อย่างกลมเกลียว ความเป็นทวีปมหาอำนาจก็จะอยู่แค่ปลายนิ้ว
บัญญัติ คำนูณวัฒน์



