
วิกฤติรัฐธรรมนูญ
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า รัฐบาลภายใต้การบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ใน 2 ประเด็น คือ มาตรา 190 ที่ว่าด้วยการทำสนธิสัญญากับต่างประเทศต้องผ่านความเห็นชอบจากสภา
และมาตราที่ว่าด้วยการเลือกตั้ง ที่เดิมกำหนดให้มีการเลือกตั้งแบบ "แบ่งเขตเรียงเบอร์" มาเป็นระบบเขตเดียวเบอร์เดียว หรือ "วันแมนวันโหวต" ซึ่งมาตรา 190 ไม่มีใครขัดข้อง เพราะต่างเห็นพ้องต้องกันตั้งแต่ต้น แต่สำหรับการแก้ไขระเบบเขตเลือกตั้งนั้น แม้แต่คนของพรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะเล็งเห็นว่า น่าจะเป็นระบบที่เปิดช่องให้มีการซื้อเสียงง่ายขึ้น
เมื่อท่าทีของนายกฯ อภิสิทธิ์ ออกมาชัดเจนว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีประเด็นระบบเขตเลือกตั้งเข้าไปด้วย จึงเริ่มมีเสียงจากมวลสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาให้ได้ยินกันดังๆ ไม่ว่าจะเป็น "พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล" ที่บอกว่า "ไม่รู้จะหาเรื่องแก้ไปทำไม" หรือแม้กระทั่งน้ำเสียงจาก "นิพนธ์ บุญญามณี" ก็ออกมาบอกว่า ถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นจะก่อให้เกิดวิกฤติการเมืองรอบใหม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะทุกครั้งที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วย และคนที่ไม่เห็นด้วย บทเรียนที่ผ่านมาก็บ่งชี้ให้เห็นกันอยู่แล้วว่า เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีวิกฤติการเมืองเกิดขึ้นทุกครั้ง
หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น พันธมิตรฯ ก็เตรียมออกมาคัดค้านอยู่แล้ว รวมทั้งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ หรือ นปช. ก็พร้อมจะออกมาทวงถามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของ นพ.เหวง โตจิราการ ที่ยื่นให้สภาพิจารณามานานแล้ว แต่ถูกดองเค็มมาอย่างต่อเนื่อง ถ้ารัฐบาลยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็นนี้เข้าไป นปช.ก็จะออกมาทวงถามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเช่นกันว่า ทำไมสภาไม่หยิบขึ้นมาพิจารณา ทั้งๆ ที่มีประชาชนผู้เป็นเจ้าของสิทธิ์อันแท้จริงลงชื่อไปกว่า 5 หมื่นชื่อ
เข้าใจได้ว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ โดนแรงบีบจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่น้อยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็จะกลายมาเป็นตัวเร่งให้การเมืองเร่าร้อนขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะเป็นดัชนีให้นายกฯ อภิสิทธิ์ ตัดสินใจง่ายขึ้น และเร็วขึ้นในการ "ยุบสภา" เพราะก่อนหน้านั้น นายกฯ อภิสิทธิ์ เคยลั่นวาจาไว้แล้วว่า ถ้าบ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจดีขึ้น ก็จะตัดสินใจคืนอำนาจให้แก่ประชาชน และยังบอกด้วยว่า ปีหน้าจะมีการเลือกตั้งแน่นอน แม้จะไม่บอกว่าจะมีการเลือกตั้งช่วงไหน แต่มีช่วงเวลาที่ชัดเจนขึ้นแล้วว่า จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญขึ้น นายกฯ อภิสิทธิ์ อาจต้องตัดสินใจยุบสภาก่อนกำหนดก็เป็นได้



