ข่าว

หาของกิน

หาของกิน

16 พ.ย. 2553

ช่วงก่อนที่จะมา "กวางโจวเกมส์" เชื่อว่าทั้งนักข่าว นักกีฬา และใครก็ตามที่มาเมืองจีนคงวาดฝันที่จะได้รับประทานเมนูอาหารจีนอันเลืองชื่อ แต่เอาเข้าจริงๆ ผมอยู่มา 10 วันเต็มๆ ยังไม่เจอประเภทโดนๆ เลยครับ


จริงๆ แล้วอาหารจีนรสโอชาน่าจะมีให้ชิมแน่ แต่อาจจะหาไม่เจอ เพราะวันๆ เวียนวนอยู่แค่โรงแรม สนามกีฬา และศูนย์สื่อสารมวลชน
  แถวโรงแรมที่พวกเราพัก แม้จะเป็นในย่านตัวเมือง แต่อาหารก็มีให้เลือกไม่มาก ประเภทร้านอาหารตามสั่งแบบหาได้ง่ายๆ ในบ้านเราแทบไม่ค่อยเห็น
พอเจอร้านที่เป็น “ฟาสต์ฟู้ด” ก็ดันเจอปัญหาและอุปสรรค คือ สื่อสารไม่ได้ คุยกันไม่รู้เรื่อง คนจีนไม่นิยมพูดอังกฤษครับ เวลาจะทานอะไรที ต้องคอยดูตามรูปถ่ายแล้วก็ชี้ๆ เอาว่าจะเอาอะไร กว่าจะได้ทานแต่ละมื้อเล่นเอาเมื่อยมือเมื่อยปาก


  ร้านอาหารสไตล์ “ฟาสต์ฟู้ด” ชื่อดังของจีนคือ “เจิ่นกงฟู” ที่มีโลโก้เป็นรูป บรูซ ลี ดารานักกังฟูชื่อดังของจีนยักไหล่ตั้งท่ากังฟูอยู่หน้าร้าน
  แต่ร้านนี้กำลังมีคดีฟ้องร้องกันอยู่ เพราะเครือญาติของ บรูซ ลี ทำเรื่องฟ้องเอา ด้วยเหตุที่ร้านไม่ยอมขอลิขสิทธิ์แต่มามั่วใช้ บรูซ ลี เป็นพรีเซนเตอร์ฟรีๆ
คดีความเป็นอย่างไรไม่ทราบได้ แต่ร้าน “เจิ่นกงฟู” นี่มีกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมือง เมนูอาหารก็ง่ายๆ ครับ ข้าวสวยถ้วย กับข้าวอีกอย่าง แล้วก็น้ำซุบ เท่านี้แหละ
  สนนราคาไม่แพงมากมาย เริ่มต้นที่ชุดละประมาณ 12-13 หยวน หรือ 60-70 บาท เรียกว่าทานกันได้สบายๆ แต่ถ้าทานบ่อยๆ แบบพวกผมที่หาอย่างอื่นกินไม่ค่อยได้ก็เบื่อ
ถ้าใครไม่ชอบของหนัก อยากทานฟาสต์ฟู้ดแบบกึ่งหนักกึ่งเบา ที่เมืองจีนจะมี “แมคโดนัลด์” เป็นอาหารยอดฮิตเหมือนกัน
  แต่คนจีนไม่ได้เรียก “แมค” เหมือนเรานะครับและไม่รู้จักชื่อนี่ด้วย คนจีนเขาเรียกว่า “ม่าย ตาง เหลา”


นักข่าวไทยนี่แทบจะเบื่อ “ม่าย ตาง เหลา” กันหมด เพราะในศูนย์สื่อมวลชนมีขายอยู่แค่อย่างเดียว ตามสิทธิ์ที่ “แมค” เป็นสปอนเซอร์ของ “กวางโจวเกมส์”
 ใครที่คิดจะทาน “เขิ้น เต๋อ จี” หรือ “เคเอฟซี” ต้องหาไปกินที่อื่น ส่วนคนที่ชอบทานกาแฟหากนิยม “สตาร์บัคส์” ต้องถามหาคำว่า “ซิง ปา เคอ”
  ที่ศูนย์สื่อมวลชนมีห้องอาหารไว้บริการเหมือนกัน เปิดให้ทานในระบบ “บุฟเฟ่ต์” ช่วงแรกที่มาใหม่ๆ วางเรตราคาไว้ที่ 50 หยวน หรือ 250 บาท แต่โดนคนบ่นและต่อว่ากันเยอะ แถมไม่ค่อยมีใครกินอีกต่างหาก สุดท้ายเลยต้องลดมาเหลือแค่ 10 หยวนหรือ 50 บาทถูกกว่าอาหารตามสั่งทั่วไปเสียอีก แต่เมนูอาหารก็ไม่ได้เลิศหรูอะไร แค่พื้นๆ มีเมนูกับข้าวอาหารจีนไม่กี่อย่าง แล้วก็พวกสลัดหรืออาหารสไตล์ตะวันตกอีกนิดหน่อย


  เทียบกับสมัย “โดฮาเกมส์” แล้วต้องบอกว่าคนละเรื่อง ที่กาตาร์นี่อย่างหรู เมนูมีครบทั้งไทย จีน ตะวันตก พร้อมกับของหวานล้างปากระดับ “ไอศกรีมฮาเก้น ดาส” แต่สนนราคาก็ต่างกันด้วยละ ที่กาตาร์ถ้าจำไม่ผิดตกบุฟเฟ่ต์มื้อละ 500 บาท เรียกว่าห่างจากที่จีนเป็น 10 เท่า
  ถือซะว่าแค่รับประทานประทังชีวิต เพื่อมีเรี่ยวแรงทำงาน ส่วนเมนูอาหารจีนอันเลืองชื่อนั้นขอติดค้างเอาไว้ก่อน
  เวลายังมีเหลืออีกหลายวัน รับประกันว่าจะต้องไปตามหาของกินประเภท “เห่าชือ” (อร่อยๆ) ให้ได้ ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงเมืองจีนครับ