ข่าว

ตะกร้อต้องได้ 4 ทอง
 ต่ำกว่านี้ "ล้มเหลว"

ตะกร้อต้องได้ 4 ทอง ต่ำกว่านี้ "ล้มเหลว"

16 พ.ย. 2553

เซปักตะกร้อ นับเป็นกีฬาความหวังของคนไทยทั้งชาติ ที่ต้องการอยากเห็นธงชาติไทยโบกสะบัดพร้อมยืนตรงร้องเพลงชาติไทยให้ดังกระหึ่มร่วมกันในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน

  ยิ่งจอมหวดลูกพลาสติก (ทีมเดี่ยว, ทีมชุดชาย) จากแดนสยาม มีดีกรีศักดิ์ศรีค้ำคอในฐานะ "แชมป์เก่า" เจ้าของเหรียญทอง 3 สมัยติดต่อกัน นับตั้งแต่ทวงความยิ่งใหญ่คืนได้ใน "บางกอกเกมส์" เมื่อปี 2541 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
 ทำให้ถูกจับตามองเป็นเต็ง 1 แบบปฏิเสธเสียมิได้ว่า ตะกร้อไทยจะสร้างประวัติศาสตร์แรกคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 4 
 ล่าสุดสมาคมได้ประกาศรายชื่อนักกีฬาทั้งหมดออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย ทีมชาย ภายใต้การนำทัพของ “เจ้าโจ้” ร.ต.อ.สืบศักดิ์ ผันสืบ จอมเสิร์ฟหลังเท้าบันลือโลก “โอเล่ย์” สุริยัน เป๊ะชาญ หน้าซ้ายชงมากประสบการณ์ ตำแหน่งแบ็กมี เกรียงไกร แก้วเมียน, วีระวุฒิ ณ หนองคาย, กฤษณะ ธนะกรณ์ และศิริวัฒน์ สาขา ตำแหน่งตัวทำ ร.ต.ท.สิงหา สมสกุล, พรชัย เค้าแก้ว, ศุภชัย มณีนาถ, อนุวัฒน์ ชัยชนะ ตำแหน่งตัวชง ภัทรพงษ์ ยุพดี และ สมพร ใจสิงหล


 ส่วนทีมหญิงครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะทีเดียวจากชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ลาว ดาวรุ่งหน้าใหม่ติดมาหลายคน ประกอบด้วย ตำแหน่งแบ็ก 4 คน นิตินัดดา แก้วคำไสย์, สุนทรี รูปสูง, วันวิสาข์ จันทร์แก่น, พิกุล สีดำ, ตำแหน่งตัวทำ 4 คน ธิดาวรรณ ดาวสกุล, นิสา ธนะอรรถวุฒิ, ดารณี วงศ์เจริญ, พยอม ศรีหงษา และตำแหน่งหน้าซ้ายชง 4 คน นรีรัตน์ (อารีรัตน์) ตาขัน, แก้วใจ พุ่มสว่างแก้ว, มัสยา ด้วงศรี กับ รุ่งทิพย์ ตะนะขิง
 ขณะที่น้องใหม่ใน "กวางโจวเกมส์" ทีมหญิงก็มี พิกุล สีดำ, ดารณี วงศ์เจริญ, มัสยา ด้วงศรี, รุ่งทิพย์ ตะนะขิง, วันวิสาข์ จันทร์แก่น ส่วนทีมชายก็มี อนุวัฒน์ ชัยชนะ, ศุภชัย มณีนาถ, กฤษณะ ธนะกรณ์, วีระวุฒิ ณ หนองคาย, ศิริวัฒน์ สาขา และ ภัทรพงษ์ ยุพดี
 โดย "บิ๊กจา" พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ ประมุขใหญ่ตะกร้อไทยประกาศก้องเอาไว้ว่า จะคว้า 4 เหรียญทองกลับบ้าน จาก 4 รายการที่ส่งไปคือ ทีมชุดชาย, ทีมชุดหญิง, ทีมเดี่ยวชาย และทีมเดี่ยวหญิง


 ทั้งที่จริงการชิงชัยเหรียญทองในกีฬาตะกร้อมีทั้งหมด 6 รายการ แต่เจ้าภาพจีนได้กำหนดให้แต่ละชาติส่งทีมเข้าร่วมได้เพียงแค่ 4 รายการเท่านั้น ขณะที่ตัวเองสามารถส่งได้เต็มอัตราศึกทั้ง 6 รายการ เพราะมองว่า ศักยภาพของนักกีฬาตัวเองเป็นรองไทยและมาเลเซียอยู่หลายช่วงตัว
 อย่างไรก็ตามคู่ต่อกรสำคัญของทีมชายมีเพียงแค่ "เสือเหลือง" มาเลเซีย คู่ปรับตลอดกาลชาติเดียวเท่านั้น จากการฟิตซ้อมที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง ผสมผสานกับทีมเวิร์กและความสามารถเฉพาะตัวของนักกีฬาแต่ละคนฟันธงตรงนี้เลยว่า 2 เหรียญทองได้ชัวร์
 ล่าสุด กมล ตันกิมหงษ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาย เผยว่า เวลานี้ทีมมีสภาพความพร้อมสมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ในการรักษาแชมป์อีกสมัย ผู้เล่นแต่ละคนสามารถทดแทนกันได้ตลอด ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเด็กใหม่กับตัวเก๋าเข้ากัน มั่นใจว่า จะคว้าเหรียญทองทั้ง 2 รายการกลับมาแน่ เวลานี้ทีมเราไม่กลัวอะไรแต่แค่กลัวจิตใจของเด็กเท่านั้นว่า จะควบคุมสมาธิได้ดีแค่ไหน หากทำได้เหมือนฝึกซ้อมมาทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายแน่ 


 ขณะที่ทีมหญิงต้องลุ้นกันเหนื่อยหน่อยเพราะสาว "สกุลเหงียน" เวียดนาม ที่เคยทำสาวไทยน้ำตาตกในซีเกมส์ ครั้งที่ 22 ที่เวียดนาม มาแล้ว ณ วินาทีนี้กำลังพัฒนาดีขึ้นมาก แถมยังมีทีเด็ดอาศัยการฟาดหน้าเน็ตไม่เป็นสองรองใคร ยิ่งไทยไปในฐานะแชมป์เก่า ความกดดันต่างๆจะเอนเอียงมาที่เรามาก หากเริ่มเกมมาคะแนนเราไล่ตามหลังคู่แข่ง หรือสมาธิไม่นิ่งพอมีสิทธิ์ลิ้นห้อยแน่
 แต่ด้วยศักยภาพของจอมหวดลูกพลาสติกแม่เนื้อนิ่มไทย ที่ส่วนใหญ่ประเภท มองตาก็รู้ใจ แถมแต่ละตำแหน่งสามารถทดแทนกันได้ตลอดไม่น่าทำ 2 เหรียญทองหลุดมือแน่


 โดย "ซันชิโร่" วีรัส ณ หนองคาย หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราได้ส่งนักกีฬาไปร่วมแข่งขันปรีเอเชี่ยนเกมส์ ที่จีนมา ทำให้รู้จุดบกพร่องที่จะกลับมาปรับปรุงแก้ไขหลายอย่าง โดยเฉพาะจังหวะการเข้าทำที่เฉียบขาดกว่านี้ ส่วนเกมรับก็ต้องเหนียวแน่นอย่าเสียลูกง่ายๆ เพราะคู่ชิงชนะเลิศกับเรามี เวียดนาม ชาติเดียวเท่านั้นที่เราจะต้องสยบให้คามือ
 ณ ตรงนี้ขอฟันธงเลยว่า ทัพเซปักตะกร้อไทยต้องซิว 4 เหรียญทองกลับมา หากต่ำกว่านี้ถือว่า "ล้มเหลว" แถมยังต้องเอาปี๊บคลุมหัวกล้บบ้านด้วย
อภิชาติ ทระวีวัฒน์ รายงาน