
เลื่อนเข้าเรียนเอื้อสู้ภัยหนาว เชียงใหม่ประกาศพื้นที่พิบัติเพิ่มเป็น8
ลำปาง /เชียงใหม่ - ภัยหนาวส่งผลโรงเรียนเขตอำเภอเถินต้องเลื่อนเวลาเข้าเรียนสายกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักเรียน ที่เชียงใหมพื้นที่วิกฤติภัยหนาวจาก 5 ขยับเป็น 8 อำเภอ
รายงานข่าวจาก อ.เถิน จ.ลำปาง เปิดเผยว่า อากาศที่หนาวเย็นในระยะนี้ ทำให้โรงเรียนบนดอยหลายแห่ง ต้องให้นักเรียนมาเรียนตอนสาย คือ ในเวลา 09.00 น.และเลิก 16.30 น.แทน การมาเรียนหนังสือในเวลา 08.30 น. และเลิกเรียนในเวลา 16.00 น. เนื่องจากอากาศหนาวเย็น ประกอบกับหมอกที่ลงจัด จนไม่เห็นแสงอาทิตย์
นางวาสนา สืบสายเชื้อ ครูประจำโรงเรียนแม่พุ(หอรบ) อ.เถิน จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ปกติฤดูหนาวจะเริ่มประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน หรือช่วงต้นเดือนธันวาคม แต่ปีนี้อากาศเริ่มหนาวตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน ทำให้นักเรียนที่มีภูมิต้านทานต่ำป่วยหลายราย ทางโรงเรียนเห็นว่า การเลื่อนเวลาเข้าเรียนเป็น 09.00 น. น่าจะเอื้อต่อการมาโรงเรียนของนักเรียน ที่ไม่ต้องได้รับผลกระทบมากเกินไป ส่วนในวันที่อากาศหนาวจัดมากๆ ก็จะให้มีการเรียนการสอนหนังสือกันกลางสนามหญ้า เพื่อให้แสงแดดสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนต้องการขอรับบริจาคเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มกันหนาว เพื่อแจกให้แก่ครอบครัวของเด็กนักเรียนเพื่อที่จะได้มีอุปกรณ์นุ่งห่มสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย เพราะผู้ปกครองนักเรียนหลายครอบครัวขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว
นายประจญ ปรัชญ์สกุล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ภายหลังจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ภัยหนาวไปแล้ว 5 อำเภอ ได้แก่ ฝาง, แม่อาย, ไชยปราการ, เชียงดาว และเวียงแหง แต่จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ล่าสุดทางจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยหนาวเพิ่มอีก 3 อำเภอ คือ กัลยาณิวัฒนา, อมก๋อย และแม่แจ่ม ทำให้จนถึงขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยหนาวใน จ.เชียงใหม่ ทั้งหมด 8 อำเภอ
สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทางจังหวัดได้จัดเตรียมเครื่องนุ่งห่มกันหนาวจำนวน 5,000 ชิ้น รวมกับเครื่องนุ่งห่มกันหนาวอีกบางส่วน ที่ท้องถิ่นเป็นผู้จัดหา เร่งแจกจ่ายในพื้นที่ประสบภัย โดยจะพิจารณาช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยหนาวมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ยอดดอยเป็นอันดับแรก นอกจากนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ยังจัดงบประมาณอีก 30 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องนุ่งห่มกันหนาว พร้อมจัดคลินิกเคลื่อนที่เข้าไปดูแลสุขภาพ ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยจะออกเดินทางพร้อมเครื่องนุ่งห่มกันหนาวในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้
“ในปีนี้คาดการณ์ว่าสภาพอากาศจะหนาวเย็นมากกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา และจำนวนผู้ประสบภัยจะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 4.5 แสนคน ทางป้องกันฯเชียงใหม่ จึงขอรับการสนับสนุนไปยังมูลนิธิราชประชานุเคราะห์และภาคเอกชนอีกหลายแห่งเพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยมากที่สุด “นายประจญ ระบุ



