
เรียงข่าวร้อยคน (พุธที่ 17 พฤศจิกายน 2553)
00เอาอีกแล้ว พ่อใหญ่จิ๋ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แห่งพรรคเพื่อไทย ต้องหน้าแหกอีกครั้ง หลังออกมาเปิดเผยว่า พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ ราชินิกูล จะเข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย แต่ พล.ต.ม0จ.จุลเจิมออกมาปฏิเสธในทันควัน จนพ่อใหญ่จิ๋วต้องออกมาขอโทษต่อการให้ข่าวที่ผิดพลาดออกไป ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่า เป็นการสื่อสารที่ผิดพลาดอย่างไร เพราะฝ่าย พล.ต.ม.จ.จุลเจิมบอกว่า มีการพบกันจริง ทั้งกับ พล.อ.ชวลิต และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แต่เป็นการหารือเรื่องให้ช่วยหาสปอนเซอร์สนับสนุนทีมฟุตบอลราชวิถี แต่ออกมาเป็นชวนให้เข้ามาเล่นการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ "เป็นไปไม่ได้" ที่ราชินิกุลจะกระโดดลงมาเล่นการเมือง
00นายหัวไทรต้องขอแสดงความเสียใจกับชาวสวนยางพาราที่ถูกพายุซัดล่มระเนระนาดไปไม่น้อยกว่า 6 แสนไร่ ช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องน่าเห็นใจยิ่ง เพราะการลงทุนปลูกยางกว่าจะเปิดหน้ายางกรีดได้ต้องใช้เวลานานถึง 7- 8 ปี แต่พายุมาในพริบตาล้มเรียบ รัฐบาลควักงบออกมาช่วยเหลือไร่ละ 17,006 บาท ซึ่งเป็นการคำนวณมาจากเงินสงเคราะห์การปลูกยางใหม่ไร่ละ 1.1 หมื่นบาท และลงทุนปลูกยางใหม่ไร่ละ 6,000 กว่าบาท โดยค่าช่วยเหลือสงเคราะห์ปลูกยางใหม่ รัฐบาลจะทยอยจ่ายเป็นรายปี ไม่ได้จ่ายเป็นเงินก้อนนะครับ
00ในขณะที่โครงการส่งเสริมการปลูกยาง 8 แสนไร่รอบใหม่ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังเงียบเชียบอยู่ เนื่องจากต้นพันธุ์กล้ายางราคาแพงสุดโหด ต้นละกว่า 40 บาท ในขณะที่ สยก.ตั้งงบไว้เพียงต้นละ 18 บาทเท่านั้น ก็ยังไม่รู้ว่า ปี 2554 จะเริ่มต้นปลูกกันได้หรือไม่ เพราะยิ่งช้าเกษตรกรยิ่งเสียโอกาสนะท่าน "ศุภชัย โพธิ์สุ" รมช.เกษตรฯ
00แต่สำหรับโครงการกล้ายางล้านไร่ ที่อดีต รมช.เกษตรฯ "เนวิน ชิดชอบ" ทำไว้เมื่อหลายปีก่อนโน้น แม้จะมีข่าวทุจริต แต่เมื่อโครงการเดินหน้าไปแล้ว บัดนี้เวลาล่วงเลยมาถึง 7 ปีแล้ว ต้นยางตามโครงการนี้ เริ่มเปิดหน้ายางกรีดต้นแรกแล้ว เป็นสวนยางของ "อุทิ วัฒนกุล" แห่ง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ แต่ข่าวไม่ได้แจ้งว่า เมื่อเปิดหน้ายางกรีดแล้ว น้ำยางไหลดี มีคุณภาพเหมือนน้ำยางจากภาคใต้หรือไม่
00แต่ท่านศุภชัย โพธิ์สุ นั่งคำนวณให้เสร็จสรรพว่า หากคำนวณจากยางพารา 1 ไร่ ให้ผลผลิต 272 กิโลกรัมต่อปี คำนวณ ณ ราคายางกิโลกรัมละ 110 บาท ซึ่งจริงๆ แล้วเวลานี้ราคายางได้พุ่งไปถึงกิโลกรัมละ 125 บาทไปแล้ว จะสร้างรายได้ให้แก่ชาวสวนยางเฉลี่ยคนละ 279,867 บาทต่อปี และเมื่อคำนวณอายุการกรีดยาง 20 ปี จะทำรายได้รวมมหาศาล โดยไม่นับรวมค่าจำหน่ายต้นยางพาราหลังเลิกกรีดน้ำยาง เมื่อต้นยางมีอายุครบ 20-25 ปีไปแล้ว ที่จะขายได้ไร่ละ 5-6 หมื่นบาทอีกต่างหาก
"นายหัวไทร"



