ข่าว

ไหว้รอยพระพุทธบาทกลางลำน้ำโขง
ครั้งเดียวในรอบปี 13-15 เมษายนนี้

ไหว้รอยพระพุทธบาทกลางลำน้ำโขง ครั้งเดียวในรอบปี 13-15 เมษายนนี้

03 เม.ย. 2552

ลำน้ำโขงมักจะมีเรื่องราวลี้ลับเล่าขานกันอยู่เสมอ แต่ส่วนใหญ่มักเป็นเพียงตำนาน หรือความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน

  ซึ่งถึงกระนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังให้ความเคารพศรัทธา อันนำมาสู่ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามตลอดริมฝั่งโขงมานานนับพันๆ ปี

 แต่สำหรับ "รอยพระพุทธบาท" ซึ่งปรากฏอยู่ใจกลางโขดหินขนาดใหญ่ ติดริมวัดบ้านเวินพระบาทหมู่ 1 ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ฝั่งตรงข้ามเมืองท่าแขก ส.ป.ป.ลาว กลับปรากฏหลักฐานชัดว่า พระพุทธศาสนาได้หยั่งรากลึก ณ ที่แห่งนี้มาตั้งแต่พุทธกาลแล้ว

 เชื่อกันว่า โบราณวัตถุชิ้นนี้เป็นรอยพระบาทพระพุทธเจ้ากลางน้ำแห่งเดียวในประเทศไทย หรืออาจเป็นแห่งเดียวในโลกก็ว่าได้ ซ้ำยังสามารถเดินทางมาสักการะได้ในเฉพาะในช่วงหน้าแล้งที่น้ำโขงลดระดับลงจนเกือบจะแห้งขอดเท่านั้น !!

 รอยพระพุทธบาทกลางลำน้ำโขงดังกล่าว ชาวบ้านแถบนี้เรียกกันติดปากว่า ”รอยพระพุทธบาทเวินปลา” โดยตั้งอยู่เยื้องจุดสร้างสะพานข้ามโขงขึ้นมาทางเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร
 วัฒนา นิลสาขา ปลัด อบต.เวินพระบาท เล่าตำนานของรอยพระพุทธบาทกลางลำน้ำโขงเพิ่มเติมว่า จากบันทึกใบลาน ซึ่งจารึกตำนานพระอุรังธาตุยุคสร้างองค์พระธาตุพนมรุ่นแรก เมื่อปี พ.ศ.8 ระบุไว้อย่างโลดโผนพิสดารว่า

 โขดหินกลางลำน้ำโขงเป็นรอยพระพุทธบาทในสมัย "พระกัสปสัมมาสัมพุทธเจ้า" มีพระภิกษูรูปหนึ่งล่องเรือมาตามลำน้ำโขง แต่พอมาถึงโขดหินดังกล่าวเกิดอยากฉันน้ำ แต่ไม่มีขัน จึงเด็ดเอาใบไค้มาทำเป็นจอกน้ำตักน้ำขึ้นมาฉัน แต่ไม่ได้ปลงอาบัติตามพระวินัย

 ครั้นพระรูปนั้นมรณภาพ ด้วยผลกรรมจึงมาเกิดเป็น "พญาปลาปากคำ (ปลาตะเพียนทอง)" มีบริวาร 500 ตัว เพื่อชดใช้กรรม

 มีตำนานเล่าขานอีกว่า พญาปลาปากคำตัวนี้จะมีอายุยืนยาวไปถึงยุคที่พระศรีอาริยเมตไตรยจะลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใหม่เลยทีเดียว

 ตำนานพระอุรังคธาตุจารึกว่า ครั้งสมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าเสด็จมาเผยแพร่พระธรรมในสุวรรณภูมิผ่านภูกำพร้า อ.ธาตุพนม ซึ่งเป็นจุดที่สร้างองค์ธาตุพนม ทรงพักที่ใต้ต้นฮัง เมืองท่าแขก ส.ป.ป.ลาว จุดที่สร้างองค์พระธาตุอิงฮัง

 กระทั่งเมื่อเสด็จมายังโขดหินแห่งนี้ จึงแย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์สงสัยจึงถามว่า เหตุใดพระองค์จึงแย้มพระโอษฐ์ จึงตรัสว่ามีพญาปากคำใต้ลำน้ำนี้อยากได้ของที่ระลึกไว้สำหรับกราบไหว้บูชา

 พระพุทธองค์จึงประทับรอยพระบาทไว้บนโขดหินนี้ เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของพญาปากคำ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั้งสองฝั่งโขงมาจนถึงทุกวันนี้

 มีตำนานเล่าขานกันมาช้านานว่า ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงมักพบเห็นรัศมีใกล้รอยพระพุทธบาทแห่งนี้อยู่เป็นประจำ จนทำให้ไม่มีใครกล้ามาจับสัตว์น้ำในบริเวณนี้

  พอถึงเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี โขดหินนี้จะโผล่พ้นน้ำให้เห็นปีละครั้ง และจะมีปลาจำนวนมากมาอาศัยอยู่รอบโขดหิน ซึ่งเชื่อกันว่า สัตว์น้ำก็มาบูชารอยพระบาท ทำให้ชาวบ้านทั้งสองฝั่งโขงก็เดินทางมาประกอบพิธีเพื่อถวายเป็น "พุทธบูชา" ด้วยเช่นกัน

 ปิยะชัย โชติวุฒิมนตรี นายก อบต.เวินพระบาท บอกว่า รอยพระพุทธบาทเวินปลาแห่งนี้ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพสักการะจนกลายเป็นวิถีชีวิตของคนที่นี่ รวมทั้งคนลาวจากอีกฝั่งโขงที่จะมาร่วมสักการะรอยพระพุทธบาทในช่วงสงกรานต์เป็นประจำทุกปี

 ดังนั้น อบต.เวินพระบาท จึงเกิดแนวคิดส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วย โดยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ช่วยประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

 นายก อบต.เวินพระบาทระบุว่า งานประเพณีไหว้รอยพระพุทธบาทจัดขึ้นในวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี และปีนี้ อบต.ก็จะจัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

 โดยในปีนี้จะมีการสร้าง "สะพานไม้" ลงไปที่โขดหินเพื่อให้ประชาชนลงไปกราบไหว้ และสรงน้ำเพื่อเป็นสิริมงคล ขณะที่บนฝั่งก็มีการจัดมหรสพสมโภชอย่างครับครันทั้งวันทั้งคืน

 นี่คืองานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวเวินพระบาท หากนักท่องเที่ยวท่านใดอยากสักการะรอยพระพุทธบาทเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และสัมผัสวัฒนธรรมไทย-ลาว (มีญวนผสมด้วย) ริมสองฝั่งโขง รับรองว่ามาไหว้รอยพระพุทธบาทกลางน้ำที่นครพนมไม่ผิดหวังแน่นอน

"ชาญยุทธ โคตรธรรม"