ข่าว

สลด!!ตึกถล่มในอินเดียตาย51เจ็บ76

สลด!!ตึกถล่มในอินเดียตาย51เจ็บ76

16 พ.ย. 2553

เกิดเหตุตึกถล่มในอินเดีย ตาย 51 เจ็บ 76 ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเพลิงไหม้อาคาร 28 ชั้นในจีน เพิ่มเป็น 49 คนแล้ว บาดเจ็บอีก 90 คน

(16พ.ย.) ตึกสูง 4 ชั้นในย่านลลิตา พาร์ค ฝั่งตะวันออกของกรุงนิวเดลีที่มีประชากรอาศัยหนาแน่นพังถล่มเมื่อคืนวันจันทร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 51 คนและผู้บาดเจ็บ 76 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านร่วมมือกันขนย้ายเศษซากปรักหักพังตลอดทั้งคืนเพื่อค้นหาหลายสิบคนที่ยังอาจติดอยู่ในซากตึก แต่เนื่องจากพื้นที่ละแวกนี้มีถนนที่แคบทำให้เป็นอุปสรรคต่อการนำอุปกรณ์ขนาดใหญ่เข้าไปยกซากปรักหักพัง ซึ่งมีทั้งแท่งคอนกรีตขนาดใหญ่และเศษชิ้นส่วนมากมาย ผู้เห็นเหตุการณ์บางคน บอกว่าได้ยินเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือจากใต้ซากตึก

 ทางการ เชื่อว่า ตึกหลังนี้อาจก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตและรากฐานของตึกเก่าหลังนี้อาจทรุดเนื่องจากประสบกับน้ำท่วมใหญ่นานเกือบหนึ่งเดือนในช่วงฤดูมรสุมครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยน้ำในแม่น้ำยมุนาได้เอ่อล้นทะลักเข้าท่วมกรุงนิวเดลี เจ้าหน้าที่บอก ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าเป็นความสะเพร่าของผู้ก่อสร้าง ที่ไม่ได้สร้างตึกให้สามารถทนกับสภาพน้ำท่วมได้ นอกจากนี้ชาวบ้าน บอกว่า จนถึงขณะนี้ยังมีน้ำท่วมขังที่ชั้นใต้ดิน และยังกำลังต่อเติมชั้นเพิ่มด้วย

 ขณะที่ตำรวจเตรียมสอบปากคำเจ้าของตึกเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่บอกว่า ตึกหลังหนึ่งที่อยู่ติดกันมีความเสี่ยงพังถล่มด้วย และได้อพยพประชาชนออกจากตึกแล้ว

 ด้านสถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีน รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้อาคารสูง 28 ชั้น ในย่านกลางเมืองของนครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 49 คนแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บมี 90 คน รายงานระบุว่า เหตุเพลิงไหม้ได้เริ่มเมื่อเวลา 13.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในบริเวณหนึ่งในสามชั้นของอาคารที่กำลังซ่อมแซม ใกล้กับสี่แยกถนนเจียวโจวและถนนยูเหยา

 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 60 คน ได้ช่วยดับไฟ และสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ หลังเวลาผ่านไปประมาณ 5 ชั่วโมง รถพยาบาล 20 คัน ถูกเรียกเข้ายังที่เกิดเหตุ เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์3 ลำ ที่เข้าไปอพยพคนที่ติดอยู่ในอาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถช่วยผู้ประสบภัยเอาไว้ได้กว่า 100 คน

 เจ้าหน้าที่ได้ตัดแก๊สและไฟฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงว่าจะเกิดการระเบิด หรือ เพลิงไหม้ลุกลามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นคนอย่างน้อย 4 หรือ 5 คน ติออยู่บนนั่งร้านที่ติดกับตัวอาคาร พร้อมกับตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามเข้าไปใกล้ และใช้สาย
ดับเพลิงฉีดไปที่นั่งร้านเพื่อให้เย็น และคนที่ติดอยู่จะได้ไต่ลงมาได้ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ไปถึงตอน 16.00 น. พยายามจะช่วยคนจากหลังคาตึก แต่ทำไม่ได้เพราะมีควันหนาแน่นเกินไป

 นอกจากนี้ ยังมีเสียงระเบิดย่อยๆได้ยินเป็นระยะๆในช่วง 4 ชั่วโมงหลังเกิดเพลิงไหม้ โดยอาคารแห่งนี้กำลังได้รับการซ่อมแซมใหม่ และถูกคลุมด้วยตาข่ายเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องมือหรือ วัสดุก่อสร้างร่วงลงไปบนถนน แต่ปรากฎว่าตาข่ายติดไฟง่ายและเป็นอุปสรรคในการ
ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่ต้องใช้ทุกวิถีทางในการเข้าใกล้อาคาร รวมทั้งจากตึกที่อยู่ใกล้ที่สุดด้วย

 มีอย่างน้อย 180 ครอบครัวที่พักอยู่ในอาคารแห่งนี้ ที่ส่วนใหญ่เป็นครูวัยเกษียณ ผู้รอดชีวิตที่ได้รับบาดเจ็บไม่มากนัก และต้องไปพักอาศัยอยู่ที่โรงเรียนมัธยม สโมสรคนสูงอายุ และโรงแรมใกล้เคียง เป็นการชั่วคราว ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่ทราบในขณะนี้ แต่ผู้เห็น
เหตุการณ์ระบุว่า เห็นเปลวที่นั่งร้าน ก่อนจะลุกลามไปตัวอาคารอย่างรวดเร็ว ส่วนคนงานก่อสร้างที่หนีออกมาได้ บอกว่า กำลังตั้งฉนวนกันความร้อน ตอนที่ไฟลุกไหม้ขึ้น

 อาคารแห่งนี้ เป็นอาคารที่พักอาศัย และไม่เหมือนอาคารพาณิชย์ระฟ้าอื่นๆที่มีการระบบป้องกันเพลิงไหม้อย่างดี ผู้พักอาศัยในอาคารใกล้กัน ระบุว่า ถ้าเป็นอาคารจินเมา หรือ เซี่ยงไฮ้ เวิร์ลด์ ไฟแนนเชียล เซ็นเตอร์ จะไม่มีทางเสียหายขนาดนี้ ไฟจะดับได้ภายในครึ่ง
ชั่วโมง เพราะแต่ละชั้นจะมีถังดับเพลิงติดตั้งไว้

 นายลัวะ ฉีเฟิง รองผู้อำนวยการสถาบันป้องกันและบรรเทาภิพิบัติเซี่ยงไฮ้ ให้ความเห็นว่าผู้พักอาศัยในอาคารสูง จำเป็นทำตัวให้คุ้นเคยกับสถานการณ์ฉุกเฉินเข้าไว้ เพราะปฏิบัติการกู้ภัยบนตึกสูงมักมีอุปสรรค ควรมีการซ้อมดับเพลิง และส่งเสริมให้ประชาชนตระหนัก
ว่าอุปกรณ์ป้องกันยังใช้ได้หรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยให้ขาดการซ่อมบำรุง และประตูหนีไฟก็มักจะถูกล็อค เพราะความกลัวจะมีคนบุกรุกเข้าไปขโมยของ เช่น ตามหอพักมหาวิทยาลัยต่าง ๆก็มักจะล็อคประตูทางออกฉุกเฉินเอาไว้เช่นกัน