
ชีวิตกับกล้วยไม้ (2)
เรื่องนี้เอง หลังจากฉันได้ยินผู้คนทั้งหลายพูดกันแต่เรื่องที่ว่าฉันเป็นอาจารย์กล้วยไม้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ในที่สุดก็เลยรู้สึกฮึดสู้ขึ้นมาโดยคิดอยู่ในใจว่า เอาล่ะ ไหนๆ ใครก็มองเห็นฉันเป็นกล้วยไม้แล้ว ต่อไปนี้ฉันจะบอกเธอว่า ตัวเองนี่แหละที่ทำเรื่องกล้วยไม้มาตั้ง
เมื่อต้นเดือนเมษายน พ.ศ.2543 (ค.ศ.2000) ประเทศต่างๆ ต่างก็จัดงานฉลองปีแห่งคริสต์ศักราช 2000 รวมทั้งญี่ปุ่นด้วย ประเทศต่างๆ หลายแห่งต่างก็คิดว่าฉันเป็นปราชญ์ของแผ่นดิน แต่ขอโทษทีนะตัวเองไม่รู้หรอกว่าเป็นปราชญ์หรือเปล่า ฉันรู้แต่เพียงว่า ตัวเองเป็นคนเหมือนทุกคน ในช่วงต้นเดือนเมษายน ค.ศ.2000 ญี่ปุ่นก็ได้จัดงานฉลองปีคริสต์ศักราช 2000 ขึ้นที่เกาะอาวาจิ ซึ่งอยู่ในอ่าวเมืองโกเบ
ญี่ปุ่นต้องการบุคคลผู้หนึ่งซึ่งมีความสามารถที่จะบรรยายเปิดงานดังกล่าวโดยใช้ชื่อว่า “คนกับธรรมชาติ” ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าประเทศอื่นๆ หลายแห่ง เขาจึงใช้เทคโนโลยีสำรวจข้อมูลจากคนที่สามารถพูดเรื่องนี้ได้ดีเหนือคนอื่นๆ ภายในประเทศต่างๆ แทบจะทั่วโลกว่า ใครจะเป็นคนพูดเรื่องนี้ได้ดีที่สุด ในที่สุดผลจากการสำรวจมันก็มาลงที่ฉัน
เวลาบ่ายของวันที่ 1 เมษายน ปี ค.ศ.2000 ญี่ปุ่นได้เชิญฉันไปพูดเรื่องนี้โดยมีผู้อำนวยการสถาบันธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับสูงสุดของเขามานั่งประกบอยู่ด้วย ทำให้ฉันรู้ได้ว่าญี่ปุ่นคงจะเอาคนของเขามาถ่ายทอดความรู้จากเรา นอกจากนั้นก่อนที่จะพูดสายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นมกุฎราชกุมารของญี่ปุ่นประทับฟังการบรรยายอยู่ที่หน้าเวที ส่วนด้านหลังนั้นมีบุคคลจากชาติต่างๆ หลายชาตินั่งรวมกันอยู่ตรงนั้นด้วย
วันนั้นฉันนึกอยู่ในใจว่า “เอาล่ะ ไหนๆ คนส่วนใหญ่ก็มองเห็นหน้าฉันเป็นกล้วยไม้ดอกไม้แล้ว ครั้งนี้ฉันจะยอมรับว่าฉันเป็นเช่นนั้นจริงๆ แล้วก็จะพูดเรื่องนี้ด้วย แต่เดี๋ยวก่อน เธอฟังให้ดีนะว่าฉันจะพูดอะไร”
สิ่งที่ผ่านมาแล้วทั้งหมด ถ้าฉันจะปฏิเสธก็ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อต้านความคิดดังกล่าวของคนทั่วไปที่มันผ่านมาถึงเราเหมือนกับสายลมมรสุม ถ้าเราต่อต้านมันไม่ไหว เหตุใดจึงไม่แอ่นอกรับสารภาพมันซะเลยอย่างผู้กล้าหาญที่จะเผชิญกับความจริง
"ระพี สาคริก"



