
เธอคือเนลสันแมนเดลล่าแห่งเอเชีย
เมื่อ ออง ซาน ซูจี ประกาศว่าพร้อมที่จะถกตัวต่อตัวกับนายพลตัน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดทางทหาร และพร้อมจะให้อภัยกับผู้ที่ติดคุกมาตลอด
อีกทั้งยังบอกว่าพร้อมที่จะทบทวนจุดยืนของเธอ เพื่อขอร้องให้ประเทศตะวันตกยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเมืองที่มีต่อรัฐบาลทหารพม่ามาตลอด เท่ากับว่าเธอยื่นมือมาให้แก่ผู้นำทางทหารเพื่อหาทางสมานฉันท์ หาทางออกให้แก่ประเทศชาติ ต้องถือว่าเป็นจุดยืนที่ให้อภัยซึ่งกันและกัน
ไม่แตกต่างอะไรกับที่ เนลสัน แมนเดลา แห่งแอฟริกาใต้ประกาศหลังจากติดคุกมา 27 ปี ว่าบ้านเมืองจะไปรอดได้ต้องมีการพูดจา ต้องให้อภัยและลืมเรื่องอดีตเพื่อนำไปสู่อนาคตแต่ต้องทำด้วยความจริงใจต่อสิ่งที่เรียกว่าหลักการประชาธิปไตยทั้งสองฝ่าย
การที่มีประชาชนเป็นหมื่นออกมาฟังคำปราศรัยครั้งแรกของ ออง ซาน ซูจี ในอย่างน้อย 7 ปี ต้องถือว่าฐานแห่งการสนับสนุนของประชาชนนั้นยังมีอยู่อย่างกว้างขวางสำหรับเธอ และเธอเป็นความหวังของประชาชนคนพม่าว่าจะเป็นผู้ผลักดันให้ผู้นำทางทหารพร้อมที่จะก้าวลงจากอำนาจ เพื่อนำสู่กติกาประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการดูแลประเทศชาติ
ออง ซาน ซูจี จะประสบความสำเร็จเหมือน เนลสัน แมนเดลา ซึ่งในท้ายที่สุดก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีนำประเทศชาติสู่ระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ เป็นสิ่งที่ทุกคนเฝ้ามอง และเชื่อว่าเป็นสิ่งที่คนทั้งหลายสนับสนุน เพราะต้องการเห็นพม่ากลับเข้าสู่กระบวนการที่ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงอย่างแท้จริง นี่คือภาพใหญ่ภาพสำคัญที่จับตาดูตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในแง่มุมของเพื่อนบ้านด้านตะวันตกของเรา
สุทธิชัย หยุ่น



