ข่าว

กระตุ้นเอกชนสบช่อง"บาทแข็ง"รุกอาเซียน

กระตุ้นเอกชนสบช่อง"บาทแข็ง"รุกอาเซียน

16 พ.ย. 2553

"กรณ์" ชี้ช่องเอกชนฉวยจังหวะเงินบาทแข็งค่า ขยายตลาดและการลงทุนไปยังกลุ่มอาเซียน รองรับเออีซีในปี 2558 มองอุตฯ รถยนต์ การเงิน และรักษาพยาบาลเติบโตได้ดี ครม.เศรษฐกิจไฟเขียว 2 มาตรการช่วยส่งออก

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานวันนักการตลาดปี 2010 จัดโดยสมาคมนักการตลาดแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 ว่า ช่วงที่เงินบาทแข็งค่าถือเป็นโอกาสสำคัญที่เอกชนไทยจะไปลงทุนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการผลิต หรือการขยายตลาดการค้า โดยเน้นไปที่กลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน เพราะมีช่องทางการตลาดอยู่มาก โดยเฉพาะการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งภาครัฐพร้อมสนับสนุนทั้งด้านข้อมูลและยุทธศาสตร์การลงทุน

 "มูลค่าการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนมีการเติบโตมากกว่า 100% ต่อจีดีพี มีประชากรจำนวนมากถึง 600 ล้านคน ที่ผ่านมาเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับการค้าระหว่างประเทศอาเซียนด้วยมากนัก" นายกรณ์กล่าวและว่า อุตสาหกรรมที่มองว่ายังสามารถขยายตัวได้ดีในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมสถาบันการเงิน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

 สำหรับการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในประเทศนั้น รัฐบาลยังคงให้การสนับสนุนจากการพัฒนาลดขั้นตอนทางด้านศุลกากร ซึ่งมีการแก้ไขกฎหมายไปรอบหนึ่งแล้ว และต้นปีหน้าจะมีการแก้ไขเพื่อปลดล็อกการค้าขายระหว่างกัน ขณะที่ตัวชี้วัดความสะดวกทางธุรกิจหนึ่ง คือ ระยะเวลาในการจัดตั้งบริษัท ซึ่งสิงคโปร์ใช้เวลาจัดตั้งเพียง 3 วัน มาเลเซีย 11 วัน ส่วนไทย 32 วัน แม้จะเป็นเวลาไม่นาน แต่ในเชิงธุรกิจถือว่ามีความได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งจุดนี้รัฐบาลก็ต้องอำนวยความสะดวกให้

 นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวว่า คณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ รับทราบมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกจากวิกฤติการแข็งค่าของเงินบาทตามที่กระทรวงพาณิชย์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอ และมีมติมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือผู้ส่งออก 2 ประเด็น ได้แก่ การอนุญาตให้ชำระค่าระวางเรือเป็นสกุลเงินต่างประเทศ และการลดค่าธรรมเนียมศุลกากรในการส่งออกเพื่อทดแทนกับส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น