
ศึกเพื่อนบ้าน
การปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ว่าไปแล้วอาจเป็นปฐมบทของความรุนแรงรอบใหม่ในพม่าก็เป็นได้
"ประชาชนต้องทำงานเป็นเอกภาพ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของเรา" คือถ้อยคำแรกที่นางซูจี ระกาศหลังจากได้รับอิสรภาพ
เป้าหมายที่นางซูจีว่าคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากนำประชาธิปไตยกลับสู่พม่า และรัฐบาลทหารคงไม่ยอมให้ไปได้ถึงแน่นอน
อย่าลืมว่าซูจี คือผู้ที่ต่อต้านรัฐบาลทหารพม่ามายาวนาน เรียกร้องประชาธิปไตยมานานนับสิบปี ยอมถูกจองจำเพื่อเป็นหลักให้ชาวพม่าในการต่อสู้
การปล่อยตัวหญิงเหล็กผู้นี้ ท่ามกลางการปะทะกันระหว่างทหารฝ่ายรัฐบาลกับกองกำลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอที่เข้าไปยึดเมืองเมียวดี คือสัญญาณความรุนแรงภายใน
แนวรบทั้งสองด้านนี้รับรองรัฐบาลเผด็จการทหาร ต้องไม่อยู่เฉยๆ แน่นั่นหมายความว่า ซูจี และกองกำลังต่อต้านรัฐบาลคือหนามยอกอกที่ต้องเร่งกำจัดให้พ้นเส้นทาง
ท่ามกลางข่าวที่ออกมาเป็นระยะถึงการลอบสังหารออง ซาน ซูจี
ศึกเพื่อนบ้านย่อมส่งผลต่อไทยโดยตรง ชัดๆ ก็เขตอพยพชาวพม่าใน อ.แม่สอด จ.ตาก และ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่หนีตายเข้ามานับหมื่นคน
ความวุ่นวายในพม่าไม่ได้มีเพียงผู้หนีภัยสงคราม แต่ยังส่งผลกระทบทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ ตามแนวชายแดน
แน่นอนเมื่อกองกำลังต่อต้านรัฐบาล ต้องระดมสรรพกำลังเพื่อรักษาที่มั่นตั้งแต่ จ.ตาก ลงไปถึงกาญจนบุรี ซึ่งเป็นเขตเคลื่อนไหวใหญ่ย่อมต้องมีเงินที่จะมาซื้ออาวุธต่อสู้หรือได้รับการสนับสนุนจากขบวนการค้ายาบางส่วน
ยาเสพติดจำนวนมหาศาลย่อมทะลักผ่านและเข้าประเทศไทย
ขณะเดียวกันปัญหาการเมืองภายในกลุ่มพลังที่สนับสนุนออง ซาน ซูจี ย่อมฮึกเหิมเพราะเป็นผู้นำที่ชาวพม่าส่วนใหญ่ยอมรับ ต้องถูกจับตาจากนานาประเทศโดยเฉพาะโลกประชาธิปไตย
ถ้าสุดท้ายรัฐบาลทหารพม่าควบคุมสถานการณ์ไม่ได้จำต้องใช้กำลังปราบปรามประชาชนหรือมีการควบคุมตัวซูจีอีกครั้ง ถึงตอนนั้นยังเดาไม่ออกว่า พม่าจะนองเลือดหรือไม่
ที่แน่ๆ สถานการณ์ในพม่า ไม่ส่งผลดีกับบ้านเราในแง่ประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องรับภาระไปเต็มๆ โดยเฉพาะกลุ่มค้ายาเสพติดที่อาศัยจังหวะนี้เร่งผลิตยาหารายได้
หน่วยปราบปรามยาเสพติดของไทยและทั่วโลกเตรียมรับมือได้!!



