ข่าว

 เหตุเกิดที่ สตม.

เหตุเกิดที่ สตม.

15 พ.ย. 2553

ตำรวจในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กำลังฉงนอยู่กับการบริหารงานนายตำรวจบางคน

 โดยเฉพาะช่วงการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงไปถึงสารวัตร ที่เลื่อนไปยาวถึงปลายปี

 ที่ให้ทุกหน่วยเสนอรายชื่อนายตำรวจที่มีปัญหาไม่ว่าถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน พวกขี้เกียจไม่ทำงาน ประเภทเช้าชามเย็นชาม

 รายชื่อทั้งหมดนี้จะถูกส่งไปประจำด่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสนามบินทั่วประเทศ

 มีเหตุผลเบื้องต้นว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ประจำด่านสนามบินขาดแคลน จึงต้องการจัดส่งนายตำรวจเจ้าปัญหาพวกนี้ไปทำงาน
 ไม่รู้นี่คือแนวคิดหรือนโยบายที่มาจากไหน

 ปกติท่าอากาศยานหรือสนามบินถือเป็นหน้าตาของประเทศ ชาวต่างชาติ นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว จะประทับใจเมืองไทยก็เริ่มจากจุดนี้

 การบริการของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองต้องมีคุณภาพ ได้นายตำรวจที่มีความรู้ ความสามารถ โดยเฉพาะทางด้านภาษา ไปประจำเพื่อคอยอำนวยความสะดวกหรือตอบคำถามชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาบ้านเรา

 ไม่ใช่เอาพวกโหลยโท่ย ถูกตั้งกรรมการสอบหรือประเภทหลังยาวไปอยู่ด่านเป็นหน้าตาเละๆ ช้ำๆ ของประเทศ

 ที่ผ่านมา ตม.เหมือนกับขุมทรัพย์ พวกหิวโหยหารายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยที่โลกภายนอกไม่รับรู้

 มีตัวอย่างแขกต่างชาติบางคนที่เข้ามาสร้างอิทธิพล กระทำความผิด แต่ยังอยู่ในประเทสไทยได้สุขสบาย ต่อวีซ่าได้สะดวก ได้รับการชี้ช่องจากนายตำรวจบางคนใน สตม. แนะนำวิ่งเต้นพร้อมส่งไม้ต่อไปถึงนายตำรวจบางคนในสำนักงานกฎหมายและคดี เพื่อตีความที่ส่อถึงการขัดต่อกฎหมาย

 คงไม่ต้องบอกว่าได้อะไร

 ความจริง สตม.ควรได้รับการสังคายนาใหญ่ ทำให้โปร่งใส ถ้าใครอยากรู้ว่าผลประโยชน์มากมายขนาดไหนก็ลองนึกถึงตำรวจที่ตั้งด่านเถื่อนรีดไถได้เงินแค่ร้อยสองร้อย หรือเครื่องดื่มชูกำลัง

 แต่ที่นี่มากมายกว่าหลายร้อยหลายพันเท่า เอาเฉพาะแรงงานเถื่อน มีตัวเลขนับล้านคน รีดกันคนละร้อยบาทก็ปาเข้าไปหลายร้อยล้านต่อเดือนแล้ว

 อยากให้สำนักวิจัยต่างๆ ลองไปหาตัวเลขดูแล้วจะอ้าปากค้าง

 ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลองถาม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ที่พยายามสร้างองค์กรตำรวจขึ้นใหม่ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

 เบื้องต้นลองไปดูหนังสือที่ว่าจัดตำรวจห่วยๆ ไปลงสนามบินก่อนจะได้รู้วิสัยทัศน์ของใครบางคน!!