ข่าว

มาร์คเล็งคุยบุญจง-เกื้อกูลเปลี่ยนใจ

มาร์คเล็งคุยบุญจง-เกื้อกูลเปลี่ยนใจ

15 พ.ย. 2553

"นายกฯ"เล็งคุยกับ“บุญจง-เกื้อกูล”เปลี่ยนใจลาเก้าอี้รมต.พรุ่งนี้ในครม. ย้ำจุดยืนเดิมต้องออกก่อนลงเลือกตั้ง ชี้“อภิรักษ์”ไร้ปัญหาลงสมัครส.ส.ได้ เหตุอัยการไม่ฟ้องคดีซื้อรถดับเพลิงฉาว

(15พ.ย.)  เมื่อเวลา 14.00  น. ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์(นิด้า) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นำมติที่ประชุมพรรคชาติไทยพัฒนามาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบว่าพรรคจะส่งนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.พระนครศรีอยุธยา โดยไม่ต้องลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แต่นายชุมพล บอกกับตนว่าพรรคชาติไทยพัฒนามีมติตัดสินใจส่งนายเกื้อกูล ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. โดยพรรคไม่มีมติและไม่มีอำนาจที่จะให้นายเกื้อกูลลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี จึงให้นายเกื้อกูลตัดสินใจเองว่าจะลาออกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนจะได้พบและพูดคุยกับนายเกื้อกูลและนายบุญจง ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่  16  พ.ย.นี้ คงไม่มีปัญหา  

 เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีจะยังยืนยันจุดยืนเดิมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ครับๆ ไม่มีปัญหาหรอกครับ”  เมื่อถามต่อว่าคิดว่าในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีปัญหาด้วยใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าไม่มีปัญหา พรรคภูมิใจไทยก็มีมติพรรคเช่นกันว่าจะส่งนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครราชสีมา แต่ไม่ได้พูดว่าจะให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่นายบุญจงตัดสินใจ ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งมติดังกล่าวของพรรคภูมิใจไทยให้ตนทราบ

             ต่อข้อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าทั้งนายเกื้อกูล และนายบุญจง จะปฏิบัติตามจุดยืนของนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ครับๆ ผมคิดว่าอย่าไปถามกันมาก แต่เอาเป็นว่าผมมั่นใจว่าพูดคุยกันรู้เรื่อง เพราะทำงานด้วยกันมา ” เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะเลี่ยงการลาออกโดยใช้การลาพักแทน จะทำเช่นนั้นได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “คงยาก คงจะเข้าใจสับสนกันไปใหญ่”  เมื่อถามต่อว่าถ้าทั้ง  2  คนไม่ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่มีปัญหาหรอกครับ”

             ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวที่ว่านายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แสดงความไม่พอใจว่านายกรัฐมนตรีก้าวก่ายงานของพรรคร่วมรัฐบาลมากเกินไป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ผมไม่ได้ไปก้าวก่ายงานของใครเลยครับ ผมเห็นใจเขานะครับ ไม่ใช่ว่าไม่เห็นใจ แต่ละพรรคแต่ละคน แต่สิ่งที่เราพยายามที่จะทำคือเราต้องเอาบรรทัดฐานที่ดีเป็นตัวตั้ง วันที่คุณสุเทพ ลาออก ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา แต่มันก็มีปัญหาเยอะ ผมต้องรับงานของท่านรองนายกฯมาอยู่เป็นเวลานานพอสมควร แต่เราต้องพยายามสร้างบรรทัดฐานที่ดีเอาไว้”

 เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะทำให้บรรยากาศการทำงานร่วมกัน มีปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ไม่มี” เมื่อถามต่อว่าการพูดคุยกันในวันที่  16  พ.ย.นี้ จะได้ข้อยุติเลยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ยิ้มแล้วย้อนถามว่า “สมัครวันไหนหละครับ”    ต่อข้อถามว่าสุดท้ายแล้วจะให้ประชาชนเป็นผู้กดดันทั้ง  2  คนเองใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ตนคิดว่าทั้ง  2  คนทราบประเด็นดี    ต่อข้อถามว่ากฎเหล็ก  9  ข้อของนายกรัฐมนตรี ยังใช้ได้อยู่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง

   ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าเป็นการเล่นเกมของทั้ง  2  พรรคนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยิ้มแล้วกล่าวว่า “อย่าไปคิดเป็นเรื่องเกม หรือเรื่องอะไรเลย แต่เขาต้องดูตามข้อบังคับพรรคของเขา อย่างคุณชุมพลมาแจ้งผมว่าดูตามข้อบังคับแล้วเห็นว่าประเด็นการจะให้ออกหรือไม่ออกนั้นมันไม่ใช่อำนาจของพรรคที่จะไปมีมติ”    เมื่อถามว่าทำไมวันนี้ดูเหมือนนักการเมืองเข้าใจคำว่า“บรรทัดฐานทางการเมือง” แตกต่างกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่บอกว่าแตกต่างกัน วันนี้พรรคเขาประชุมเพื่อตัดสินใจส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง เขาก็มีมติในเรื่องนั้น ทั้ง  2  พรรคแจ้งผมอย่างนี้”

 เมื่อถามถึงการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะส่งนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หรือนายสุกิจ ก้องธรณินทร์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมช.มหาดไทย ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต  2  แทนนายสมเกียรติ ฉันทวานิช ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากการเป็นสมาชิกภาพเพราะถือหุ้นโดยขัดกับรัฐธรรมนูญ    นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ยังครับ”    เมื่อถามต่อว่าตัวของนายอภิรักษ์ จะมีปัญหาหรือไม่ เพราะถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้องในคดีทุจริตการจัดซื้อรถดับเพลิง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนได้รับข้อมูล ทราบว่าในสำนวนมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน ซึ่งอัยการสั่งฟ้อง  3  คน แต่ไม่ใช่นายอภิรักษ์ ตนจึงคิดว่ากรณีของนายอภิรักษ์ ไม่มีปัญหา

                 ต่อข้อถามว่าระหว่างนายอภิรักษ์ กับนายสุกิจ คนไหนมีความเหมาะสมมากกว่ากัน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “เดี๋ยวพรรคจะพิจารณาเอง”