
แนะยึดแนวพระราชดำริ"รู้รักสามัคคี"สร้างปรองดอง
"นายกฯ"วอนทุกฝ่ายยึดแนวทางพระราชดำริ "รู้รักสามัคคี" สร้างความปรองดอง เล็งดึงเยาวชนช่วยสร้างชาติ
(15พ.ย.)เมื่อเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดงานโครงการพัฒนา เยาวชนไทยให้เป็นคนดี มีความรู้ คู่คุณธรรมมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ณ หอประชุมใหญ่ สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า)ซึ่งจัดโดยสโมสรโรตารีภาค 3350 โรตารีสากลและนิด้าว่า การพัฒนาให้เยาวชนเป็นคนมีจิตสำนึกต่อส่วนรวมซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและความปรารถนาของคนในสังคม เพราะในหลายปีที่ผ่านมา ที่ประเทศมีปัญหาความรุนแรง หลายครั้งต้องใช้คำว่าวิกฤติความขัดแย้งและวิกฤติการเมือง ลุกลามจนกระทั่งมีปัญหาการใช้ความรุนแรงจนมีการสูญเสีย ทำให้เกิดความทุกข์ในหมู่ประชาชน บั่นทอนความเข้มแข็งของสังคมและประเทศ
นายกฯ กล่าวอีกว่า เรามักถกเถียงเรื่องการแก้ไขปัญหาว่าเป็นเรื่องของนโยบายและกฎหมาย หากเป็นปัญหาที่รุนแรงหมักจะพูดถึงระบบและการปฏิรูป แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือคุณภาพของคน เพราะบางครั้งเราออกแบบระบบดี มีกติกาดี มีความคิดนโยบายที่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าหากคุณภาพของคน โดยเฉพาะด้านความรู้มีคุณภาพด้อย เราพบว่าปัญหาจะยากต่อการแก้ไขและสุดท้ายความเสื่อมถอยทางคุณธรรมจะเป็นปัจจัยที่ทำลายความเจริญของสังคมได้ตลอดเวลา แต่บางครั้งแม้เห็นว่าเราเผชิญกับอุปสรรคที่ยากจะแก้ไข แต่หากคนในสังคมเป็นคนดีมีคุณธรรมมีน้ำใจ จะเห็นว่าปัญหาหลายอย่างจะฟันฝ่าและคลี่คลายไปได้ ทั้งนี้ความดีที่มีอยู่ในตัวของเราทุกคนเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง หากกระตุ้นออกมาได้บ้านเมืองจะพัฒนาอย่างมั่นคงขึ้นมาก
“ อย่างกรณีที่ประชาชนประสบปัญหาน้ำท่วมในตอนนี้ จะเห็นว่าคนไทยแสดงออกด้วยความห่วงใย และระดมความช่วยเหลือทั้งที่ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรง และตัวเองไม่ได้ร่ำรวยหรือมีความพร้อมมากมาย แต่มีใจจะเกื้อกูลเพื่อร่วมชาติจึงเป็นพลังในการคลี่คลายแก้ไขปัญหาและแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”นายกฯ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เราประสบอยู่อยากให้เป็นบทเรียนและฉุกคิดว่าคุณธรรมมีหลายประการ ทั้งเมตตาธรรม สามัคคีธรรมและความเที่ยงธรรม จะมีส่วนในการสร้างความมั่นคงในการทำให้กระบวนการพัฒนาประเทศเดินหน้าได้ ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะสังคมไทย เพราะระยะหลังในระดับโลกก็ให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมาภิบาลและสำนึกความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ตระหนักถึงสิ่งที่จะกระทำเพื่อส่วนรวม
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า วันนี้รัฐบาลเน้นเรื่องการพัฒนาคนที่เป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศ เราต้องการและคนดีและคนเก่งพร้อมกันไป อยากให้มีความรู้คู่คุณธรรม เป็นภูมิคุ้มกัน เพราะการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว มีสิ่งท้าทายใหม่ ทำการแก้ไขยากยิ่งขึ้น จึงอยากย้ำว่าความพยามจะสร้างคนดีต้องเริ่มต้นตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ใหญ่ไม่ดี แต่ข้อเท็จจริงที่มีการเปลี่ยนแปลงค่านิยมจิตสำนึกจะเปลี่ยนยากในวัยผู้ใหญ่ แต่จะเปลี่ยนได้ง่ายในวัยเด็ก อย่างเช่นสำนวน “ไม้อ่อนดัดง่าย”
“ ดังนั้นในการสร้างสังคมคุณธรรมต้องมุ่งในการปลูกฝังความคิดค่านิยมให้เด็กเป็นพิเศษ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องของฝ่ายหนึ่งฝายใด เพราะยุคนี้เวลาที่มีปัญหาคนก็มองว่าการศึกษาไม่ดี ระบบการศึกษาไม่ดี แต่ผมโตมาในยุคที่เวลาใครไม่ดีจะถูกบอกว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน ดังนั้นไม่ว่าสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา ศาสนา หรือองค์กรใดๆ ล้วนมีความรับผิดชอบในการปลูกฝังจริยธรรม ความดี จึงให้เป็นหน้าที่ของใครไม่ได้” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ทุกวันนี้เด็กเยาวชนได้รับการหล่อหลอมจากหลากหลายแหล่ง หากเราจับเวลาจริงๆถามว่าเด็กอยู่กับผู้ปกครอง มหาวิทยาลัย โทรทัศน์ เพื่อนและคอมพิวเตอร์กี่ชั่วโม ถ้าราไม่สามารถกระตุนให้ทุกภาคส่วนสร้างค่านิยมที่ดีเราจะไม่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนที่ต้องอาศัยทุกภาคส่วนเราจึงจะเดินหน้าสำเร็จได้
“คนไทยโชคดีที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในหลายโอกาส หากใครศึกษาจะพบว่าแนวพระราชดำริที่พระราชทานทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่สลับซับซ้อนอะไร หากเราทุกคนน้อมนำมาปฏิบัติจะทำให้สังคมดีขึ้น”นายกฯ กล่าวและว่า ยกตัวอย่างแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง คือสอนให้รู้จักความพอดี ใช้แหตุผลและป้องกันตัวเองจากความเสี่ยง หากน้อมนำมาปฏิบัติจะลดปัญหาต่างๆในสังคมได้มาก เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
นายกฯ กล่าวถึงแนวพระราชดำริอีกว่า นอกจากนี้มีแนวพระราชดำริที่ทรงให้คนไทย “รู้รักสามัคคี” ทรงรับสั่งมาหลายสิบปีแต่เราอาจจะไม่ได้นำไปปฏิบัติเท่าที่ควร ทั้งนี้ในยามที่บ้านเมืองแตกแยกมีขัดแย้งรุนแรง หากความสามัคคีหรือปัจจุบันใช้คำว่าปรองดอง สมาฉันท์ ที่สุดแล้วจะเห็นว่าค่านิยมด้านความสามัคคีในสังคมจะมีความหมายต่อความสงบในบ้านเมืองอย่างไร
ตอนท้ายนายกฯ กล่าวถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยว่า หลายสิบปีแล้วทรงมีพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวกับการพัฒนาเกษตรและสิ่งแวดล้อม ที่เราไม่ได้น้อมนำมาปฏิบัตอย่างจริงจัง ทั้งที่โลกพูดถึงเรื่องความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร อย่างไรก็ตามคนไทยโชคดีที่มีพระประมุขใส่พระทัยต่อประชาชน หากเราเรียนรู้และเดินตามรอยฯจะสร้างค่านิยมและจิตสำนึกในการทำให้บ้านเมืองมีการพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพและสงบสุขได้



