
ศาลนัดฟังอนุมัติหมายจับ2มือแพร่คลิป
หลังจาก ป.ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับพสิษฐ์-ชุติมา"แพร่คลิปแล้ว" ศาลรธน." ตั้ง "บวรศักดิ์" นั่งเก้าอี้ปธ.สอบคลิปฉาว พร้อมดึง " อสส.-สภาทนายฯ-และนักวิชาการ"เข้าร่วม
(15พ.ย.) นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ พาดพิงศาลรัฐธรรมนูญผ่านเว็ปไซด์ ยูทูปและสื่อต่างๆ โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานกรรมการฯ
ร่วมกับผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสภาทนายความ นายกำชัย จงจักรพันธ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายศักดา ธนิตกุล คณะบดีนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นกรรมการฯ นายเชาวนะ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเลขานุการและกรรมการฯ และนายธีรพงษ์ ธิติธางถูร ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาบุคลากรและระเบียบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบรับทราบคำสั่ง และให้รายงานผลการตรวจสอบต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้นายเชาวนะไม่สามารถให้ความชัดเจนได้ว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะตรวจสอบคลิปวิดีโอชุดใดและการตรวจสอบจะตรวจสอบเนื้อหาภายในคลิปหรือตรวจสอบเส้นทางการเผยแพร่คลิปวิดีโอ โดนกล่าวเพียงว่า เท่าที่ดูจากคำสั่ง คิดว่า คณะกรรมการน่าจะสอบครอบคลุมทุกคลิปที่มีเผยแพร่ ส่วนประเด็นที่จะตรวจสอบนั้น คณะกรรมการจะประชุมและกำหนดกรอบการทำงานอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคิดว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้จะมีความกว้างขวางกว่าคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่มีนายสนิท จรอนันต์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานฯ และสรุปผลไปก่อนหน้านี้ เพราะคณะกรรมชุดของนายสนิท สอบเฉพาะกรณีคลิปวิดีโอการประชุมหารือของคณะตุลาการ อย่างไรก็ตามการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จะเริ่มขึ้นนั้น ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ความเป็นอิสระในการตรวจสอบ ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการจะเห็นว่า มีความจำเป็นหรือต้องการที่จะเรียกบุคคลหรือเอกสารใดมาตรวจสอบก็สามารถทำได้ ซึ่งต้องถือเป็นความก้าวหน้าของศาลรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งคนภายนอกเข้ามาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว
นายเชาวนะ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีให้ป.ป.ช.เข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบนั้น เข้าใจว่าเป็นความคาดหมาย แต่ถ้าพิจารณาถึงองค์ประกอบของคณะกรรมการที่มีการแต่งตั้ง ก็เห็นว่า มีองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกับความยุติธรรมเข้ามาร่วมเป็นกรรมการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น อัยการสูงสุดหรือสภาทนายความ แต่ถ้าถึงหลักในการคัดเลือกตัวบุคคลมาเป็นกรรมการนั้น ตนคงไม่สามารถชี้แจงได้ เพราะส่วนนี้ถือเป็นดุลยพินิจของคณะตุลการฯ ซึ่งเข้าใจว่า แต่ละท่านที่ได้รับแต่งตั้ง ทางคณะตุลาการฯน่าจะมีการประสานไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายเชาวนะ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ปรากฏเป็นข่าวว่า พรรคการเมืองหนึ่งได้รับเรื่องจากข้าราชการซี 9 ในศาลรัฐธรรมนูญ อักษรย่อ “ ส ” แจ้งว่า เป็นคนดำเนินการจัดสอบบรรจุเป็นข้าราชการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2552 และได้ทำการถอนตัวหลังจากรู้ว่าการสอบน่าจะมีปัญหาไม่ชอบมาพากลนั้น จากการตรวจสอบ พบว่า บุคคลดังกล่าวไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทำงานในการควบคุมกำกับดูแลการออกข้อสอบ แต่เมื่อรู้ว่าได้รับแต่งตั้งเป็นเพียงคณะทำงานรับและส่งข้อสอบที่ผลิตเสร็จแล้วเท่านั้น ก็ได้ชิงลาออกก่อนที่การออกข้อสอบและการสอบเกิดขึ้น
นายเชาวนะ กล่าวต่อว่า ในกรณีของข้าราชการระดับ 9 นั้น ทางสำนักงานไม่ทราบว่า หมายถึงใคร แต่เมื่อปรากฎเป็นข่าวก็ไปตรวจสอบว่า มีใครบ้างที่แสดงความจำนงของลาออกในขณะนั้น ซึ่งก็พบว่า มีข้าราชการคนหนึ่งอักษรย่อ “ ส ” แต่เมื่อตรวจสอบไป พบว่าบุคคลดังกล่าวไม่ทำงานเกี่ยวกับการออกข้อสอบและดำเนินการเกี่ยวกับสอบ เพียงแต่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่คระทำงานรับและส่งข้อสอบที่ผลิตแล้วเสร็จ ซึ่งการตั้งคณะทำงานดังกล่าวถือเป็นการเตรียมงานด้านธุรการ เพื่อสนับสนุนการสอบที่จะทีขึ้น โดยที่ในขณะนี้ยังไม่มีการออกข้อสอบหรือการสอบเกิดขึ้น ดังนั้นที่มีการตั้งสมมุติฐานปรากฏทางสื่อว่า บุคคลดังกล่าวพอทราบว่า การสอบจะมีปัญหาออกชิ่งลาออกก่อนนั้น ก็ไม่ถูกต้อง เพราะในขณะที่มีคำสั่งตั้งคณะทำงานรับและส่งข้อสอบนั้น การออกข้อสอบหรือการสอบยังไม่เริ่มนับหนึ่ง แต่ข้าราชการคนดังกล่าวจะลาออกเพราะอะไร ตนไม่ทราบและขอตรวจสอบก่อนว่าการยื่นขอลาออกจากเป็นคณะทำงานของข้าราชการคนดังกล่าวได้ยื่นหนังสือลาออกกับใคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถึง การสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2552 ว่า มีข้าราชการของศาลรัฐธรรมนูญ ระดับ 9 ชื่ออักษรย่อ "ส." ซึ่งถูกตั้งเป็นคณะกรรมการสอบในครั้งนั้น ได้ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการสอบฯ เพื่อขอถอนตัวจากการเป็นกรรมการในการดำเนินการจัดสอบ เนื่องจากเห็นว่า การดำเนินการสอบครั้งนั้น มีความไม่ชอบมาพากล จึงได้ทำหนังสือแจงความประสงค์ในการลาออกครั้งนั้น ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ภายในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมีข้าราชการที่มีตำแหน่งตั้งแต่ระดับ 9 ขึ้นไป มีจำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายสนิท จรอนันต์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายสาโรช โชติพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีและวิชาการ นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวไล ผอ.สำนักอำนวยกิจการศาลรัฐธรรมนูญ และนายสิทธิพร เศาภายน ผอ.กลุ่มงานคดี 6 พบว่านายสาโรช ไม่ได้เข้าเป็นคณะกรรมการดำเนินการสอบในครั้งนั้นเพียงคนเดียว
เมื่อผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อกับนายสาโรช กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่ขอพูดอะไรขอให้ไปสอบถามกับผู้ที่ให้ข่าวก็แล้วกัน ตนเป็นเจ้าหน้าที่พูดอะไรไม่ได้
ป.ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ“พสิษฐ์-ชุติมา"แพร่คลิป
เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.เกรียงไกร ขวัญไตรรัตน์ พงส.(สบ3) กองกำกับการ 1 กองบังคับการกองปราบปราม (กก.1บก.ป.) เดินทางมายื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และนางสาวชุติมา แสนสินรังษี อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กรณีมีการเผยแพร่คลิปตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหา ส.ส.ทีมกฎหมายคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ล็อบบี้เลขาฯ ส่วนตัว “ประธานศาลรัฐธรรมนูญ” ไม่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ทนายความแจ้งความไว้ที่กองปราบปราม
ศาลนัดฟังอนุมัติหมายจับ2มือแพร่คลิป
เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 15 พ.ย. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป. สั่งการให้พนักงานสอบสวนคดีเผยแพร่คลิปตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนำพยานหลักฐานในคดีไปขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำความผิดในคดีดังกล่าวต่อศาลอาญา โดยมีรายงานว่าคณะพนักงานสอบสวนได้นำหลักฐานเสนอเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 2 คนนั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลและจะเรียกพนักงานสอบสวนมาฟังผลการพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 16 พ.ย.นี้



