
"ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟตำนานเคียงคู่สุโขทัย
เข้าสู่ 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกๆ ปีคือการเริ่มต้นของประเพณีซึ่งอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานก็คือ ลอยกระทง อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมกล่าวสำหรับประเพณีลอยกระทงไม่มีหลักฐานระบุให้เห็นอย่างแน่ชัด ว่าเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อใด แต่มีหลักฐานอ้างอิงที่ว่าประเพณีนี้
โดยปรากฏในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า “พิธีจองเปรียญ” หรือ “การลอยพระประทีป” พร้อมมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่ได้กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่า เป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย
จึงทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอนนอกจากนั้นในตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศ สนมเอกในพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย ยังเชื่อว่าเป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์กระทงสำหรับการลอยพระประทีปเป็นรูปดอกบัวบาน นี่คือสิ่งที่สืบต่อกันมาจวบจนปัจจุบัน
ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดสุโขทัย กรมศิลปากรและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.) ได้ร่วมกันจัดงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2520 ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัยและจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบันเป็นปีที่ 34 แล้ว
ด้วยเป้าหมายที่ต้องการฟื้นฟูประวัติศาสตร์งานประเพณีลอยกระทง อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับเมืองประวัติศาสตร์ และเพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัยสำหรับในปีนี้การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2553 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน ณบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย
“การจัดงานในปีนี้ จะยังคงเน้นการจัดงานย้อนยุค พร้อมกิจกรรมสำคัญๆ ต่างๆ มากมาย อาทิ รับรุ่งอรุณแห่งความสุข การอาบน้ำเพ็งในวันสิ้นวสันตฤดู การแสดงตำนานขบวนเรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พิธีเผาเทียน การเล่นไฟ รวมทั้งกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม อาทิ การสาธิตพุทธศิลป์สุโขทัย การแสดงโขนดนตรีไทย
การจัดงานข้าวขวัญวันเล่นไฟ การประกวดกระทงใหญ่ กระทงเล็ก โคมชักโคมแขวน พนมหมาก การเล่นสักวา และศิลปะการต่อสู้ด้วยกระบี่กระบอง มวยคาดเชือก ในบริเวณงานจะมีจุดเด่นที่สำคัญสุด นั่นก็คือการจัดการแสดงแสง เสียง ที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความรุ่งเรืองของเมืองสุโขทัยในอดีต ซึ่งจัดการแสดงขึ้น ณ วัดมหาธาตุ ภายในสถานที่จัดงานเป็นการแสดงแสง เสียง ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยใช้บทการแสดงของกรมศิลปากร ซึ่งตรวจทานแก้ไขโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง “ความรุ่งเรืองอาณาจักรสุโขทัย” จักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย บอกเล่า
สิ่งสำคัญที่สุด คือกิจกรรมอันทรงคุณค่าที่งดงาม คือขบวนอัญเชิญพระประทีปและกระทงพระราชทาน ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด โดยได้รับพระราชทานกระทงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ทั้งสิ้น 10 กระทงด้วยกัน โดยจะมีพิธีอัญเชิญลอยเป็นปฐมฤกษ์ ในสระตระพังตระกวน สถานที่จัดงาน
“งานประเพณีลอยกระทงเผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ถือเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามที่สะท้อนชีวิตและอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ของสุโขทัยอย่างแท้จริง” ผู้ว่าราชการจังหวัดระบุ
ที่น่าสนใจก็คือ งานประเพณีลอยกระทงเผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปีนี้ ยังส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี มีสุขภาพแข็งแรงอีกทั้งร่วมปลูกฝังค่านิยมให้เยาวชนและประชาชนร่วมตระหนักถึงการสืบสานอนุรักษ์ประเพณีไทย ด้วยการที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ร่วมกับสำนักเครือข่ายอดเหล้า ร่วมรณรงค์ลอยกระทงสุโขทัยสร้างสุข สุขใจ ลอยกระทงปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ บริเวณงานอีกด้วย
19-21 พฤศจิกายน ณ ภาพแห่งความน่าประทับใจเหล่านี้ กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งที่สุโขทัย
"พิเชฐ เนตรบุตร"



