
"รองผกก.ป.โชคชัย"โต้ลั่นทนายเมากร่าง
รอง ผกก.โชคชัยแถลงโต้ทนายคู่กรณี หลังกล่าวหาบุกรุกบ้าน ทำร้ายร่างกาย ยันวันเกิดเหตุทนายมีเรื่องกับแท็กซี่ พอสอบถามหวังช่วยเหลือกลับเมากร่างด่าลั่น พร้อมขอค้นรถกลับซิ่งหนีเข้าบ้าน แถมมีเพื่อนเข้ามารุมทำร้าย ยันเอาเกียรติสีกากีเป็นเดิมพัน ลั่นสู้ไม่ยอมไกล่
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ชัชวาลย์ ดวงแก้ว รอง ผกก.ป.สน.โชคชัย แถลงข่าวกรณีที่นายธีรชัย ทองเพณี อายุ 37 ปี ทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีว่า พ.ต.ท.ชัชวาลย์ และตำรวจ สน.โชคชัยอีก 5-6 นาย บุกรุก ทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียทรัพย์และลักทรัพย์ว่า เท่าที่ได้อ่านข่าวตามที่นายธีรชัยให้ข้อมูลนั้น ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง
พ.ต.ท.ชัชวาลย์เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า ช่วงเวลาดังกล่าวตนเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่อำนวยการตั้งแต่เที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า ปกติตนจะขับรถกระบะสายตรวจเปิดสัญญาณไฟออกตระเวนตรวจตราในท้องที่ และให้ความช่วยเหลือประชาชน แต่กรณีของนายธีรชัย พบว่าได้ขับรถกระบะดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน มาบริเวณหน้าซอยลาดพร้าว 87 ซึ่งมีสถานบันเทิงแห่งหนึ่งอยู่ ช่วงนั้นจะมีรถแท็กซี่จอดอยู่มาก ทำให้การจราจรติดขัด เข้าใจว่านายธีรชัยน่าจะมีปัญหากับแท็กซี่จึงขับแซงขึ้นมาดู แล้วเห็นรถของนายธีรชัยอยู่ในลักษณะลดกระจกลง คาดว่าทะเลาะโวยวายกับคนขับรถแท็กซี่ จึงเข้าไปสอบถามนายธีรชัยว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือไหม แต่กลับถูกด่าว่า “มึงทำไมไม่ไปจับคนขับแท็กซี่ มาจับรถกูทำไม รู้มั้ยว่ากูเป็นใคร” พร้อมชี้ให้ดูท้ายรถที่มีเสื้อทนายอยู่
พ.ต.ท.ชัชวาลย์กล่าวว่า ช่วงดังกล่าวได้กลิ่นสุราจากรถของนายธีรชัย จึงคิดว่าน่าจะมีสิ่งผิดกฎหมายอย่างอื่น เช่น อาวุธปืน จึงพยายามขอค้นรถให้ได้ แต่นายธีรชัยกลับไม่ยอมแล้วพูดว่า “มึงจะลองดีกับกูหรือ” แล้วขับรถออกไปทันที ตนจึงรีบขับรถตามโดยเปิดไซเรน จนเลี้ยวเข้าไปในซอยลาดพร้าว 87 และวิทยุแจ้งสายตรวจว่ามีรถขับหนีการตรวจค้นให้ช่วยสกัดจับ จนไปถึงบริเวณบ้านของนายธีรชัย ซึ่งเปิดเป็นสำนักงานทนายความ ในหมู่บ้านเมอริทเพลส โครงการ 2 แต่ขณะนั้นสายตรวจยังมาไม่ถึง เห็นนายธีรชัยเข้าบ้านและยังตะโกนท้าทายตลอดเวลาว่าให้เข้ามาจับกุมในบ้าน แต่ก็ไม่ได้เข้าไป
หลังจากนั้น จึงโทรปรึกษา พ.ต.อ.พรชัย ขจรกลื่น ผกก.สน.โชคชัย เห็นว่าเป็นคดีเล็กน้อย จึงให้ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน ตนจึงนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปไว้ หลังจากนั้นนายธีรชัยก็นำกล้องถ่ายรูปดิจิทัลออกมาถ่ายรูปตนบ้าง แล้วพยายามเข้ามาประชิดตัวโดยใช้หัวไหล่ และหัวกระแทก ตนจึงพยายามหลบ แต่ขณะนั้นยังไม่มีพยานเพราะสายตรวจยังมาไม่ถึง จึงอาศัยกล้องวงจรปิดของหมู่บ้าน โดยเดินหลบเข้าไปในแนวกล้องเพื่อให้บันทึกเป็นหลักฐาน ซึ่งส่วนที่นายธีรชัยนำมาให้สื่อมวลชนดูนั้นเป็นบางส่วนเพียงเท่านั้น
พ.ต.ท.ชัชวาลย์ชี้แจงว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเดินมาดูเหตุการณ์ จึงให้ช่วยดูว่าเขาทำอย่างไรบ้าง จากนั้นนายธีรชัยยังพยายามดึงตนเข้าไปยังลานจอดรถของบ้านพัก โดยมีเพื่อนและแฟนคอยยืนคุมเชิงในบ้าน ขณะนั้นรถสายตรวจ 2 คันที่ตามมาเห็นจึงกรูเข้ามาช่วย แฟนและเพื่อนของนายธีรชัยจึงออกมายื้อยุดกันสักพักจนเหนื่อย ตนจึงขัดขาเพื่อนนายธีรชัยจนล้มลง และกดลงพื้นเพื่อจับกุม ซึ่งเป็นการจับกุมตามยุทธวิธีเพื่อใส่กุญแจมือ แต่ดิ้นหลุดวิ่งหนีเข้าบ้าน ตนจึงปล่อยเพื่อนนายธีรชัยไป แต่นายธีรชัยยังพูดว่า “กูนั่งกินเหล้าในบ้านอยู่ดีๆ ตามมาจับกูทำไม” ตนจึงต้องป้องกันตัวเองด้วยการนำ รปภ.มาสอบปากคำ และไปตรวจร่างกายเป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งความข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และต่อสู้ขัดขวางการจับกุม
“ตอนแรกคิดว่าหากนายธีรชัยหายเมา และมาขอโทษในวันถัดไป ก็จะไม่ถือสาเอาเรื่อง เพราะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว แต่ยังออกมาให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนกับสื่อ ผมเป็นคนมีต้นทุนสูงในหน้าที่การงาน เมื่อมาเจอเรื่องแบบนี้ยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด แม้จะต้องเดิมพันด้วยชีวิตราชการก็จะสู้ ไม่ยอมไกล่เกลี่ยแน่นอน เพราะผมแคร์ภาพลักษณ์ของตำรวจ ผมใช้เครื่องแบบนี้เลี้ยงชีวิต จะไม่ยอมให้ใครมาทำแบบนี้ ถ้านายธีรชัยถูกทำร้ายร่างกายจริง ทำไมไม่มาแจ้งความวันนั้น กลับรอเวลา” พ.ต.ท.ชัชวาลย์กล่าว



