ข่าว

"ซูจี"ลั่นจับมือปชช.สู้เพื่อปชต.ในพม่า

"ซูจี"ลั่นจับมือปชช.สู้เพื่อปชต.ในพม่า

15 พ.ย. 2553

ชาวพม่าหลายหมื่นคนแห่ฟัง"อองซาน ซูจี"ปราศรัยครั้งแรกหลังได้รับอิสรภาพ ด้านผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยฯ ประกาศร่วมมือกับประชาชนสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า ก่อนโทรศัพท์สนทนากับลูกชายคนที่สอง ที่ยังไม่ได้วีซ่าเข้าประเทศพม่า

(14พ.ย.) นางอองซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า ที่เพิ่งได้รับอิสรภาพจากการถูกกักบริเวณไว้ในบ้านพัก เมื่อวานนี้ ได้เดินทางไปปรากฎตัวที่ ที่ทำการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ในย่างกุ้ง ก่อนจะปราศรัยต่อผู้สนับสนุนราว 4 หมื่นคน ที่ด้านนอกที่ทำการพรรค เมื่อเวลา 12.12 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยกล่าวว่า ไม่มีอะไรจะสำเร็จได้ถ้าปราศจากความร่วมมือของประชา ชน ถ้าปราศจากสิ่งนี้ ก็ไม่อาจทำอะไรได้ เธอไม่กลัวที่จะต้องรับผิดชอบ แต่กลัวที่จะไม่ได้เติมเต็มความรับผิดชอบเท่านั้น

 นางซูจี กล่าวว่า ต้องการจะทำงานร่วมกับประชาชน ไม่ต้องการทำงานลำพัง การทำงานคนเดียวไม่ใช่ประชาธิปไตย ความกล้าหาญคือการทำงานด้วยจิตวิญญาณที่แน่วแน่ และทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราควรจะทำและกล้าที่จะทำ

 นางซูจี ยังได้กล่าวพาดพิงไปถึงการกักบริเวณเธอด้วยข้ออ้างเรื่องความปลอดภัย โดยบอกว่าขอบคุณที่ปฏิบัติต่อเธอด้วยความเมตตา แต่คิดว่าจะเป็นการดีกว่า ถ้าประชาชนทุกคนได้รับการปฏิบัติด้วยดีแบบนี้เช่นเดียวกัน แต่เธอไม่ต้องการให้คนทั้งประเทศถูกกักบริเวณแบบเดียวกับเธอ ถ้าทางการไม่ต้องการถูกประนามว่ากระทำสิ่งที่เลวร้าย ก็ไม่ควรจะทำสิ่งที่เลวร้ายเธอให้คุณค่าในการกระทำที่ดี และขอบคุณสำหรับสิ่งเหล่านี้ เธอขอบคุณคนที่มอบให้แต่ไมตรีจิต ที่ไม่มีวันหมดสิ้น ตราบเท่าที่พวกเขายังทำแต่สิ่งที่ดี ๆ คนจะต้องทำในสิ่งที่ต้องทำ
ต้องเติมเต็มความรับผิดชอบ

 นางซูจี ได้กล่าวในช่วงท้ายว่า เธอศรัทธาต่อกฎหมาย ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนทุกย่อหน้าล้วนมีคำว่า " ทุกคน " เราต้องยอมรับในแนวคิดที่ว่านี้ ทุกคนต้องเติมเต็มคำว่าความรับผิดชอบ และทุกคนต้องมีสำนึกในหน้าที่ เพียงทำตามหลักการนี้ ประเทศก็จะพัฒนาและก้าวหน้า นางซูจียังได้พูดเรียกร้องสิทธิ และให้เกียรติผองเพื่อนที่ร่วมกันดิ้นรนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ที่ยังอยู่ในเรือนจำ ที่เธอหวังว่าพวกเขาจะได้รับการปล่อยตัวในอนาคตอันใกล้

 เธอกล่าวว่า ยังเชื่อในเรื่องการประนีประนอมแห่งชาติ เธอเคยพูดแล้วและขอพูดอีกว่า เธอทำงานโดยขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของผู้คน เราจะไม่สามาาถเอาชนะได้โดยปราศจากความหวังในสิ่งที่จะเอาชนะ เราสามารถชนะได้ แค่เพียงเราทำงานด้วยความกล้าหาญและมีความตั้งใจจะทำเพื่อสิ่งที่ต้องการ เราจำเป็นต้องสำรวจแนวทางที่ดีที่สุดในการบรรลุชัยชนะด้วยเช่นกัน

 ด้านสถานทูตอังกฤษในกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า นางอองซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าได้โทรศัพท์สนทนากับนายคิม อาริส บุตรชายคนเล็ก หลังจากได้รับอิสรภาพจากการถูกกักบริเวณในบ้านพักมาหลายปี

 เจ้าหน้าที่สถานทูต ระบุว่า ได้ทราบจากแหล่งข่าวในครอบครัวว่า นายคิม ได้พูดโทรศัพท์กับมารดาเมื่อเย็นวันเสาร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะ เทือนใจอย่างยิ่ง ซึ่งนายคิมนั้น เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อไปขอวีซ่าเข้าพม่า จากสถานทูตพม่าประจำกรุงเทพฯ

 นางซูจี ได้เดินออกมาจากบ้านพักอย่างเสรีเมื่อวันเสาร์ หลังถูกควบคุมตัวติดต่อกันนานกว่า 7 ปีที่บ้านพักริมทะเลสาปในย่างกุ้ง โดยปราจากการเข้าถึงโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต และถูกจำกัดการติดต่อกับโลกภายนอก

 นายคิม อาริส วัย 33 ปี ไม่ได้พบกับมารดามานานหลายปีแล้ว เขาอาศัยอยู่ที่อังกฤษ ก่อนจะเดินทางมายังกรุงเทพฯ เพื่อมาร่วมเหตุการร์ที่มารดาได้รับการปล่อยตัว เจ้าหน้าที่สถานทูตซึ่งไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า เขาย้งไได้รับวีซ่าเข้าประเทศพม่า และกำลังใชข้ความพยายามต่อไปเพื่อให้เขาสามารถเดินทางไปพบหน้ามารดาได้

 นางซูจี พยายามต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในประเทศมานานหลายทศวรรษ สามีของเธอ ซึ่งเป็นนักวิชาการชาวอังกฤษ เสียชีวิตเมื่อปี 2542 ด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งขณะป่วยในระยะสุดท้าย เขาก็ยังคงถูกปฏิเสธวีซ่า เพื่อเดินทางไปหาภรรยา และนางซูจีก็ไม่เคยพบหน้าหลาน ๆ ด้วยเช่นกัน 

 ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ กรณีการปล่อยตัวนางอองซาน ซูจีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หวังว่าการปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี จะเป็นการสร้างประชาธิปไตยในพม่านำไปสู่สัญญาณการปรองดอง โดยหวังว่าจะทำให้ผู้มีอำนาจในประเทศไทยฉุกคิด เพราะการปรองดองหรือประชาธิปไตยต้องเริ่มต้นจากการเคารพ สิทธิมนุษยชน  พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองในประเทศไทยที่ถูกคุมขัง ขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจหรือรัฐบาล ทำเรื่องนี้แม้รัฐบาลจะอ้างว่าเป็นอำนาจของศาล แต่เชื่อว่าหากรัฐบาลมีส่วนร่วมผลักดันก็จะเกิดผลอย่างแน่นอน