
คนแห่ฟัง"ซูจี"ปราศรัยหลังได้อิสรภาพ
ฝูงชนที่หลั่งไหลไปฟังปราศรัยของ"อองซาน ซูจี" รวมทั้งคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเห็นเธอมาก่อน ประกาศจะเน้นการทำงานร่วมกับกองกำลังประ ชาธิปไตย
(14พ.ย.) ฝูงชนได้หลั่งไหลไปฟังการปราศรัยครั้งแรก หลังได้รับอิสรภาพจากการถูกกักบริเวณนานกว่า 7 ปี ของนางอองซาน ซูจี มีมากถึงประมาณ 5 พันคน ทำให้รถยนต์ของเธอที่แล่นจากบ้านพักริมทะเลสาปในย่างกุ้ง ผ่านเข้าไปยังที่ทำการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือNLD ได้อย่างยากลำบาก ขณะที่ฝูงชนตะโกนคำว่า " พวกเรารักซูจี "
สำหรับกิจกรรมของนางซูจี นอกจากการพบปะกับนักการทูต ที่ปฏิบัติหน้าที่ในย่างกุ้ง,ปราศรัยต่อประชาชนและพูดกับสื่อแล้ว เธอยังจะไปแสดงความเคารพศพเพื่อนสนิท และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มหาเจดีย์ ชเวดากอง อีกด้วย
มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางในประเด็นที่ว่า เธอจะใช้อิสรภาพที่เพิ่งได้มาอย่างสดๆร้อน ๆ ท้าทายอำนาจรัฐบาลทหารต่อไป หรือจะประนีประนอมมากขึ้น แต่ในการปรากฎตัวเมื่อวันเสาร์ เธอบอกเป็นนัยว่าจะเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป แต่ไม่ระบุว่า จะท้าทาย
รัฐบาลทหารด้วยการจัดชุมนุมใหญ่ หรือเคลื่อนไหวอื่น ๆ แบบที่เคยทำให้เธอถูกกักบริเวณก่อนหน้านี้หรือไม่
ผู้สังเกตการณ์ ต่างตั้งข้อสงสัยว่า พม่าปล่อยตัวนางซูจี เพราะต้องการเบี่ยงเบนความสนใจจากชาวโลกเรื่องการเลือกตั้งที่น่าละอาย และเป็นไปได้ยากที่รัฐบาลทหาร จะยอมให้นางซูจี ดึงดูดฝูงชนในช่วงที่ได้รับอิสรภาพ เพื่อเคลื่อนไหวไปสู่เป้าหมายในการนำประชาธิปไตยไปสู่พม่า ตอนที่เธอถูกกักบริเวณ นักวิจารณ์ทั้งในและนอกพม่า ได้พูดกันทั้งเป็นการส่วนตัว และเปิดเผยว่า เธออาจจะรักษาสัญลักษณ์ของความเป็นผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตย ที่ครองใจคนพม่าส่วนใหญ่เอาไว้ไม่ได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะคนพม่าที่ถูกกดขี่ยังไม่ลืมเธอ
นับตั้งแต่มีข่าวว่าเธอใกล้จะได้รับอิสรภาพไปเข้าหูคนในย่างกุ้ง ชาวพม่าจำนวนมาก รวมทั้งคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเห็นตัวจริงของเธอ ได้หลั่งไหลไปยังที่ทำการพรรค NLD เพื่อแสดงการสนับสนุน รวมทั้งไปรอกันที่หน้าบ้านของเธอด้วย ไม่หวาดหวั่นแม้จะมีตำรวจปราบจลาจล
และทหารรักษาการณ์อยู่
การต่อสู้โดยปราศจากการใช้ความรุนแรงของนางซูจี ทำให้เธอชนะใจคนทั่วโลก และยังเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า ขณะที่การเจรจากับรัฐบาลทหารยังคงไม่ไปไม่ถึงไหน ตราบเท่าที่เธอถูกควบคุมตัว สลับกับการถูกปล่อยตัวอยู่อย่างนี้
นางอองซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า ได้ปราศรัยต่อฝูงชนแล้ว หลังจากเดินทางไปยังที่ทำงานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือNLD ในย่างกุ้งแล้ว ขณะฝูงชนจำนวนมากได้ไปรวมตัวกัน เพื่อรอถ้อยแถลงจากเธอ
ผู้สื่อข่าว AFP รายงาน ว่า นางซูจี วัย 65 ปี ที่ถูกกักบริเวณอยู่ในบ้านพักมานานกว่า 7 ปี ได้พยายามออกจากรถยนต์ ท่ามกลางฝูงชนหลายพันคนที่แออัดยัดเยียด
นางซูจี มีกำหนดจะพบปะกับนักการทูตและแถลงต่อผู้สนับสนุนที่ ที่ทำการพรรค NLD ซึ่งเธอเป็นความหวังของบรรดาผู้สนับสนุน ที่อยากจะมีอนาคตที่ดีกว่า หลังจากตกอยู่ภายใต้การปกครองของทหารมานานครึ่งศตวรรษ
นางซูจี ยังมีกำหนดจะแถลงต่อฝูงชน ที่หลายคนรอคอยว่า เธอได้วางแผนจะดำเนินการทางการเมืองอย่างไรต่อไป หลังการเลือกตั้งระดับชาติถูกประนามจากชาติตะวันตกว่าน่าละอายแต่ขณะนี้ ยังคงไม่แน่ว่า ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่โดดเด่นที่สุดของพม่าอย่างนางซูจี จะสามารถดำเนินแนวคิดของเธอท่ามกลางการถูกคาดหวังเอาไว้สูงส่งได้หรือไม่ เพราะเธอพูดถึงแผนการเอาไว้น้อยมาก รวมถึงความสามารถในการทำให้พรรคฝ่ายค้านที่แตกออกไปกลับมารวมกันด้วย
นางอองซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพวัย 65 ปี ได้ปราศรัยต่อผู้สนับสนุนหลายพันคนในวันนี้ ที่ที่ทำการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ว่า เธอต้องการทำงานร่วมกับกองกำลังประชาธิปไตย
และนับเป็นการปราศรัยทางการเมืองครั้งแรก นับตั้งแต่ได้รับการปล่อยตัวจากการถูกกักบริเวณในบ้านพักริมทะเลสาปในย่างกุ้ง
นางซูจี กล่าวว่า เธอต้องการฟังเสียงของประชาชน หลังจากนั้น จะตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป และจะทำงานเพื่อยกระดับพื้นฐานความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ประชาธิปไตยคือ เสรีภาพในการพูด เธอศรัทธาในเรื่องสิทธิมนุษยชนและศรัทธาในกฎหมาย
ฝูงชนจำนวนมาก ได้ไปรวมตัวกันอยู่ที่ด้านนอกที่ทำการพรรค NLD เพื่อรอฟังคำปราศรัยของนางซูจี ทำให้นางซูจี ฝ่าฝูงชนเข้าไปยังที่ทำการพรรคด้วยความยากลำบาก
ยี หมิ่น ผู้นำกลุ่มยุวชน NLD ระบุว่า พม่าจะต้องเป็นประชาธิปไตย อนาคตของพวกเขาขึ้นอยู่กับอองซาน ซูจี เธอให้ความหวังและความกล้าหาญ มีเพียงเธอเท่านั้น ที่จะปลดปล่อยชาวพม่าจากการปกครองระบอบเผด็จการ



