
ผู้นำโลกไม่ชัวร์'ซูจี'เคลื่อนไหวอิสระได้
ผู้นำโลกแสดงความยินดีต่ออิสรภาพของ"อองซาน ซูจี"ท่ามกลางความไม่แน่นอนถึงขอบเขตการเคลื่อนไหวทางการเมือง ขณะที่ชาวพม่าพลัดถิ่นร่วมแสดงความยินดีต่ออิสรภาพ"ซูจี" ไทยเตรียมส่งผู้อพยพกลับ
(14พ.ย.) บรรดาผู้นำโลกและกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ต่างพากันแสดงความชื่นชมยินดีต่อการที่นางอองซาน ซูรี ได้รับอิสร ภาพจากการถูกกักบริเวณในบ้านพัก ซึ่งนางซูจี ได้เดินทางออกจากบ้านในย่างกุ้ง เมื่อพ้นกำหนดโทษเมื่อวันเสาร์ หลังจากใช้เวลาส่วนใหญ่จากเกือบ20 ปี ถูกกักตัวอยู่แต่ในบ้าน ซึ่งทนายของเธอยืนยันว่า ไม่มีการตั้งเงื่อนไขใด ๆ ในการได้รับอิสรภาพครั้งนี้ ขณะที่บรรดาผู้สื่อข่าว ระบุว่า ยังไม่แน่ชัดว่า เธอจะดำเนินบทบาทของตัวเองอย่างไรในวงการเมืองของประเทศ
การปล่อยตัวนางซูจี มีขึ้นในเวลา 6 วัน หลังพม่าจัดการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี และพรรคการเมืองที่ทหารหนุนหลังได้รับชัยชนะ ท่ามกลางเสียงประนามจากทั่วโลก ซึ่งแตกต่างจากสมัยที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อปี 2533 แต่รัฐบาลทหารไม่ยอมรับ และหลังจากนั้น นางซูจีก็ถูกจับติดคุกหรือไม่ก็ถูกกักบริเวณเรื่อยมานับแต่นั้น
ก่อนปล่อยตัวนางซูจี ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ในตอนเช้าวันเสาร์มีหนังสือปล่อยตัวเธอถูกนำไปที่บ้านและเธอก็ปรากฎ ตัวท่ามกลางความยินดีของผู้สนับสนุน ที่มีการเตรียมตัวกันตั้งแต่วันศุกร์ มีเสียงร้องตะโกนดังสนั่นตลอดเวลา จนเธอไม่สามารถกล่าวอะไรกับฝูงชนได้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และเป็นไปได้ว่า นางซูจีจะเดินทางไปยังที่ทำการพรรคNLD ที่ถูกยุบพรรคไปในวันนี้
ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐ กล่าวว่า นางซูจีเป็นวีรสตรีของเขา ในขณะที่นายบันคี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า เธอเป็นแรงบันดาลใจ แต่ผู้นำโลกทั้งสองก็เตือนว่าการปล่อยตัวนางซูจี ไม่ควรบดบังการขดขี่ทางการเมืองที่ยังดำเนินอยู่ในพม่า ไม่ว่านางซูจีจะถูกกักบริเวณในบ้านพัก หรือในเรือนจำ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า เธอและนักการเมืองฝ่ายค้าน ยังคงถูกทำให้เงียบอย่างเป็นระบบ
ด้านนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ กล่าวว่า อิสรภาพเป็นสิทธิของนางซูจี และรัฐบาลทหารจะต้องธำรงไว้ นายจาเรด เกนเซอร์ ทนายความระหว่างประเทศ และประธานกลุ่มฟรีดอม นาว เปิดเผยว่า ตอนแรกรัฐบาลทหารพม่าพยายามตั้งเงื่อนไขในการปล่อยตัว
นางซูจี แต่ภายหลังได้เปลี่ยนใจ แต่ก็ไม่เหมือนยุคที่รัฐบาลเหยียดผิว ปล่อยตัวเนลสัน แมนเดลล่า เมื่อปี 2537 ที่ตอนนั้น รัฐบาลได้แสดงเจตนารมย์อย่างชัดเจนถึงความจริงใจที่หาทางออกร่วมกันจริง ๆ แต่กลับไม่มีสัญญาณที่ว่านี้จากรัฐบาลทหารพม่า
ผู้สื่อข่าวหลายคน ระบุว่า ยังเร็วเกินไปกว่าจะบอกได้ว่า การปล่อยตัวนางซูจี จะมีผลกระทบต่อการเมืองพม่า เพราะยังไม่รู้ขอบเขตของเสรีภาพในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเธอทั้งยังเป็นการปล่อยตัวที่สายเกินกว่าจะมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ที่รัฐบาลทหารลวงโลก
ด้วยการถอดเครื่องแบบมาสวมชุดพลเรือน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ปราศจากเสรีและยุติธรรม
ขณะที่นานาชาติร่วมแสดงความยินดีต่อการได้รับอิสรภาพของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยนางซูจี เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพวัย 65 ปี ได้รับการปล่อยตัวจากการถูกกักบริเวณในบ้านพัก ตั้งแต่เช้าวันเสาร์ ซึ่งชาวพม่าพลัดถิ่นจำนวนหนึ่งในกรุงนิวเดลี ของอินเดียได้ร่วมกันปล่อยลูกโป่ง และจุดพลุ
ชาวพม่าพลัดถิ่นเหล่านี้ซึ่งเข้าร่วมการประท้วงข้างถนนตั้งแต่วันเสาร์ที่แล้ว หรือก่อนพม่าจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ ได้ฉลองในทันทีที่ได้รับทราบข่าวว่านางซูจีได้รับอิสรภาพนายธิน ธิน อ่อง นักเคลื่อนไหวชาวพม่า เปิดเผยว่า เธอหวังว่าซูจีจะสามารถทำให้เกิดความประนีประนอมในชาติได้ เพราะทุกคนทราบดีว่า เธอเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถได้รับความไว้วางใจจากบรรดาชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่าง ๆ ภายในพม่า และยังเป็นเพียงคนเดียวที่จะได้รับการสนับสนุนจากคนส่วนใหญ่ในพม่าอีกด้วย
อินเดีย ได้แสดงความยินดีต่ออิสรภาพของนางซูจีเช่นกัน โดยนายเอส เอ็ม กฤษณา รัฐมนตรีต่างประเทศของอินเดีย กล่าวว่า อินเดียมีความเชื่อมั่นว่า การปล่อยตัวนางซูจี จะนำไปสู่ความพยายามที่มากขึ้น ที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ประธานาธิบดีเบนิกโญ่ อากิโน่ ของฟิลิปปินส์ ได้พูดนอกรอบการประชุมสุดยอดของกลุ่มความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค ที่เมืองโยโกฮาม่า ของญี่ปุ่นว่า เขาหวังว่านางซูจีจะได้รับอิสรภาพอย่างเต็มที่ พร้อมกับได้สิทธิ์ทุกอย่างกลับคืนมาด้วย ขณะที่นายกรัฐมนตรีจอห์น คีย์ ของนิวซีแลนด์ ได้กล่าวว่า การปล่อยตัวนางซูจีเป็นการรอคอยที่ยาวนาน
นายซาโตรุ ซาโตะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นหวังว่าพม่าจะใช้มาตรการในเชิงบวกขั้นต่อไป เพื่อแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและส่งเสริมประชาธิปไตยรวมถึงการประนีประนอมแห่งชาติด้วย
ด้านบรรดาเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในอดีต ที่เข้าร่วมการประชุมเอเปค ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ได้เรียกร้องให้ยุติการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ต่างได้รับข่าวเรื่องการปล่อยตัวนางซูจี ตอนนั่งอยู่ในเรือไปยังเมืองฮิโรชิม่า ซึ่งอดีตประธานาธิบดีเฟรดเดอริค วิลเลม เดอ เคลิก ของแอฟริกาใต้ ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพร่วมกับอดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลล่า และนายฮิเดฮิโกะ ยูซากิ ผู้ว่าการนครฮิโรชิม่า กล่าวว่า หวังว่าการประชุมในปีหน้า จะมีนางซูจีไปร่วมการประชุมด้วย
นางซูจี ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อปี 2534 ซึ่งตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เธอถูกกักตัวอยู่บ้านพักนานกว่า 15 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า ที่ถูกปกครองโดยทหาร มาตั้งปี 2505 ส่วนการถูกกักบริเวณครั้งล่าสุด นานถึง 7 ปีครึ่ง
ชิริน เอบาดี หนึ่งในผู้พากษาหญิงชาวอิหร่าน ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อปี 2546 ระบุว่า เป็นชัยชนะที่ความจริงอยู่มีเหนือสิ่งชั่วร้าย ส่วนนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ระบุว่า จำเป็นต้องเริ่มงานเพื่อเตรียมส่งกลับผู้อพยพชาวพม่าในประเทศไทย ส่วนนายโซ อ่อง โฆษกของฟอรั่ม ฟอร์ เดโมเครซี่ อิน เบอร์ม่า ที่มีฐานอยู่ในไทย ระบุว่า การปล่อยตัวนางซูจี เป็นนัยยะที่สำคัญอย่างยิ่ง
ชาวพม่าที่อาศัยอยู่ที่แม่สอด ประมาณ 150 คน ได้จุดเทียนและถือภาพของนางซูจี ตอนที่ได้ทราบข่าวว่าเธอได้รับอิสรภาพ การที่พม่าถูกปกครองโดยทหารและสภาพเศรษฐกิจตกต่ำทำให้พวกเขาเผชิญความยากจนมาหลายปี และนับแสนคนเลือกเดินทางมาหาโอกาสที่ดีกว่าด้วยการรับจ้างทำงานในประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ชาวพม่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กว่า 100 คน ในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ต่างจุดเทียนและนำรูปของนางออง ซาน ซูจี ผู้นำการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในพม่า เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ออกมาเดินตามถนนสายหนึ่งและร้องตะโกนเรียกชื่อนางอองซาน ซูจี ประมาณ 10 นาที หลังจากที่ได้รับข่าวสารว่าได้รับการปล่อยตัวแล้ว ทั้งนี้เพื่อแสดงถึงความดีใจ และเป็นนิมิตหมายอันดีของประเทศพม่า ที่นางอองซาน ซูจี ได้รับการปล่อยตัวออกมา โดยไร้เงื่อนไข และนับเป็นแสงสว่างของชาวพม่าที่เกิดขึ้นทันที นอกจากนี้ยังมีชาวพม่าอีกจำนวนมาก ต่างไปติดตามข่าวการปล่อยตัวของนางอองซาน ซูจี ตามร้านอาหาร และร้านกาแฟ อีกจำนวนมาก
นายจ่อขิ่น ชาวพม่า กล่าวว่า เหตุที่ออกมาจุดเทียน ถือรูปของนางอองซาน ซูจี ครั้งนี้เพราะดีใจ และต้อนรับเธอได้รับการปล่อยตัวออกมา



