ข่าว

"ไลป์ซิก"ต้นกำเนิดนสพ.ฉบับแรกของโลก

"ไลป์ซิก"ต้นกำเนิดนสพ.ฉบับแรกของโลก

14 พ.ย. 2553

"เมืองไลป์ซิก" เป็นเมืองที่คนไทยส่วนใหญ่แทบไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แม้แต่คนที่เดินทางไปเยอรมนีบ่อยๆ ทั้งที่จริงแล้ว ไลป์ซิกเป็นเมืองขนาดใหญ่ มีประชากร 5 แสนคน สามารถเดินทางด้วยรถไฟจากเบอร์ลินไปเพียง 1 ชั่วโมง ความโดดเด่นของเมืองนี้คือเป็นเมืองศูนย์กลางงาน

 เช่น คีตกวีโยฮัน เซบาสเตียน บาค, กวีโยฮัน โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่, นักฟิสิกส์ด้านอนุภาคปรมาณู แวร์เนอร์ ไฮเซนแบร์ก, ผู้ให้กำเนิดนิกายโปรเตสแตนต์มาร์ติน ลูเธอร์ และนักปรัชญาฟรีดริค นีทซ์เช แต่ที่ยังโดดเด่นจนถึงวันนี้คือ เป็นแหล่งตีพิมพ์หนังสือพิมพ์รายวันฉบับแรกของโลก

 "ไลปซิเกอร์ โฟล์คส์ไซตุง" (Leipziger Folkzeitung) เป็นชื่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเมืองไลป์ซิก ที่ตีพิมพ์ยาวนานต่อเนื่องมานานกว่า 360 ปี ก่อนจะพัฒนาเป็นหนังสือพิมพ์รายวันฉบับแรกของโลกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2437 หรือเมื่อ 116 ปีที่แล้ว ณ เมืองไลป์ซิก โดยเริ่มจากกระดาษแผ่นบางๆ 4 หน้า ขนาด 13.5x17 ซม. ยอดพิมพ์แค่ 200 ฉบับต่อวัน ความน่าสนใจคือแม้เวลาจะผ่านไปยาวนานถึง 116 ปี แต่ ไลป์ซิเกอร์ โฟล์คส์ไซตุง หรือเรียกย่อๆ ว่า "แอลเฟาเซต" ยังคงตีพิมพ์ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน และได้ชื่อว่าเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นขนาดใหญ่

        ทิโมเธอุส ริทซช์ เจ้าของคนแรกของหนังสือพิมพ์ฉบับแรกของโลกเป็นช่างพิมพ์และพ่อค้าหนังสือชาวไลป์ซิก  ริทซช์ ได้จัดเรียงข้อความของหนังสือพิมพ์รายวันฉบับแรกเริ่มด้วยตัวอักษรโลหะก่อนจะใช้มือกดทับลงบนแท่นพิมพ์ไม้ ความมหัศจรรย์คือ นสพ.แอลฟาเซต ได้ต่อสู้จนผ่านพ้นช่วงการปกครองของเยอรมนีตะวันออกมาได้ โดยไม่ถูกรัฐบาลคอมมิวนิสต์เปลี่ยนชื่อไปเป็นอย่างอื่น

 ทุกวันนี้ยังคงตีพิมพ์ในยอดที่สูงถึง 2.2 แสนฉบับต่อวัน ความหนาขนาดหนังสือพิมพ์ไทยประมาณ 2 เล่มรวมกัน แบ่งเป็นหลายส่วนด้วยกัน มีทั้ง ข่าวหน้า 1 ที่เป็นข่าวสำคัญระดับประเทศ ข่าวท้องถิ่น ข่าวกีฬา ข่าวต่างประเทศ ฯลฯ นอกจากนี้โรงพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ยังกว้างใหญ่มีเครื่องจักรทันสมัยใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้ใช้โรงงานพิมพ์หนังสืออย่างคุ้มค่า ได้มีการขยายเครือข่ายสำนักพิมพ์แมดแซค ซึ่งมีสิ่งพิมพ์ภายใต้เครือข่ายนี้อีกหลายฉบับ

 เมืองไลป์ซิกจึงกลายเป็นเมืองหนังสือ หรือ Book of City ของโลก มีการจัดนิทรรศการและงานแสดงหนังสือครั้งยิ่งใหญ่ทุกปี คนไทยอาจไม่ค่อยรู้จักเมืองนี้มากนัก แต่หากจะเชื่อมโยงให้คนไทยรู้จักเรื่องราวหรือสนใจเมืองไลป์ซิกก็คงต้องเชื่อมกับเรื่องของรถเศรษฐี เพราะเมืองนี้มีโรงงานประกอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 (BMW) และโรงประกอบรถยนต์พอร์เช่ (Porche) ทั้ง 2 โรงงานถือเป็นจุดเด่นที่ผู้ชื่นชอบรถยนต์จากทั่วโลกอยากมาเยี่ยมเยือน และทุกวันนี้นักท่องเที่ยวที่ไปเมืองไลป์ซิกยังคงหาซื้อหนังสือพิมพ์รายวันฉบับแรกของโลกมาชื่นชมได้
 
150 ปีไทย - เยอรมนี

 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างเยอรมนีกับไทย ต่อเนื่องมานานกว่า 150 ปี ถือเป็นมิตรภาพเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2403 มีการทำสนธิสัญญาทางการค้าระหว่างสยามในสมัยรัชกาลที่ 4 กับเมืองค้าสำคัญๆ ของเยอรมนี เช่น เบรเมน ฮัมบูร์ก และลือเบค แม้ในสมัยปัจจุบันความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศก็ยังดำรงอยู่

 "สเตฟาน เบิร์กเลอ" ผู้อำนวยการบริหารหอการค้าเยอรมนี-ไทย อธิบายว่า สำหรับประเทศไทยแล้วเยอรมนีเป็นประเทศคู่ค้ายุโรปที่สำคัญที่สุด มูลค่าทางธุรกิจการค้าร่วมกันของทั้งสองประเทศตกอยู่ที่ 4-5 พันล้านล้านยูโร หรือประมาณ 1.8 -2.3 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความพิเศษจริงๆ ของไทย คือ ประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจจนได้ดุลการค้าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเยอรมนีซึ่งเป็นแชมป์โลกด้านการส่งออกมานานปี

 หอการค้าเยอรมนี-ไทยมีบริษัทร่วมเป็นสมาชิกอยู่เกือบ 500 รายด้วยกัน มีหน้าที่หลักๆ 3 อย่าง คือ เป็นตัวแทนของภาคเศรษฐกิจเยอรมนีอย่างเป็นทางการ รวมไปถึงการดูแลช่วยเหลือคณะผู้แทนทางการเมือง และการให้บริการต่างๆ เช่น การหาตัวแทนจำหน่ายสินค้า เช่นเดียวกับการเป็นตัวแทนของบริษัทจัดงานแสดงสินค้าเยอรมนี

 ส่วนปัญหาที่พบคือกฎระเบียบที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยสำหรับชาวต่างชาติ คือกฎ 51% ที่ไม่อนุญาตให้บริษัทต่างชาติเป็นเจ้าของบริษัทลูกในเมืองไทยได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ 

ตัวอย่างความร่วมมือของเยอรมนีในประเทศไทย

- สถาปนิกเยอรมนี โอเล เชเรน กำลังสร้างตึก “มหานคร-เทาเวอร์” ที่สูงสุดในกรุงเทพฯ (77 ชั้น)
- โรงงานผลิตรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ที่ระยอง ซึ่งขยายการผลิตออกไปอย่างสม่ำเสมอ
- การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ โดยฝีมือคนอเมริกันเชื้อสายเยอรมนี เฮลมุท ยาห์น ซึ่งอิงกับการก่อสร้างสนามกีฬาโอลิมปิกที่มิวนิค
- การดำเนินการเคลื่อนย้ายสนามบินกรุงเทพฯ ได้รับความช่วยเหลือจากสนามบินมิวนิค
- รถไฟที่ใช้ในบริการบีทีเอส หรือเอ็มอาร์ที รวมทั้งแอร์พอร์ตลิงค์ล้วนมาจากบริษัทซีเมนส์
- การวางเส้นทางเดินรถไฟใต้ดินของเอ็มอาร์ที่ขุดเจาะโดยกลุ่มบริษัทก่อสร้างเยอรมนี
- การผลิตอาหารสำเร็จรูปพวกเนื้อสัตว์และไส้กรอกของไทยส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีเยอรมนีเข้าช่วย
- เบียร์ไทยไม่มียี่ห้อไหนที่ไม่ใช้ดอกฮอพของเยอรมนีเป็นวัตถุดิบ
- ผู้ผลิตไวน์ใหม่ๆในเมืองไทยจำนวนมากได้ศึกษาเรียนรู้มาจากประเทศเยอรมนี
--กฎหมายมหาชนและกฎหมายรัฐธรรมนูญของไทยหลายๆ ส่วนมีต้นตอมาจากประเทศเยอรมนี
- รถยนต์คันแรกในประเทศไทย (ค.ศ. 1904) แน่ละว่าเป็นรถเบนซ์

มาร์ติน  เพลเซิล 
โครงการแลกเปลี่ยนสื่อมวลชน ไทย-เยอรมัน
เรียบเรียงโดยพรรณี อมรวิพุธพนิช