ข่าว

คุ้นเคยอย่างหนัก

คุ้นเคยอย่างหนัก

14 พ.ย. 2553

แม้ “บิ๊กเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จะออกมาปฏิเสธพัลวัน ว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ ซักกะติ๊ดกับการเมืองภายในพรรคชาติไทยพัฒนา

แต่ล่าสุดถึงขนาดนัดแนะซดฉลามน้ำแดง กับ “นายหัวสุเทพ” กะ “เสี่ยเนวิน” ที่ร้านอาหารจีนเลิศหรู บนโรงแรมหรูใจกลางเมือง พร้อมกับปฏิเสธลั่นไม่ได้คุยเรื่องการเมือง แต่นัดพบปะกันในฐานะคนคุ้นเคยเท่านั้น

 ล่าสุด “บิ๊กเติ้ง” เปิดที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา ต้อนรับนักกีฬาคนพิการ ทีมชาติไทย ที่จะแข่งเอเชี่ยนพาราเกมส์ เสียยกใหญ่ แถมควักเงินส่วนตัวหนุนไปอีก 2 แสนกว่าบาท

 ปรากฏว่าเมื่อ ป๊ะหน้ากัน กระจิบกระจอกข่าวต่างยิงคำถามกันแบบไม่ยั้ง ตั้งแต่เรื่องแก้รธน.ไปถึงเรื่องเสธ.หนั่นดอดพบแม้วที่นอร์เวย์ จนถึงข่าวการตีใจออกห่างของเสธ.หนั่นที่แอบไปตั้งพรรคใหม่

 เล่นเอา “บิ๊กเติ้ง” ถึงกับควันออกหู สวนกลับทันควันว่า “ถามแบบนี้ชกกันเลยดีไหม” แถมบอกว่า “ผมเป็นคนนอก ไม่ยุ่งกับการเมือง”

 งานนี้เลยเรียกเสียงฮากันในวงนักข่าว เพราะใครจะไปเชื่อว่าคนอย่าง “บรรหาร ศิลปอาชา จะไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่ยุ่งการเมือง"

 เพราะล่าสุด ก็ยังเป็นตัวประสาน เลี้ยงหูฉลามน้ำแดง “นายหัวเทพเทือก-เสี่ยเนวิน” ในฐานะคนคุ้นเคยกันเลยทีเดียว

 แหมๆๆๆ ขนาดบอกว่าไม่ยุ่งการเมือง ยังขนาดนี้ นี่ถ้ายุ่งขึ้นมา จะขนาดไหนกันล่ะเนี่ยยยยย ป๋าขาาาา
 
ท้าศิริโชค

 ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษชิดซ้าย กัลโช ซีรีส์ เอ ของประเทศอิตาลีชิดขวา

 เมื่อ “วัชระ กรรณิการ์” รองโฆษกรัฐบาล เป็นแม่งานมอบหมายให้สำนักโฆษกฯ ทำเนียบรัฐบาล จัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรแมทช์ยิ่งใหญ่ส่งท้ายรัฐบาล เอ๊ย ส่งท้ายปี “สื่อมวลชนสัมพันธ์ทำเนียบรัฐบาล ประจำปี 2553” ในระหว่างวันที่ 26-27 พ.ย.นี้ ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง ในอ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

 งานนี้มีการเชิญ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ให้เป็นพระเอกและแม่เหล็กของงานด้วย

 โดยมีบรรดารัฐมนตรี ข้าราชการเมืองและวอลเปเปอร์ที่สิงสถิตทำงานในทำเนียบรัฐบาลอย่างเช่น องอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย

 ปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกรัฐบาล รองโฆษกรัฐบาลอีก 3 หน่อ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทำเนียบ รวมใจกันใส่ชุดแข่งในชื่อทีม “ไทยคู่ฟ้า” เตะฟุตบอลกับสื่อสายทำเนียบทั้งหมด โดยก่อนแข่งจะมีการเชิญนายกฯ มานั่งจับเข่าคุยกันสบายๆ ครึ่งชั่วโมง

 แต่สิ่งที่บรรดาสื่อมวลชนฝากให้ผู้จัดแก้ปัญหาการฟุตบอลแบบนี้ของรัฐบาลตรงจุดที่ นักเตะของฝ่ายรัฐบาลมักจะมีแต่รัฐมนตรี ส.ส. และเจ้าหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ดาหน้ามาร่วมโหม่งแข้งเหมือนเป็นรัฐบาลพรรคเดียวยังไงยังงั้น

 กระนั้น...สิ่งที่ถูกรีเควสมากจากสื่อคือขอให้เชิญ “ศิริโชค โสภา” วอลเปเปอร์นายกฯ ลงสนามด้วย

 นัยว่าอยาก “ฟาดแข้ง” ด้วยเหลือเกิน ....

“ลดน้ำหนักเกมส์ 2010”

                ดูเหมือนบรรดาส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์คงไม่อยากตกกระแสเอเชี่ยนเกมส์กับเขาด้วยเหมือนกัน หมู่นี้ถึงได้เห็นส.ส.หนุ่มแห่งค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมดูหนุ่มขึ้น สุขภาพดีขึ้นกันเป็นทิวแถว

                แอบสืบมาจนรู้ว่า เวลานี้ส.ส.ประชาธิปัตย์เขากำลังแข่งกันลดน้ำหนักอย่างจริงจังนั่นเอง โดยมีรางวัลเป็นเงินก้อนโตถึง 2 แสนบาท

                จากการช่วยกันลงขันเพื่อใช้เป็นรางวัลเดิมพันระหว่าง “เสี่ยตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ “เสี่ยจั้ม” สกลธี ภัททิยกุลส.ส.กทม. “เสี่ยเจมส์” อนุชา บูรพชัยศรี ส.ส.กทม. และ “เสี่ยเลี้ยบ” ธนิตพล ไชยนันทน์ ส.ส.ตาก กติกาถูกเขียนขึ้นว่า นับตั้งแต่ 1 พ.ย.เป็นต้นไปเป็นเวลา 2 เดือน ใครที่ลดน้ำหนักได้มากที่สุด คนนั้นจะได้เงินรางวัลก้อนโตไปนอนกอดทันที

 “เสี่ยคึก” เทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อาสาทำหน้าที่กรรมการตัดสิน งานนี้กรรมการเลยแอบกระซิบให้ฟังว่า แต่ละคนไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว

 ขนาดเวลาจะชั่งน้ำหนักเพื่อบันทึกไว้เป็นสถิติ แต่ละคนยังพยายามเหลือเสื้อผ้าให้น้อยชิ้นที่สุด หรือแทบจะแก้ผ้ายิ่งกว่านักมวยกำลังจะขึ้นชกเลยทีเดียว

 แต่ที่เด็ดสุดเห็นจะเป็นเกมกลั่นแกล้งกันเองระหว่างผู้เข้าแข่งขันนี่สิ อย่างวันก่อนระหว่างทานมื้อเที่ยง แอบเห็นหนึ่งในคู่แข่งสะกิดเด็กเสิร์ฟให้ไปหา

 พร้อมกับชี้นิ้วให้เด็กเสิร์ฟเอาขาหมูจานใหญ่ไปเสิร์ฟไว้ตรงหน้าคู่แข่งที่กำลังทำน้ำหนักได้ดีแซงหน้าตัวเองอยู่ซะอย่างนั้น

 กรรมการเสี่ยคึกยังแอบบอกใบ้ทิ้งท้ายด้วยว่า “เสี่ยเจมส์” น่าจะมีโอกาสคว้ารางวัลก้อนงามนี้ไปครองได้มากที่สุด เพราะเวลานี้ท่านส.ส.อนุชาหน้าซีดเอาๆ อยู่ทุกวี่วัน แข่งขันกันเอาสนุกมันก็พอได้อยู่ แต่อย่าหักโหมจนหมดเรี่ยวแรงไว้ใช้เงินรางวัลก็แล้วกัน