ข่าว

"กวางโจวเกมส์"
เอเชี่ยนเกมส์สุดยิ่งใหญ่

"กวางโจวเกมส์" เอเชี่ยนเกมส์สุดยิ่งใหญ่

14 พ.ย. 2553

นับตั้งแต่ปฐมบทของมหกรรมกีฬาของชาวเอเชีย หรือ เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อปี ค.ศ.1951 หรือ 2494 ตอนนั้นมีประเทศเข้าร่วม 11 ชาติ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย มีการชิงชัย 57 เหรียญทอง จาก 6 ชนิดกีฬา


 ในการแข่งขันครั้งที่ 2 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ปี 1954 เกมเริ่มโตขึ้น คราวนี้มีชาติเข้าร่วมเพิ่มอีก 8 ประเทศ เพิ่มเป็น 19 ชาติ แม้ว่า จักรยาน จะถูกถอดออกไป แต่กีฬาอย่าง ยิงปืน มวยสากลสมัครเล่น และ มวยปล้ำ ถูกเพิ่มเข้ามา ทำให้มีกีฬาแข่งกัน 8 ชนิด กับ 75 เหรียญทอง และเป็นหนแรกที่เกาหลี หนึ่งในชาติมหาอำนาจกีฬาของเอเชียเข้าร่วมแข่งขันด้วย
 ถัดมาอีก 4 เอเชี่ยนเกมส์ มาลงที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีนักกีฬาเข้าร่วมถึง 1,422 คน จาก 20 ชาติ พร้อมกับบรรจุกีฬาเพิ่มขึ้นคือ เทนนิส วอลเลย์บอล เทเบิลเทนนิส จักรยาน และฮอกกี้ รวมเป็น 13 ชนิดกีฬา มีชิง 113 เหรียญทอง และนับเป็นหนแรกที่มีการวิ่งคบเพลิง
 จากปัญหาเรื่องการเมือง ทั้งทางตะวันออกลาง และจีน กับ ไต้หวัน ทำให้เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ทำให้มีชาติเข้าร่วมเหลือแค่ 16 ประเทศ แต่หลังจากนั้นอีก 4 ปี กรุงเทพมหานคร ของประเทศไทย รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ แรงผลักดันกลับมาอีกครั้ง และ "บางกอกเกมส์" ถือได้ว่าประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ และทีมชาติไทยจบด้วยการได้อันดับ 3 ของตารางเหรียญทอง ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุด


 ถัดมาอีก 4 ปี ด้วยความไม่พร้อมของเกาหลีใต้ จากเรื่องของการเมือง และสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ไทยรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพแทน และยังคงทำได้ดีเช่นเดิม จนได้รับคำชมจากหลายชาติ หนนี้ เรือใบ ได้บรรจุเป็นหนแรก เป็นอีกหนที่ทีมไทยได้อันดับ 3 ของตารางเหรียญทอง
 ในปี 1974 นับเป็นหนแรกที่เอเชี่ยนเกมส์ ไปแข่งยังดินแดนตะวันออกกลาง ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ถือเป็นเอเชี่ยนเกมส์ที่ใหญ่ที่สุดมีชาติเข้าร่วม 25 ประเทศ ฟันดาบ และ ยิมนาสติก ถูกบรรจุเข้าแข่งขัน ก่อนที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าเหรียญทอง 7 สมัยติด
 อีก 4 ปีต่อมา กรุงเทพมหานคร กลายเป็นมวยแทนอีกหน หลังจากปากีสถาน ที่ได้สิทธิก่อนหน้านั้นถอนตัว เนื่องจากมีปัญหากับอินเดีย และบังกลาเทศ ส่วนสิงคโปร์ที่ได้สิทธิตามมามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ หนนี้ ยิงธนู ถูกบรรจุ และมีนักกีฬาเข้าร่วมกว่า 3,800 คน แม้ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าเหรียญทอง 8 สมัยติด แต่โดนจีนไล่บี้ติด
 เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 9 กลับไปสู่นิวเดลี หนนี้มีนักกีฬาเข้าร่วมกว่า 4,500 คน จาก 33 ประเทศ กีฬาอย่าง โบว์ลิ่ง กับ ฟันดาบ โดนถอด ขณะที่ ขี่ม้า พายเรือ แฮนด์บอล และ กอล์ฟ ถูกบรรจุ ในที่สุดจีนก็แซงหน้าญี่ปุ่น เป็นเจ้าเหรียญทอง และไม่เคยหลุดจากตำแหน่งนี้อีกเลย
 ในปี 1986 กรุงโซล เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอลิมปิกปี 1988 หนนี้กีฬาต่อสู้อย่าง ยูโด และ เทควันโด ถูกบรรจุ และมีนักกีฬาเข้าร่วมกว่า 4,800 คน รวมทั้งยังได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างสูง
 4 ปีต่อมา กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นเจ้าภาพ คราวนี้มีชาติเข้าร่วม 37 ประเทศ จำนวนนักกีฬาไต่ขึ้นกว่า 6,000 คน มีกีฬาแข่ง 27 ชนิด เป็นหนแรกที่ เซปักตะกร้อ แคนู วูซู และ กาบัดดี ได้บรรจุ
 ในปี 1994 ที่ฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นหนแรกที่เมืองที่ไม่ใช่เมืองหลวงได้เป็นเจ้าภาพ มีชาติเข้าร่วมถึง 42 ประเทศ เนื่องจากมีชาติเกิดใหม่จากการแยกตัวของสหภาพโซเวียต รวมทั้งกัมพูชา กลับมาร่วมแข่งขันเป็นหนแรกในรอบ 20 ปี
 เอเชี่ยนเกมส์ กลับมายังเมืองไทยอีกครั้งเป็นหนที่ 4 ในปี 1998 รักบี้ บิลเลียด สนุกเกอร์ และ สควอช ถูกบรรจุเข้าแข่งขัน ทัพนักกีฬาไทยได้อันดับ 4 รองจาก จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แต่ได้ 24 เหรียญทอง มากที่สุดเท่าที่เคยทำได้
 ในปี 2002 ที่ปูซาน เกาหลีใต้ มีชาติเข้าร่วมถึง 44 ชาติ ชิงชัย 38 ชนิดกีฬา กับ 420 เหรียญทอง อัฟกานิสถาน เข้าแข่งอีกหน รวมทั้ง ติมอร์ตะวันออก เข้าร่วมแข่งครั้งแรก หลังจากได้อิสรภาพ
 ถัดมาอีก 4 ปี เอเชี่ยนเกมส์ ย้อนกลับไปสู่ตะวันออกกลางอีกครั้ง ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ มาครั้งนี้มี 45 ชาติ มากที่สุด และมีนักกีฬาร่วมแข่งถึง 13,000 คน
 จนมาถึง "กวางโจวเกมส์" หนนี้ ยังคงมีชาติเข้าร่วม 45 ประเทศ ครบจำนวนสมาชิกของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งเอเชียเช่นเดิม จำนวนนักกีฬาเข้าร่วมเกือบ 10,000 คน เนื่องจากมีการพยายามจำกัดจำนวน รวมทั้งมีกีฬาแข่งขันมากสุดถึง 42 ชนิดกีฬา ในการชิงชัย 476 เหรียญทอง
 กวางโจวเกมส์ ถือเป็นเอเชี่ยนเกมส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนชนิดกีฬา และจำนวนเหรียญทอง
 รวมทั้งจำนวนเงินสะพัด และจำนวนคนดูที่คาดว่าจะเป็นจำนวนหลายพันล้านคน!!!