ข่าว

"อภิรักษ์"พร้อมลงลต.ซ่อมเขต2กทม.

"อภิรักษ์"พร้อมลงลต.ซ่อมเขต2กทม.

13 พ.ย. 2553

"อภิรักษ์"พร้อมลงเลือกตั้งซ่อม เขต 2 กทม. แต่ขอฟังมติพรรค 16 พ.ย.นี้ อ้างไม่รู้หลายคนวิ่งล็อบบี้กรรมการคัดเลือก โฆษก ปชป. ปัดข่าวเสนอเงินให้แคนดิเดตถอนตัวลงลต.ซ่อมกทม.

(13พ.ย.) นายอภิรักษ์ เกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีมีข่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมผลักดันให้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ เขต 2 กทม. แทนนายสมเกียรติ ฉันทวานิช อดีตส.ส. ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาในคดีถือหุ้นบริษัทสัมปทานรัฐ ของพรรคนั้นว่า เรื่องดังกล่าว โดยปกติทางพรรคจะมีการเสนอชื่อผ่านมาที่สาขาพรรค จะมีคณะกรรมการคัดสรรซึ่งก็จะมีประชุมในเรืองนี้กันอีกครั้งในวันที่ 16 พ.ย. หลังจากนั้นก็จะเสนอชื่อให้คณะกรรมการของพรรคที่มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค เป็นประธาน และตนเองก็เป็นกรรมการอยู่ในชุดนี้ด้วย เวลาที่มีการคัดสรรผู้สมัครก็ต้องเข้าร่วมประชุมด้วย

 เมื่อถามหากพรรคมีมติให้ลงสมัครจะพร้อมหรือไม่ นายอภิรักษ์ กล่าวว่า อยู่ที่มติพรรคว่า จะมีมติออกมาอย่างไรและเหตุผลที่จะมีการเสนอชื่อ แต่เวลานี้ยังไม่มีการพูดคุย และการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งซ่อมในสถานการณ์ที่ไม่ได้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า คงต้องดูว่า ทางพรรคมีมติออกมาอย่างไร

 ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าบุคคลที่มีรายชื่อว่าอาจจะได้รับเลือกให้ลงสมัคร มีความพยายามล็อบบี้คณะกรรมการ และสร้างความไม่พอใจให้กับนายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคนั้น นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แม่ว่าตนจะเป็นกรรมในชุดนายบัญญัติ แต่ก็มีภารกิจอื่นที่ต้องทำ ไม่มีโอกาสได้คุยกับใครทราบแต่ว่า ในสาขาคงได้มีการหารือกัน คณะกรรมการชุดคัดสรรผู้ลงสมัครลงพื้นที่กทม. คัดสรร แล้วก็ยังต้องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาหารือถึงเหตุผลและดูว่าความเหมาะสมในสถานการณ์เช่นนี้ควรจะเป็นผู้สมัครท่านไหน

 เมื่อถามว่าแต่ก็มีบางเสียงออกมาระบุว่า อาจเป็นนายสุกิจ ก้องธรนินทร์ ผู้ช่วยเลขานุการรมว.มหาดไทย(ถาวร) นายอภิรักษ์ กล่าวว่า คุณสุกิจ เป็นคนที่ทำงานกับพรรคมานานโดยเฉพาะในพื้นที่นี้ และเคยเป็นเลขาและรองผู้ว่าฯกทม. โดยส่วนตัวถือว่าเป็นคนที่เหมาะสม แต่การพิจารณารายชื่อขึ้นกับคณะกรรมการคัดสรร และคณะกรรมการบริหารเป็นหลักและหากต้องเลือกระหว่างนายสุกิจกับตนนั้น ตนคงตอบไม่ได้ และตนไม่เสียใจหากพรรคไม่เลือก เพราะตอนนี้ก็ช่วยนายกฯในฐานะที่ปรึกษาอยู่ เมื่อถามย้ำว่ากับสถานการณ์การเมืองที่ใกล้จะมีการเลือกตั้งใหญ่มีความประสงค์ที่จะลงเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิรักษ์ กล่าวว่า จริงๆแล้วตนไม่ได้มองตรงจุดนั้น มองอยู่แค่ว่าทางพรรคคงมีเหตุผลในการพิจารณาเลือกผู้สมัครคนไหน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งซ่อมหรือเลือกตั้งใหญ่

 “กับท่านนายกฯก็เคยมีการพูดเป็นการส่วนตัวบ้าง ผมจริงๆโดยงานทำกับนายกฯมาจะ 2 ปีแล้ว ส่วนการลงเลือกตั้งเป็นเรื่องอนาคตและเป็นเรื่องของพรรค และหากมีคนเสนอชื่อ ก็คงต้องให้พรรคพิจารณา กับคุณสมเกียรติเองก็เคยคุยกัน แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องความเหมาะสมว่าเป็นอย่างไร ที่เป็นข่าวมีแต่เพียงรายงานข่าว แต่ทราบและได้คุยกับนายกฯมาบ้าง” นายอภิรักษ์ กล่าว

 ด้านนพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมว่า พรรคได้หารือพรรคร่วมและเห็นตรงกันว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญว่าประชาธิปไตยได้กลับมาสู่ความปกติ สามารถหาเสียงในทุกพื้นที่ได้โดยไม่มีความขัดแย้งรุนแรง ซึ่งพรรคให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากกว่าผลการเลือกตั้ง ส่วนการคัดเลือกผู้สมัครลงรับเลือกตั้งส.ส.กทม.แทนนายสมเกียรติ ฉันทวานิช นั้น ตามข่าวที่มีการระบุว่ามีการล็อบบี้ โดยเสนอเงินให้ผู้ที่มีชื่อเหมาะสมถอนตัวนั้น ไม่จริง เพราะเรื่องนี้เป็นการผิดต่อแนวทางของพรรคที่จะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกเขต ซึ่งจะผ่านขั้นตอนต่างๆ ของพรรค อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แม้สาขาพรรคทั้ง 5 จะเสนอชื่อตน นายสุกิจ ก้องธรนินท์ และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน แต่ก็ยังมีบุคคลที่เหมาะสมอื่นๆ เช่น นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ เลขานุการรมว.การต่างประเทศ นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี อย่างไรก็ตาม การที่ตนแสดงความจำนงในการลงสมัครในเขตนี้เป็นเพราะมีความพร้อม และที่ผ่านมาก็ได้แสดงความจำนงที่จะลงสมัครในเขตนี้มาตั้งแต่ปี 2539 อีกทั้งพื้นที่นี้ก็เป็นเขตที่ตนพักอาศัยอยู่

 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมส.ส. กทม. ว่า พรรคได้รับชื่อผู้เหมาะสมจากสาขาย่อยต่างๆในพื้นที่เขตเลือกตั้งรวม 4 สาขา คือ สาขาคลองเตย ยานนาวา สาทร และบางคอแหลม ปรากฏว่า มีผู้ได้รับการเสนอชื่อมาเพียง 3 คนคือ 1.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกฯและอดีตู้ว่าฯกทม. 2.นายสุกิจ ก้องธรนินทร์ เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ 3.นพ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือว่าเป็นเพียงความเห็นเบื้องต้นที่จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ต้องฟังความเห็นจากสาขาพรรคด้วย แต่ก็ไม่ได้ถือเป็นข้อยุติ ซึ่งจะต้องนำรายชื่อเหล่านี้ให้คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครในนามพรรคที่มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธานพิจารณาอีกครั้ง และกรรมการชุดนี้สามารถที่จะหยิบยกบุคคลอื่นที่เสนอตัวต่อพรรคโดยตรงมาพิจารณาความเหมาะสมและคุณสมบัติได้เช่นกัน หลังจากที่ได้ข้อยุติแล้ว ก็จะต้องนำรายชื่อผู้ที่เหมาะสมเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์เพื่อพิจารณาอีกครั้งและคาดว่าน่าจะมีการพิจารณาไปในวันที่ 15 พ.ย.นี้ หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เดินทางกลับมาจากประเทศจีนแล้ว