ข่าว

ไม่เห็นต้องวุ่นวายอย่างนี้

ไม่เห็นต้องวุ่นวายอย่างนี้

13 พ.ย. 2553

ความจริงน่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่นักการเมืองที่มีความรับผิดชอบตัดสินใจได้ไม่จำเป็นต้องเป็นประเด็นที่ลากยืดยาวจนกลายเป็นคำถามจากสังคมว่า คนเป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรีนั้นจริยธรรมอยู่ในมาตรฐานไหน

ประเด็นเรื่องสถานภาพความเป็นรัฐมนตรีของ คุณเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยคมนาคม จากพรรคชาติไทยพัฒนา และ คุณบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย พรรคภูมิใจไทย ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า บุคคลทั้งสองกระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 265 จากที่เข้าไปถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าไปคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม มีผลทำให้สมาชิกภาพความเป็นส.ส.สิ้นสุดลง นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำวินิจฉัย

 ทั้งสองท่านจะลงสมัครเลือกตั้งซ่อมในจังหวัดของตนหรือไม่เป็นประเด็นหนึ่ง แต่ประเด็นที่ชัดเจนก็คือว่า ในฐานะที่เป็นนักการเมืองต้องเคารพกติกา เมื่อกระทำความผิดรัฐธรรมนูญ ก็แปลว่ามีความบกพร่องทางจริยธรรม ตำแหน่งรัฐมนตรีถึงแม้ว่าไม่ได้กำหนดต้องเป็นส.ส. แต่เมื่อมีความบกพร่องในฐานะนักการเมือง ก็ต้องแสดงจิตวิญญาณแห่งความรับผิดชอบด้วยการลาออก ไปสมัครส.ส. ในการเลือกตั้งซ่อมให้ประชนตัดสิน

 ถ้าประชาชนเลือกกลับมาอีกครั้งหนึ่งก็ถือว่ามีความไว้วางใจในระดับหนึ่ง การจะกลับมาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ก็จะอยู่ที่การตัดสินพิจารณาของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งก็ต้องแสดงความรับผิดชอบและมาตรฐานจริยธรรม โดยเฉพาะเมื่อ คุณอภิสิทธิ์ เคยประกาศกฎเหล็กไว้ 9 ข้อ

 ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องที่สังคมคาดการณ์ว่านักการเมืองควรจะทำอย่างไร เมื่อเจอกับคำตัดสินของศาล ไม่ใช่เป็นศรีธญชัย ที่มาแยกแยะประเด็นว่าอะไรคือความเป็นรัฐมนตรี อะไรคือความเป็น ส.ส. และมีช่องว่างในตีความทางกฎหมายอย่างไรบ้าง เรื่องของความถูกต้องความชอบธรรมจริยธรรมนั้นไม่ตีความตามกฎหมาย ตีความตามความรู้สึกสำนึกแห่งความรับผิดชอบของผู้กระทำเท่านั้น

 ฉะนั้นประเด็นของการถกเถียงวันนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์ จอทีวี ว่าด้วยท่านทั้งสองว่าจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ ก่อนที่จะสมัครเลือกตั้งซ่อม หรือจะเลือกตั้งซ่อมหรือไม่ส่งใครแทน จึงเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะคุณภาพนักการเมืองไม่ได้มาตรฐาน บ้านเมืองนี้จงมีแต่ประเด็นที่ไร้สาระ และห่างไกลจากความเจริญยิ่ง

สุทธิชัย หยุ่น