
พาณิชย์สั่งเช็กสต็อกน้ำมันปาล์มป้องกันพ่อค้ากักตุนไว้รอฟันกำไร
พาณิชย์สั่งเช็กสต็อกน้ำมันปาล์ม ป้องกันผู้ค้ากักตุนหวังฟันกำไร รับต้นทุนผลิตสูงขึ้น อาจให้ปรับราคาขายปลีกแนะนำขึ้นจากขวดละ 38 บาท เล็งนำน้ำมันปาล์มบรรจุถุงขายลดต้นทุน
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงปัญหาราคาน้ำมันปาล์มขวดปรับสูงขึ้นว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในออกตรวจสต็อกน้ำมันปาล์มดิบอย่างเร่งด่วน ทั้งในส่วนของโรงกลั่น โรงสกัด รวมถึงสต็อกน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์บรรจุขวดขนาด 1 ลิตรตามห้างสรรพสินค้า เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกักตุนสินค้าเพื่อรอการจำหน่ายในช่วงที่เวลาปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะนี้พบความผิดปกติด้านข้อมูลเกี่ยวกับสต็อก โดยจากรายงานเบื้องต้นแจ้งว่าปัจจุบันมีสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ 1.8 แสนตัน แต่ในความเป็นจริงอาจน้อยกว่านั้น
“ขณะนี้ผลผลิตปาล์มลดลงมาก ทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันปาล์มดิบปรับสูงขึ้น ซึ่งหากคำนวณตามสูตรกระทรวงพาณิชย์ ราคาที่แท้จริงจะต้องปรับขึ้นไปอยู่ที่ขวดละ 53 บาท สูงกว่าราคาเพดานปัจจุบัน ที่กำหนดไว้ขวดละ 38 บาท ขณะนี้เรากำลังหาวิธีแก้ไขปัญหา โดยอาจจะนำน้ำมันปาล์มมาบรรจุถุงขายเพื่อลดต้นทุนการขวดบรรจุ ซึ่งจะทำให้ขายได้ในราคาถูกลง เพื่อบรรเทาผลกระทบไปก่อน และยังไม่อยากให้ประชาชนแตกตื่นมาก เพราะขณะนี้สินค้ายังไม่ขาดแคลน“ นายยรรยง กล่าว
นายยรรยง กล่าวต่อว่า เร็วๆ นี้อาจจะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาน้ำมันพืช เพื่อหารือถึงภาวะผลผลิตและราคาผลปาล์มดิบรวมถึงวางแผนการบริหารจัดการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าราคาเพดานจำหน่ายปลีกปาล์มบรรจุขวดขนาด 1 ลิตรที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดขณะนี้ที่ขวดละ 38 บาท เป็นราคาที่ไม่ธรรมชาติ ไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต โดยอาจจะมีการอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาจำหน่ายปลีกแนะนำ หรือราคาเพดานเพิ่มขึ้นจากราคาปัจจุบันที่ขวดละ 38 บาท
ส่วนการประชุมร่วมกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย รวมทั้งผู้ผลิตปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืชและอุปกรณ์การเกษตรรวม 27 รายนั้น กลุ่มผู้ผลิตและประกอบการปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืชและอุปกรณ์การเกษตรทั้งหมด ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าจนถึงสิ้นปี แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับสูงขึ้น ทำให้คาดว่าในช่วงต้นปีหน้าราคาปุ๋ยอาจต้องปรับขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามราคาต้นทุนอีกครั้ง



