
ตุลาการเผชิญมารผจญ
ไม่มีข้อสงสัยอีกแล้วว่าการจัดทำคลิปเกี่ยวโยงกับบุคคลในศาลรัฐธรรมนูญแล้วนำมาเปิดเผยในยูทูบนั้นเป็นขบวนการ มีเป้าหมายวัตถุประสงค์แน่ชัดว่าต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของตุลาการ และสถาบันศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งหมดนี้มีนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการของประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายชัช ชลวร เป็นตัวการ ทำเรื่องบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งสิ้น
นายพสิษฐ์ได้เป็นผู้กระทำการ เรียกบุคคลต่างๆ ไปพบ แล้วตั้งคำถามนำในประเด็นต่างๆ โดยที่เหยื่อผู้ไม่ระแวง ได้ “หลุด” อาการและคำพูด สร้างความเสียหายต่อตนเอง และผู้อื่น อย่างมาก
แต่บางคลิปนั้นจะเป็น “ของจริง” หรือการ “จัดฉาก” หรือไม่ ต้องได้ตัวนายพสิษฐ์มาให้ปากคำผ่านการสอบสวนอย่างจริงจังโดยเจ้าหน้าที่
ทุกวันนี้ นอกเหนือจากการยกเลิกหนังสือเดินทางปกสีน้ำเงินของนายพสิษฐ์แล้ว รัฐบาลยังไม่ได้มีความเคลื่อนไหว เอาตัวแสบรายนี้มาสอบสวน หลังจากมีหลักฐานว่านายพสิษฐ์ลาออกจากตำแหน่งและไปฮ่องกง
ป่านนี้ยังไม่รู้ตัวว่านายพสิษฐ์เดินทางต่อไปยังที่ใดหรือไม่ แถมยังมีประเด็นเงื่อนงำอีกว่ากระทรวงการต่างประเทศยกเลิกหนังสือเดินทางที่ว่านั้นช้ากว่าที่ควรจะเป็น 11 วัน และไม่แถลงว่านายพสิษฐ์มีหนังสือเดินทางกี่เล่ม
โดยปกตินายพสิษฐ์น่าจะมีเล่มปกสีน้ำตาลสำหรับบุคคลธรรมดาด้วย!
ถ้าเป็นเช่นนั้น การยกเลิกหนังสือเดินทางเล่มปกสีน้ำเงินสำหรับข้าราชการและนักการเมือง ก็ไร้ความหมาย นายพสิษฐ์ยังใช้เล่มปกสีน้ำตาลเดินทางไปประเทศอื่นๆ ได้อีก ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศต้องชี้แจง
นายพสิษฐ์นั้น เป็นตัวอันตรายอย่างแท้จริง ต่อความเสียหายของกระบวนการยุติธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องรับสภาพความเสื่อมด้านชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือขององค์กรอย่างมากมาย และยังไม่หยุดเพียงแค่นี้
ถ้ายังไม่มีใครรับผิดชอบ ย่อมเกิดความเสื่อม ยากต่อการแก้ไข!
ความเสื่อมต่อความน่าเชื่อถือได้เกิดขึ้นแล้ว โดยฝีมือของนายพสิษฐ์ แต่ถ้าต้นตอของความเสียหายนั้นยังไม่แสดงให้รับผิดชอบ จะสะท้อนให้เห็นว่ามีปัญหาด้านจิตสำนึก ยางอาย ซึ่งบุคคลในระดับนี้ต้องมีสูงกว่าธรรมดา
นายชัช ชลวร ซึ่งเป็นเจ้านายและผู้อุปการะโดยตรงจะมีท่าทีอย่างไร หรือนิ่งเงียบ หลังจากนายพสิษฐ์ได้สร้างความหายนะต่อองค์กร โดยที่สังคมอยากจะรู้ว่าอามิสสินจ้างมากน้อยเพียงใด จึงกล้าทำ และเสี่ยง
ถ้าเป็นตัวเงิน ต้องมากพอสำหรับการหนีไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ และมีใครในขบวนการจ้องทำลายศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับส่วนแบ่งนี้บ้าง
ผู้จ้างวานย่อมไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง จากการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ หรือแผนร้ายเกิดจากความแค้นของนักการเมืองกลุ่มใด ซึ่งถูกศาลสั่งให้ยุบพรรค หลังจากประกอบพฤติกรรมชั่ว
ผู้รู้เรื่องนี้ย่อมเป็นนายพสิษฐ์ และนักการเมืองสังกัดพรรคคนหนีคุก ซึ่งส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ถากถาง เสียดสี เยาะเย้ยศาลรัฐธรรมนูญ สลับกับการขู่กรรโชก แบล็กเมล์ จนน่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมายในแง่ของผู้สมรู้ร่วมคิด และผู้ข่มขืนใจตุลาการให้ทำการอันใดตามใจตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะเสียหายจากคลิป
ก็มีตุ๊ดตู่ ตาโปน และเด็จพี่โบท็อกซ์ ผิวหน้าแมลงวันไม่กล้าเกาะ!
ทั้ง 2 ตัวดีนี้ จะแปรสภาพเป็นตัวร้าย จนผลสุดท้ายทำให้พรรคโดนยุบอีกรอบหรือไม่ เพราะมีแววว่าจะต้องถูกเรียกตัวไปเล่านิทานให้ศาลฟัง
วันก่อนที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติมอบหมายให้เลขาฯ ดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายพสิษฐ์ และกลุ่มบุคคลไม่ทราบจำนวนที่เป็นตัวการร่วมกันในการจัดทำและเผยแพร่คลิปทางคอมพิวเตอร์ เครือข่ายเว็บไซต์ และหนังสือพิมพ์บางฉบับ
การกระทำความผิดเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันจนถึงปัจจุบัน โดยใช้นามแฝงว่า Ohmygod3009 กระทำการเผยแพร่คลิปเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
โดยเฉพาะ คลิปชุด 3 ชื่อ "คำสารภาพคนโกงข้อสอบ คำสารภาพของเด็กฝากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" มีเนื้อหาเป็นการสนทนาระหว่างเด็กหนุ่ม 2 คนกับ "ปอย" หรือนายพิสิษฐ์
“ตุ๊ดตู่ ตาโปน” เจื้อยแจ้วอีกว่าคลิปฉาวออกมาอีกตามที่ตนเองเคยพูด แถมยังเย้ยศาลอีกว่า “มันประจานตัวตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่ควรทำหน้าที่ต่อไป น่าแปลกใจที่ไม่มีการดำเนินคดีกับคนโกงหรือตุลาการและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เอาแต่ไปดำเนินคดีคนเผยแพร่คลิป”
“วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญทำตัวเป็นโมฆบุรุษ ไม่เหมาะสมที่จะพิจารณาคดีความใดๆ อีก แม้แต่คดียุบพรรคประชาธิปัตย์”
ปากดีแบบนี้ สักวันหนึ่งคงจะใช้เปิดประตูคุกได้แน่ๆ เชื่อดิ! อิอิอิ!!!



