ข่าว

น้ำท่วมและหนาว

น้ำท่วมและหนาว

13 พ.ย. 2553

น้ำท่วมใหญ่เป็นวงกว้างในทุกภาคของประเทศปีนี้ ผู้สันทัดกรณีบอกว่า เหตุเพราะมีฝนตกหนักผิดปกติในชั่ววันข้ามคืนพร้อมกันในหลายพื้นที่ ทำให้แม่น้ำลำคลองหนองบึงในทุกแห่งมีน้ำเต็มไปหมด

น้ำจึงล้นทะลักไหลออกมาในเวลาเดียวกันเข้าท่วมบ้านเรือนและนาข้าว ในหมู่บ้านตำบลและอำเภอหลายแห่งที่อยู่ใกล้น้ำทั้งภาคเหนือ อีสาน ตะวันตก ตะวันออกและภาคใต้ให้เป็นเช่นทะเลดังที่เห็น

 จะนับว่าเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ได้เห็นชาวนาไทยเราต้องลอยคอในท้องนาเกี่ยวข้าวที่ยังไม่เติบโตดีแข่งกับน้ำ แล้วต้องอพยพทิ้งเรือนหนีไปนอนเต็นท์อยู่ข้างถนน ทั้งยังต้องอดข้าวอดน้ำทั้งที่ทำนาปลูกข้าวและรอบๆ ตัวที่นอนอยู่เต็มไปด้วยสายน้ำ

 มีเสียงชาวนาที่ถูกน้ำท่วมโอดครวญว่า เวลาทำนาปรังทางกรมชลประทานก็ไม่มีน้ำจะให้ ถึงนาปีมีหนเดียวทำตามฤดูกาลกลับปล่อยน้ำลงมาท่วม ทำให้นาล่มเสียหายในขณะที่ข้าวกำลังออกรวงตั้งท้อง แม้บ้านเรือนก็อยู่ไม่ได้เพราะน้ำท่วมมิดหัวมิดหลังคาบ้านอย่างไม่เคยมีมาก่อน

 ได้ยินแล้วก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ทั้งยังนึกภาพไม่ออกด้วยว่าชีวิตชาวนาไทยต่อไปจะเป็นอย่างไร

 ในรอบปีนี้มีภัยพิบัตินานาอันเนื่องมาจากความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศเกิดขึ้นทั่วไปเกือบจะในทุกมุมโลกและประเทศเขตทวีป มีทั้งพายุไซโคลน ไต้ฝุ่น เฮอริเคน คลื่นยักษ์สึนามิ แผ่นดินไหว ไฟป่า ภูเขาไฟระเบิด เกิดหนาวจัดร้อนจัด ฝนตกหนักและแล้งหนัก

 เกิดสูญเสียมากมายทั้งทรัพย์สินและชีวิต ใช่แต่ในเมืองไทยเรา

 มีหนังที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเรื่องหนึ่งได้เคยเตือนเอาไว้ว่า ยุคแห่งความรักสบายและเอาแต่ได้ของมนุษย์กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว ในอนาคตข้างหน้าอันไม่ไกลนักนี้ ผู้คนนับล้านจะถูกสิ่งแวดล้อมขับไล่

 ยิ่งนึกก็ยิ่งเห็น ดูเหมือนว่าอนาคตข้างหน้าอย่างที่หนังเรื่องนี้เตือนกำลังเกิดเป็นจริงแล้ว

 หนังเรื่องนี้ยังได้ทำนายโลกเอาไว้ด้วยว่า โลกอาจจะเกิดขาดแคลนน้ำแต่ในขณะเดียวกันก็อาจเกิดน้ำท่วมโลกได้ เช่นเดียวกับที่เป็นไปได้ว่า บรรดาเมืองทั้งหลายที่ตั้งอยู่ใกล้น้ำบนโลกนี้อาจจมหายไปจนหมด ในวันหนึ่งข้างหน้า

 ทำให้ใจหายครับ เมื่อนึกถึงหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัดในทุกภาคของประเทศและรวมทั้งกรุงเทพฯ ของเราด้วย ที่ส่วนใหญ่แล้วตั้งอยู่ริมน้ำ จะต้องพบเผชิญกับสภาวะน้ำท่วมโลกในอนาคต ที่นับวันมีแต่จะยากลำบากและทุกข์ทรมานยิ่งขึ้น อย่างที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ อย่างหาดใหญ่ครั้งล่าสุด

 ทุกวันนี้ก็แย่อยู่แล้วในอนาคตข้างหน้าก็นึกภาพไม่ออกอีกว่า จะยิ่งแย่ขนาดไหน

 ในเมืองไทยเราปลายปีนี้เมื่อน้ำลดลงไปแล้วอาจจะเกิดหนาวหนักด้วยทุกปีที่น้ำมากก็มักจะเกิดหนาวมาก ผู้สันทัดกรณีบอกว่าปลายปีนี้จะหนาวสุดในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาทีเดียว

 อากาศหนาวในเมืองไทยภาคเหนือกับภาคอีสานปีนี้เฉลี่ยแล้วจะอยู่ในระหว่าง 6-9 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในภาคใต้ไม่เคยหนาวก็จะหนาว และกรุงเทพฯ เฉลี่ยแล้วจะหนาวกว่าปีที่ผ่านมาให้เตรียมเสื้อหนาวไว้ใส่กันได้แล้ว

 ส่วนพวกที่อยู่ตามป่าเขาดงดอยหรือว่าเป็นชาวไร่ชาวนายากจนอยู่ริมน้ำ และน้ำเพิ่งจะลดไป ของบริจาคที่จะได้อย่างถุงยังชีพก็คงจะเปลี่ยนมาเป็นเสื้อผ้าเสื้อหนาว อะไรในทำนองนี้

 ก็นึกได้เท่านี้แหละ สำหรับการแก้ปัญหาในทุกรัฐบาลของไทยเรา และก็คงจะไม่มีรัฐบาลใดที่มาแก้ปัญหาให้ดีไปกว่านี้ได้ นอกจากจะใช้น้ำใจคนไทยเข้าช่วยกันไปตามมีตามเกิดครับ