
ไม่สั้นไม่เอียงแต่..."ยาว
นั่งนับนิ้วเกือบ 7 ปีแล้วซินะ..ที่ไม่ได้เจอ เสี่ยแม๋ว" หรือ พ.ต.อ.รณศิลป์ ภู่สาระ ว่าที่ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล รูปร่างยังดูสง่าภูมิฐานสัดส่วน 180 เซนติเมตร น้ำหนัก 95 กิโลกรัม ยังแต่งตัวเน้นโทนเรียบหรูสไตล์หนุ่มไฮโซ
อดไม่ได้ที่...กระจอกข่าว อยากสืบสาวความหลังเมื่อครั้ง เสี่ยแม๋ว ลงไปช่วยราชการโดยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2547 ในตำแหน่ง รองหัวหน้าสืบสวนคดีสำคัญ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ส่วนหน้า) ที่ อ.เมือง จ.ยะลา นั้นเป็นอย่างไร?
“ตอนแรกๆ ที่ผมลงไปทำงานที่จังหวัดชายแดนใต้ จะจดจำชื่อผู้ต้องสงสัย ผู้ถูกกล่าวหาไม่ค่อยได้เพราะชื่อนามสกุลเรียกค่อนข้างยาก แล้วไม่รู้ใครเป็นใคร กว่าจะคุ้นชินกับชื่อได้ต้องใช้เวลาหลายเดือน หลังจากนั้นเราก็พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้" พ.ต.อ.รณศิลป์ ย้อนความทรงจำ
เสี่ยแม๋ว ลงไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนใต้เสียนาน ลูกๆ วัยกำลังโต อย่าง "น้องหมิว" อายุ 20 ปี เรียนอยู่คณะสถาปัตยกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ "น้องเหมือง" อายุ 14 ปี เรียนอยู่ที่โรงเรียนเซนต์ดอมินิค พวกเขารู้สึกอย่างไร
“มีคุณแม่ของลูกๆ (คุณจิตรา)ทำหน้าที่ทั้งเป็นคุณพ่อและคุณแม่พร้อมๆ กัน ตอนไปทำงานครั้งแรกลูกสาวคนโตก็เป็นห่วง บ่นคิดถึงบ่อยครั้ง แต่คุยโทรศัพท์กันทุกวัน ก็มีบ้างที่รบเร้าว่าเมื่อไหร่พ่อจะกลับ ก็รู้สึกหดหู่นิดๆ แต่ก็บอกลูกสาวว่า พ่อเป็นตำรวจทำหน้าที่จับคนร้ายที่ก่อเหตุ พ่อต้องทำงานตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ส่วนลูกชายก็บอกคิดถึง แต่มักจะคุยเรื่องเกมพัง คอมพิวเตอร์เสียมากกว่า(ฮา) ช่วงนั้นเดือนหนึ่งจะได้กลับมาพักที่บ้านเพียงไม่กี่วัน แต่ทุกวันนี้ย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วลูกๆ ก็ดีใจ เพราะได้กลับมาอยู่เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์" พ.ต.อ.รณศิลป์ บอกด้วยรอยยิ้ม
ฟังเรื่องราวของนายตำรวจหนุ่มที่ต้องจากครอบครัวไปประจำอยู่ชายแดน กระจอกข่าวแทบน้ำตาซึม แต่ชีวิตของ พ.ต.อ.รณศิลป์ ก็ไม่ธรรมดา จบจากโรงเรียนสวนกุหลาบ รุ่น 97 จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน รุ่น 36 ชีวิตการรับราชการผ่านร้อนผ่านหนาวทั้งบู๊และบุ๋นมาอย่างโชกโชน ส่วนใหญ่คลุกคลีอยู่ในแวดวงนักสืบสวน จนได้ว่าเป็นนักสืบสวนฝีมือดีอันดับต้นๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ส่วนผลงานอาชญากรรมที่สำคัญๆ ได้แก่ การสืบสวนจับกุม นายณฤทธิ์ เพ็งเอี่ย พร้อมพวก ผู้ต้องหาในคดียิง นายสันติ ชัยวิรัตนะ อดีตรัฐมนตรีและ ส.ส.หลายสมัย โดยเฝ้าติดตามคดีในหลายจังหวัดนานเกือบ 3 เดือน, คดีอดีตนายทหารพร้อมพวกกักขังหน่วงเหนี่ยวพนักงานฝ่ายตรวจสอบบัญชี บริษัทก่อสร้างชื่อดัง สามารถจู่โจมชิงตัวผู้ตรวจสอบบัญชีออกมาได้อย่างปลอดภัย, จับกุมนายเสริม สาครราษฎร์ ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพนักศึกษาแพทย์ และจับกุมผู้ต้องหาพร้อมทั้งพิสูจน์ทราบเครือข่ายกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
จากประสบการณ์การสืบสวนสอบสวนคดีที่ชายแดนใต้ ได้นำมาประยุกต์ใช้กับการกองสืบสวนนครบาลหรือไม่ เสี่ยแม๋ว แทบไม่ต้องคิดเอ่ยปากตอบชัดถ้อยชัดคำ
"ที่ภาคใต้ถือว่าเป็นงานหนัก วันหนึ่งเกิดเหตุหลายคดี ทำงานต้องต่อเนื่องใช้ความรู้ความสามารถ พร้อมหลักการสืบสวนทางเทคโนโลยีที่เคยใช้สมัยเป็นนักสืบอยู่ที่กองปราบปราม และกองสืบสวนตามกองบังคับการ ทำคดีมามาก ก็มีความเชื่อมั่นในการทำงานด้านการสืบสวน คิดว่าคดีในนครบาลไม่หนักไปกว่าทางภาคใต้ สามารถนำมาบูรณาการเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมได้"
ระหว่างไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ เสี่ยแม๋ว ขอตัวอ่านบันทึกการสืบสวนของลูกน้อง พร้อมทั้งบอกให้ลูกน้องหยิบแว่นสายตาจากโต๊ะทำงานมาให้ที่โต๊ะประชุม ก่อนบรรจงสวมใส่
"ถึงขนาดต้องใส่แว่นแล้วหรือ?" กระจอกข่าว ถือโอกาสแซว
"ผมไม่สั้น ไม่เอียง แต่ยาวแค่ 170 เท่านั้นเอง(ฮา)" เสี่ยแม๋ว ปล่อยมุกสวนทันควัน ที่ว่ายาวๆ นี่ "สายตา" นะอย่าคิดลึก (ฮา)



