
ปภ.แถลง21จังหวัดจมน้ำตาย206ราย
ปภ.แถลง 21 จังหวัดจมน้ำ ส่งผลกระทบปชช.เดือดร้อน 1,834,735 คน เสียชีวิต 206 ราย เร่งกู้ซาก-ฟื้นฟูอีก 30 จว. ขีดเส้นตายให้จังหวัด เร่งส่งรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยจากพิษน้ำท่วมภายใน 15 พ.ย.นี้ สั่งรายงานการจ่ายเงินทุกวัน ดีเดย์ 12 พ.ย
(12พ.ย.) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคกลาง รวม 15 จังหวัด 64 อำเภอ 473 ตำบล 3,527 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 334,887 ครัวเรือน 991,521 คนพื้นที่การเกษตรเสียหาย 6,316,156 ไร่ ผู้เสียชีวิต 146 ราย แบ่งเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ภาคกลาง 8 จังหวัด ส่วนภาคใต้ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย ใน 6 จังหวัด ราษฎรเดือดร้อน 256,940 ครัวเรือน 843,214 หมู่บ้าน ผู้เสียชีวิต 60 ราย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทั่วประเทศมีพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 21 จังหวัด 137 อำเภอ 998 ตำบล 7,270 หมู่บ้าน 591,827 ครัวเรือน 1,834,735 คน ผู้เสียชีวิต 206 ราย
กรมปภ.รายงานว่า นอกจากนี้มีจังหวัดอยู่ในระหว่างการฟื้นฟู 30 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร เพชรบูรณ์ ระยอง จันทบุรี ตราด ตาก ชลบุรี ลำพูน เชียงใหม่ สระแก้ว นครนายก กำแพงเพชร พิษณุโลก หนองบัวลำภู ปราจีนบุรี สมุทรปราการ นครปฐม อุทัยธานี บุรีรัมย์ ฉะเชิงเทรา อ่างทอง ชัยภูมิ นครสวรรค์ นครราชสีมา สตูล นราธิวาส ยะลา กระบี่ ชุมพร และระนอง ทั้งนี้ ผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กล่าวถึงการจ่ายเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2553 ครอบครัวละ 5,000 บาท ว่า ผู้ประสบอุทกภัยที่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือดังกล่าว ได้แก่ ผู้ประสบอุทกภัยจากกรณีน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้ไม่สามารถ ขนย้ายทรัพย์สินไปสู่ที่ปลอดภัยได้ทัน หรือผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน ซึ่งจากการสำรวจมีผู้ประสบอุทกภัย รวมจำนวน 632,288 ครัวเรือน ครม.จึงได้อนุมัติกรอบวงเงินช่วยเหลืองบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 3,161,440,000 บาท
โดยวันที่ 2 พ.ย. สามารถสรุปรายละเอียดการจ่ายเงิน ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 ได้ดังนี้ แจ้งธนาคารออมสินเพื่อเบิกจ่ายเงิน 12 ครั้ง จำนวน 23,754 ครัวเรือน เป็นเงิน 128,550,000 บาท ได้รับแจ้งจากจังหวัดว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล จำนวน 59,933 ครัวเรือน เป็นเงิน 299,665,000 บาท ทั้งนี้ เพื่อให้การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติครัวเรือนละ 5,000 บาท เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องและเป็นธรรม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานให้จังหวัด ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามมติ ครม.จัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดภายในวันจันทร์ที่ 15 พ.ย.นี้ พร้อมรายงานการจ่ายเงินเป็นประจำทุกวัน ภายในเวลา 20.00 น.ทางโทรสาร และหนังสือ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 พ.ย.เป็นต้นไป จนกว่าจังหวัดจะดำเนินการจ่ายเงินให้ผู้ประสบภัยครบถ้วนตามจำนวนที่ ครม.มีมติให้ความเห็นชอบ
ด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา ได้เดินทางมาที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนำเงินมาร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 3 แสนบาท โดยได้มอบให้กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับเงินบริจาคว่า นายสุวัจน์และภรรยาพร้อมทั้งครอบครัวได้ร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบนํ้าท่วม ซึ่งความจริงแล้วนายสุวัจน์และภรรยาได้ดูแลผู้ประสบอุทกภัยที่จ.นครราชสีมาอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในทุกภาคของประเทศนายสุวัจน์จึงต้องการแสดงนํ้าใจให้ประชาชนเห็นว่า เมื่อเกิดเหตุไม่ว่าเราจะอยู่ภาคไหนเราก็มีความเป็นห่วงเป็นใยต่อประชาชน ขณะเดียวกันกลุ่มบริษัทในเครือการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ก็ได้บริจาคเงินจำนวน 10 ล้านบาทด้วย ดังนั้น ตนขอถือโอกาสกราบเรียนไปถึงผู้มีจิตเมตตาที่มีความประสงค์ต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและยังไม่ได้เข้าร่วมกับใครด้วยว่า ขอให้มาร่วมบริจาคกับพรรคประชาธิปัตย์ได้
ทั้งนี้ในส่วนที่บริจาคเป็นเงินสดพรรคจะนำไปดูแลซ่อมแซมและสร้างบ้านเรือนให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด เพราะงบประมาณที่รัฐบาลจัดให้นั้นบางทีอาจไม่เพียงพอ โดยพรรคจะประสานกับมูลนิธิ องค์กรเอกชนและกองทุนต่าง ๆ ที่ประชาชนได้ช่วยกันบริจาคเพื่อนำเงินไปช่วยกันในฐานะเป็นส่วนเสริมจากที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว อย่างไรก็ตามส่วนของที่จะนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยก็ยังสามารถบริจาคได้ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง ปลากระป๋อง และผ้าห่ม เพราะมีประชาชนบางส่วนแม้ว่านํ้าจะลดลงแล้ว แต่บางพื้นที่น้ำยังแช่ขังอยู่จึงยังต้องได้รับการดูแลด้วยเช่นกัน
ส่วนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนนั้น ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว โดยตนพยายามประสานไปกับส่วนท้องถื่นเช่น อำเภอและจังหวัด ซึ่งในเบื้องต้นที่ ต.แหลมโพ อ.ยะหลิ่ง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมาตนได้รับรายงานว่า ได้มีการซ่อมแซมบ้านที่เสียหายเกือบเสร็จแล้ว 2 หลังจากทั้งหมด 65 หลัง โดยมีภาคเอกชนเข้าไปดำเนินการ 3 หลัง เหลือที่พรรคต้องเข้าไปช่วยเหลือ อีก62 หลังซึ่งเป็นบ้านเสียหายทั้งหลัง เดิมตนตั้งวงเงินที่จะซื้อวัสดุ 1.2 แสนบาท โดยมีทหารช่างและอาสาสมัครมาช่วยกันสร้าง โดยนายอำเภอยะหลิงได้โทรมารายงานว่าอาจจะใช้เงินในการซ่อมแซมเพียง 1 แสนบาทที่เสียหายทั้งหลัง เนื่องจากมีผู้บริจาคกระเบื้องและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการก่อสร้างเข้ามาให้ด้วย อย่างไรก็ตาม เงินบริจาคที่เหลือจะนำไปช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับประชาชนทั้งประเทศที่ได้รับความเสียหายจากนํ้าท่วมด้วย ซึ่งหลังจากนี้ ตนจะนัดมูลนิธิและองค์กรต่าง ๆ ที่มีเงินสดที่ได้รับการบริจาคอยู่ในมือมาหารือเพื่อแบ่งงานกันทำ จะได้ไม่ซํ้าซ้อนกัน



