ข่าว

รวบหนุ่มฆ่าทุบหัวสาวเอไอเอหมกป่า

รวบหนุ่มฆ่าทุบหัวสาวเอไอเอหมกป่า

12 พ.ย. 2553

รวบหนุ่มกรรมกรฆ่าทุบหัวสาวเอไอเอหมกป่าเมืองสุพรรณฯ ลวงทำประกันชีวิตก่อนพาไปฆ่าชิงเงิน 20 บาท

(12พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคบหน้ากรณี เจ้าหน้าที่พบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ทะเบียน กค 5102 สุรินทร์ จอดทิ้งข้างทางลูกรังในป่าละเมาะทางขึ้นไปวัดเขาถ้ำพระ ม.7 ต.วังคัน อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นรถของนางสุจิตตา ชนปทาธิป อายุ 34 ปี ตัวแทนประกันชีวิตปริษัท เอไอเอ แต่ไม่พบตัวนางสุจิตตา ต่อมานายรุ่ง ชนปทาธิป สามีได้แจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมกับออกตามหาแต่ไม่พบตัว จนกระทั่งวันที่ 5 พ.ย.ได้มีชาวบ้านพบศพนางสุจิตตา ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม โดยคนร้ายทิ้งศพในป่าละเมาะทางขึ้นถ้ำเขาพระ ห่างจากจุดที่พบรถประมาณ 100 เมตร หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.วีระ บุตรโพธิ์ รักษาการ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว โดยมี พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เป็นหัวหน้า

 ล่าสุดเวลา 10.00 น. วันนี้ พ.ต.อ.สุทธิ พวงพิกุล ผกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี และ พ.ต.ท.นภดลฎ์ อรัญศรี รอง ผกก.สส.สภ.ด่านช้าง ได้นำกำลังจับกุมตัวนายสมศักดิ์ หรือเก่ง สุขศรี อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/8 ซอยรังสิต-นครนายก 12 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 544/2553 ลงวันที่ 11 พ.ย.53 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ได้พร้อมของกลาง ซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 ซิม เสื้อยืดคอกลมสีเหลือง เปื้อนคราบเลือด 1 ตัว ที่แคมป์คนงานก่อสร้างย่านนทบุรี

 จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า มีอาชีพคนงานก่อสร้าง ได้รู้จักกับผู้ตายเมื่อประมาณเดือนต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะไปหาหมอที่ รพ.ปทุมธานี และผู้ตายได้เข้ามาพูดคุยและให้ทำประกันชีวิต แต่ตนยังไม่พร้อม เนื่องจากภรรยาและลูกหนีไป จึงให้ผู้ตายช่วยตามหาภรรยาและลูก จนกระทั่งวันที่ 1 พ.ย.ผู้ตายได้พาไปหาหมอไสยศาสตร์ที่วัดเขาถ้ำพระ เพื่อจะดูว่าลูกเมียอยู่ที่ไหน ระหว่างจอดรถไว้ที่ทางขึ้นวัด และเดินเท้าขึ้นไปผู้ตายได้หยอกล้อโดยใช้ก้อนหินปาที่เท้า ทำให้ตนรู้สึกเจ็บและโมโห จึง บันดาลโทสะ ใช้ท่อนไม้ฟาดผู้ตายแต่ไม่โดน เมื่อผู้ตายวิ่งหนี จึงตามไปใช้ก้อนหินทุบที่ศรีษะและใบหน้าจนถึงแก่ความตาย จากนั้นได้ค้นหาทรัพย์สินในรถ ได้เงินสดจำนวน 20 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แล้วหลบหนีไปซ่อนตัวจนกระทั่งถูกจับได้ดังกล่าว

 พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ผู้ต้องหาเคยถูกจับข้อหาชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายในพื้นที่ จ.นครปฐม ถูกศาลสั่งจำคุก 7 ปี หลังพ้นโทษมาแล้วก็ถูกตำรวจ สภ.ด่านช้าง จับข้อหาจำหน่ายยาเสพติด ศาลสั่งจำคุก 5 ปี จึงถือว่าเป็นภัยสังคมตัวฉกาจ และแนวทางการสืบสวนเชื่อว่าผู้ต้องหาได้วางแผนจะชิงทรัพย์ผู้ตาย โดยผู้ต้องหาอ้างกับผู้ตายว่าตัวเองมีเงินอยู่ในธนาคาร 400,000 บาท จะทำประกันชีวิตกับผู้ตาย แต่อ้างว่ามีปัญหาครอบครัว เพราะภรรยาพาลูกสาววัย 3 ขวบหนีไป หากผู้ตายสามารถเกลี่ยกล่อมให้ภรรยากลับมาได้ก็จะยอมทำประกันชีวิตกับผู้ตาย จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุผู้ตายและผู้ต้องหาได้นัดหมายกันเพื่อทำประกันชีวิต โดยผู้ตายขับรถไปรับผู้ต้องหาที่ กทม.แล้วเดินทางมาที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อมาถึงผู้ต้องหาได้หลอกให้ผู้ตายขับรถไปที่วัดเขาถ้ำพระ โดยอ้างว่าภรรยาและลูกอาศัยอยู่ที่วัดแห่งนี้ และจะให้ผู้ตายไปเกลี่ยกล่อมภรรยาและลูกให้ทำประกันชีวิตด้วย และใช้โอกาสที่ผู้ตายเผลอฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ดังกล่าว

 “ผู้ต้องหาเคยถูกจับดำเนินคดีและติดคุก จึงมีประสบการณ์ในด้านการกระทำผิดและการต่อสู้คดี พยายามเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงและปกปิดพยานหลักฐาน แต่ตำรวจมีความเชื่อมั่นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะนำไปพิสูจน์ในชั้นศาล เพื่อพิจารณาพิพากษาลงโทษผู้ต้องหาตามความผิดได้" พ.ต.อ.ชัยรัตน์ กล่าว 

 วันเดียวกันตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ได้นำเงินสินไหมสดแทนจำนวน 1.5 ล้านบาท มอบให้กับสามีผู้ตายด้วย