ข่าว

ผบ.สส.ยันชายแดนไทย-พม่าไร้ห่วง

ผบ.สส.ยันชายแดนไทย-พม่าไร้ห่วง

12 พ.ย. 2553

ผบ.สส. ระบุ ชายแดนไทย-พม่าไร้ห่วง ทหารมีแผนรับมือ เผย พม่ารับปากระวังใช้อาวุธ ไม่ทำกระทบไทย การข่าว ยัน ผบ.ดีเคบีเอ ทีท่าอ่อนลง รอเจรจาทหารพม่าตกลงผลประโยชน์ ขณะที่พ่อค้าชายแดนไทยพม่า หวั่นสงครามยืดเยื้อ อาจกระทบการค้า การลงทุน ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐ

(12พ.ย.) ที่วัดศรีสุดารามฯ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-พม่า ว่า ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นทางด้านภาคเหนือน่าจะเรียบร้อยแล้ว แส่วนกองทัพไทยยืนยันว่า ถ้ามีผู้ลี้ภัยจากการสู้รบเข้ามาในเขตไทย เราจะช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ซึ่งผู้ลี้ภัยไม่ได้อยากเข้ามา แต่เพราะมีความจำเป็น หากเหตุการณ์สงบเขาก็เดินทางกลับเข้าประเทศ ซึ่งขณะนี้ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ส่วนสถานการณ์พื้นที่ด่านเจดีย์สามองค์เหตุการณ์คุกรุ่นอยู่บ้าง แต่เป็นเรื่องการจัดการตามระเบียบภายในของพม่า และเราจะไม่ก้าวล่วงอธิปไตยของประเทศพม่า ทั้งนี้ทางทหาร เรามีการพูดคุยกันตั้งแต่คณะกรรมการจีบีซี จนถึงระดับแม่ทัพภาค โดยผู้ช่วยทูตทหารมีการประสานงานกันตลอด ซึ่งทางพม่ายืนยันจะใช้อาวุธอย่างระมัดระวังและรอบคอบ แต่ที่ผ่านมามีการต่อสู้ของหลายฝ่ายจึงทำให้ไม่ทราบว่า เป็นกระสุนของฝ่ายใด

 เมื่อถามว่า ขณะนี้กองทัพมีการเตรียมพร้อมอย่างไร หากมีการสู้รบในพื้นที่พม่า พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า มีแผนป้องกันประเทศและแผนของกองกำลังต่าง ๆ ทั่วประเทศ เมื่อเกิดเหตุในพื้นที่ทัพภาคที่ 1 และ 2 ดังนั้นศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกจึงต้องสั่งการและควบคุม ส่วนแม่ทัพภาคต้องบังคับบัญชากำลังในส่วนของตนเอง และอาจมีการปรับหรือเพิ่มเติมกำลังและเคลื่อนย้าย ต้องอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบ

 เมื่อถามว่า สถานการณ์ในพม่าจะสงบหรือไม่เพราะรัฐบาลพม่าได้เสียงข้างมากให้กลับมาเป็นรัฐบาล พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ต้องสงบ ขึ้นอยู่กับว่าจะช้าหรือเร็ว

 ด้านนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าฯตาก เปิดเผยว่า สถานการณ์ชายแดนพม่าขณะนี้เงียบสงบ ไม่พบเสียงปืนเกิดขึ้นทั้งในพื้นที่อ.แม่สอด และอ.พบพระ จ.ตาก อยู่ระหว่างรอการเปิดเจรจาของทหารพม่าและกลุ่มกะเหรี่ยงพุทธ (DKBA) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า

 รายงานข่าวแจ้งว่าตอนนี้ พ.อ.นะเคามวย ผู้บัญชาการกะเหรี่ยงพุทธ(ดีเคบีเอ.)ที่นำกำลังเข้ายึดจ.เมียววดี ประเทศพม่า มีทีท่าอ่อนลง แต่ต้องรอดูว่าผลการเจรจาต่อรองจะเป็นอย่างไร หากกลุ่มกะเหรี่ยงยอมตกลงเป็นเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (บีจีเอฟ) จัดสรรผลประโยชน์ได้ลงตัวสถานการณ์ชายแดนก็จะสงบไปอีกนาน แต่หากการเจรจาไม่สำเร็จก็จะเกิดการบดขยี้เกิดการสู้รบอีก

 ทั้งนี้ก็มีการวางแผนเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะแผนรองรับผู้อพยพจากภัยสงคราม เตรียมพร้อมพื้นที่รองรับ จึงไม่น่าห่วง เพราะฝั่ง อ.พบพระ มักเกิดการสู้รบช่วงฤดูแล้งเป็นประจำอยู่แล้ว จึงมีชาวพม่าอพยพมาต่อเนื่องแม้ว่าจะยังไม่มีเสียงกระสุนปืนก็ตาม แค่รู้ว่ามีการเคลื่อนพล จัดทัพมา ชาวบ้านก็หวาดผวา ซึ่งทางการไทยจำเป็นต้องผลักกันกลับไปก่อนจนกว่าจะเกิดเหตุขึ้น

 นายกฤษณะ เอี่ยมวงศ์นที ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่ายังมองสถานการณ์ในพม่าในขณะนี้ไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต เนื่องจากหลายปัญหาของพม่ามีความสลับซับซ้อน ซึ่งจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพม่าและไทยอยู่ในฐานะประเทศบ้านพี่เมืองน้อง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในพม่าล้วนแต่ส่งผลกระทบถึงประเทศไทยเห็นได้จากการสู้รบก็จะมีกลุ่มผู้อพยพเข้ามาในไทย หรือการปิดด่านพรมแดน ดังนั้นในสถานการณ์ที่อ่อนไหวเช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้นำประเทศของไทยจะต้องวางตัว วางนโยบายที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นก็เป็นได้

 “ขณะนี้สิ่งที่ผู้ค้าชายแดน หรือผู้ประกอบการ นักลงทุนชายแดนเฝ้าติดตามคือสถานการณ์บริเวณด่านพรมแดนด้าน อ.แม่สอดจะเกิดความสงบเมื่อไหร่ แม้ว่าในขณะนี้ชายแดนทางตอนใต้ยังไม่มีปัญหาหรือผลกระทบใดๆ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อผลกระทบคงตามมาอย่างแน่นอน

 นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่าขณะนี้พื้นที่ทางตอนใต้ และด่านชายแดนด้านจังหวัดระนองเพียงด่านเดียวที่ไม่มีปัญหาใดๆ ยังคงมีบรรยากาศการค้าขาย และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะพื้นที่ทางตอนใต้ไม่มีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าจึงทำให้ไม่มีผลกระทบใดๆ ส่วนกลุ่มพ่อค้าทั้งชาวไทยและชาวพม่าที่เคยได้รับบทเรียนจากการปิดด่านพรมแดนบ่อยครั้งช่วงก่อนหน้านี้ ได้เริ่มหาช่องทางใหม่ในการลำเลียงสินค้าเข้าไปยังประเทศพม่า

 ซึ่งในส่วนของ จ.ระนองแม้ว่าจะมีระยะทางที่ไกลกว่าเส้นทางเดินแต่มีข้อดีคือความปลอดภัยอีกทั้งการขนส่งทางเรือยังสามารถขนส่งได้คราวละมากๆ ทำให้กลุ่มผู้ค้าชายแดนส่วนหนึ่งหันมาเลือกใช้เส้นทางดังกล่าว แต่คาดว่าเป็นเพียงระยะหนึ่งหลังจากเหตุการณ์กลับสู่ปกติ ทางกลุ่มผู้ค้าก็คงจะหันไปใช้เส้นทางเดิมเนื่องจากรวดเร็ว และสะดวกกว่า แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อก็ยังมองไม่ออกว่าจะเกิดผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง มากน้อยขนาดใหน แต่ผลกระทบคงเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน

 “สถานการณ์การสู้รบ และสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศพม่าว่า เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าหลังการเลือกตั้งจะเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายอย่างแน่นอน เนื่องจากยังมีอีกหลายกลุ่มชนในประเทศพม่าที่เกิดความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมีการแสดงออก และหากร้ายแรงถึงขั้นขอแยกตัวก็อาจจะส่งผลให้เหตุการณ์ยืดเยื้อและบานปลาย ซึ่งผลกระทบจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยอย่างแน่นอน ดังนั้นขณะนี้จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ”