
ตาสว่างกันได้แล้ว
อุตส่าห์รวบรวมสมัครพรรคพวกจนได้กว่า 30 คน ไปรอรับคนเสื้อแดงที่ถูกขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะคนที่มารอ ได้รับการปล่อยตัวไปแล้วตั้งแต่เช้า
คารม พลทะกลาง ทนาย นปช. ผู้ที่มุ่งมั่นทำงานด้านกฎหมายเพื่อคนเสื้อแดงต้องออกมาอธิบายว่า วิษณุ กมลแมน ได้ถูกปล่อยตัวไปแล้วจริงๆ แถมใส่เสื้อสีเหลืองออกไปด้วย
ตามข่าวที่มานั้น มีคนเสื้อแดงที่จะได้รับการปล่อยตัวพร้อมกันนี้หลายคน นายธีระเดช สังขทัต อายุ 44 ปี นายสมหมาย อินทนาคา อายุ 32 ปี
ทั้งสองได้เงินจากกองทุนยุติธรรมวางหลักทรัพย์ค้ำประกันรายละ 6 หมื่นบาท
ส่วนนายบุญยฤทธิ์ โสดาคำ อายุ 24 ปี อยู่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ศาลเรียกหลักทรัพย์ค้ำประกัน 2 แสนบาท เพราะคนนี้ไม่เพียงแค่ฝ่าฝืน พ.ร.ก. แต่ยังมีคดีครอบครองอาวุธปืนอีกด้วย
ก็น่าเห็นใจที่คนเหล่านี้ ต้องใช้เงินจากกองทุนยุติธรรม ไม่ได้มีเงินจาก นปช. หรือจากใครที่ชักชวนให้มาชุมนุม
อย่างรายนายวิษณุ นั่นก็ออกไปโดยไม่มีญาติพี่น้องมารับแม้แต่คนเดียว ทั้งที่ถูกขังนานถึง 6 เดือน
มันสะท้อนให้เห็นว่า หากนับว่าการชุมนุม รวมพลของคนเสื้อแดงนั้นคือการเมืองภาคประชาชน แล้วก็มีความพยายามจะปลุกผี จิตร ภูมิศักดิ์ เพื่อปลุกเร้าคนเสื้อแดง ก็ไม่รู้ว่า จะต้องย้อนกลับไปดูรอยร้าว และกลายเป็นรอยแยกของ พคท. เมื่อครั้งกระโน้นหรือเปล่า
"เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ" ที่ไปก็อปปี้เขามา แล้วคิดว่า เมืองไทยน่าจะอย่างนั้น ตอนไปจำขี้ปากเขามา ได้อ่านเรื่องราวการปฏิวัติฝรั่งเศสถ่องแท้หรือยัง เรื่องราวที่ว่ามันมีจริงในโลกนี้หรือ ?
ปฏิวัติประชาชนล้มกษัตริย์แล้วสุดท้ายก็ไปร่ำร้องตั้งกษัตริย์ใหม่..ฝรั่งเศสใช่เป็นแบบนั้นหรือเปล่า ?
เรื่องราวแบบนี้ พวกที่อยู่บนเวที คงไม่อธิบายให้คนข้างล่างฟังจนเข้าใจ
ความจริงที่ให้กันในวันนี้ หรือวันที่ผ่านๆ มามันมีเพียงแค่ครึ่งเดียว เพื่อปลุกเร้ามวลชน
เอาความฝันมาพูดเป็นตุเป็นตะ บ่อยจนกระทั่งคนพูดก็ยังหลงคิดไปว่า นี่คือความจริง
นั่นคือต้นเหตุที่คนเสื้อแดงต้องไปตกระกำลำบากในที่คุมขัง
เพราะมีคนไปปลุกปั่นว่า กฎหมู่จะอยู่เหนือกฎหมาย
แต่เมื่อกฎหมายบังคับใช้ คนปลุก คนชักนำ ก็หายหัว แม้กระทั่งเงินค่าประกันตัวที่คุยโม้โอ้อวดว่ามีพอที่จะประกันตัวแกนนำเป็นแสนเป็นล้าน แต่กลับไม่มีสำหรับชาวบ้านเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุม แต่ไม่เป็นที่รู้จักมักคุ้น
ชื่อขายไม่ได้ก็ไม่มีราคา !
ตาสว่างกันได้แล้วกระมังพี่น้องคนเสื้อแดงทั้งหลาย
ศรายุทธ สายคำมี [email protected]



