ข่าว

นักมวย...รวยทางลัดค้ายาบ้า..."คนคุก"ชักใย

นักมวย...รวยทางลัดค้ายาบ้า..."คนคุก"ชักใย

12 พ.ย. 2553

รวบอดีตนักมวยไทยชื่อดังแห่งเวทีลุมพินี “ฟ้าแก้ว เทพอำนวยขนส่ง" สมุนเครือข่ายนักโทษค้ายาเสพติดในเรือนจำ พร้อมของกลางยาเสพติดมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท!!

 ช่วงเย็นวันที่ 10 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของ บก.สส.บช.น. นำโดย พ.ต.อ.พันธุ์เทพ ธรรมจารี ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.สุคนธ์ ศรีอรุณ รองผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พร้อมชุดสืบสวน จับกุม น.ส.นุอร เกิดพุ่ม หรือ จี๊ด อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 647/2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยย่านถนนจันทน์ พร้อมของกลางยาไอซ์ 1 ถุง น้ำหนัก 7.11 กรัม

 เมื่อสืบสวนและขยายผลทราบว่า น.ส.นุอร รับจ้างเดินยาเสพติดให้แก่อดีตนักมวยไทยชื่อดังคนหนึ่ง แล้วยังมียาเสพติดจำนวนมากอยู่ภายในห้อง ย่าน จ.นนทบุรี ชุดสืบสวนจึงรายงานการสืบสวนให้ พ.ต.อ.รณศิลป์ ภู่สาระ รรท.ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.ฉัตรไชย เรียนเมฆ รองผบก.สส.บช.น. ทราบ พร้อมสั่งการให้ขยายผลเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้

 ชุดสืบสวนจึงซ้อนแผนให้ น.ส.นุอร ติดต่ออดีตนักมวยไทยคนดังกล่าว พร้อมสั่งยาบ้า 2,000 เม็ด ตามสถานที่นัดหมาย เมื่ออดีตนักมวยไทยส่งยาเสพติดให้ตามนัดหมาย ชุดสืบสวนแสดงตัวเข้าจับกุม ทราบชื่ออดีตนักมวยไทย คือ นายเอก หรือ ประสิทธิ์ ปันทะจันทร์ อายุ 40 ปี จึงนำตัวไปตรวจค้นห้องพักที่พระปิ่น 3 อพาร์ตเมนต์ ห้อง 706 เลขที่ 65/89 หมู่ 16 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบยาบ้าอีก 2 หมื่นเม็ด ยาไอซ์ 450 กรัม และกัญชาอัดแท่ง 2 แท่ง รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท บรรจุซุกซ่อนอยู่

 การตรวจค้นครั้งนี้ พบสิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากยาเสพติดของกลาง คือ หีบห่อที่มัดไว้ด้วยเทปกาวสีดำกว่า 100 ชิ้น ด้านในซุกซ่อนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์การสื่อสาร อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ และยาเสพติดประเภทยาไอซ์และกัญชา บรรจุอยู่ในซองขนาดเล็ก รวมถึงซิมการ์ดโทรศัพท์ 121 ซิม

  “ผมเป็นอดีตนักมวยไทย ขึ้นชกที่เวทีมวยลุมพินีกว่า 100 ครั้ง แต่พออายุมากก็ตระเวนไปชกมวยที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนผันตัวมาเป็นเทรนเนอร์ที่ค่ายมวยแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว แต่พอกลับมาประเทศไทยเมื่อปี 2550 ก็มาเป็นลูกจ้างใน จ.พิจิตร และใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยจนแทบไม่มีเงินเหลือ อดีตเพื่อนนักมวยด้วยกันชื่อ พรสวรรค์ จึงแนะนำให้ค้ายาเสพติด และผมพอมีความรู้เรื่องช่างอิเล็กทรอนิกส์มาบ้าง จึงได้รับมอบหมายให้แยกชิ้นส่วนอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ และที่ชาร์จไฟฟ้าโทรศัพท์มือถือนำเข้าเรือนจำด้วย“ อดีตนักมวยชื่อดังสารภาพ

 อดีตนักมวยชื่อดังได้อ้างถึงนายศักดิ์ ไม่ทราบชื่อนามสกุล ซึ่งต้องโทษอยู่ภายในเรือนจำแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเรือนจำไหน เป็นผู้โทรศัพท์มาบอกให้ไปรับยาเสพติด ด้วยการกำหนดรหัสลับทั้งต้นทางและปลายทาง พอถึงเวลานัดแนะรับยาเสพติดก็จะได้รับค่าจ้างครั้งละหลักพันถึงหลักหมื่นบาท แต่หากนำยาเสพติดบรรจุใส่โทรศัพท์มือถือที่ถูกถอดเป็นชิ้นเล็กๆ สามารถนำไปประกอบใช้งานภายในเรือนจำ จะได้รับค่าจ้างสูง เครื่องละกว่า 1 แสนบาท  ส่วน น.ส.นุอร ทำหน้าที่เดินขายยาเสพติด ได้เงินส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์จากการขายยาเสพติด แต่บางครั้ง น.ส.นุอร ก็แลกเป็นยาไอซ์เพื่อนำไปเสพแทน

 หลังการจับกุมอดีตนักมวยชื่อดัง ยังมีการขยายผลจับกุม น.ส.ณัดธิดา ศรีรัตน์ หรือ เบสท์ อายุ 24 ปี นักเต้นโคโยตี้ ย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 12.5 กรัม ยาอี 2 เม็ด สารภาพว่า เงินรายได้จากการเต้นโคโยตี้ไม่เพียงพอ อีกทั้งจำเป็นต้องเสพเพื่อให้มีรูปร่างดี และส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัวและบุตรชายอายุ 1 ขวบ ซึ่งเกิดจากสามีที่ปัจจุบันถูกจับกุมในคดียาเสพติด แต่แยกทางกันแล้ว จึงหันมาจำหน่ายยาเสพติด