
เคาน์เตอร์เซอร์วิสสน"ไมโครไฟแนนซ์"
เคาน์เตอร์เซอร์วิสเล็งร่วมวงไมโครไฟแนนซ์ ให้บริการสินเชื่อกับลูกค้ารากหญ้า ยื่นขอธปท.ไปปลายปี 52 แต่ยังไม่รับคำตอบ แย้มต้องหาแบงก์พาณิชย์มาร่วมเป็นพันธมิตร
นางลลดา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา รองผู้จัดการทั่วไป บริษัทเคาน์เตอร์เซอร์วิส ซึ่งเป็นบริษัทลูกของซีพีออลล์ เจ้าของร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยว่า บริษัทต้องการขยายขอบเขตการให้บริการทางการเงินให้กว้างขึ้นจากที่ทำการรับชำระเงินอยู่ในขณะนี้ จึงได้ยื่นเรื่องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการจัดตั้งธุรกิจการเงินรากหญ้า หรือไมโครไฟแนนซ์ เพื่อให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้ารากหญ้าทั่วประเทศ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบจาก ธปท. หลังจากที่ยื่นเรื่องไปเมื่อปลายปี 2552
"รูปแบบการดำเนินจะเป็นอย่างไร คงยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนในตอนนี้ เพราะจะต้องให้แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2 หรือมาสเตอร์แพลน 2 มีผลบังคับใช้ก่อน ซึ่งบริษัทไม่ได้ต้องการเป็นธนาคารพาณิชย์ รูปแบบก็จะเป็นการอำนวยสินเชื่อให้ประชาชนทั่วไป จึงต้องหาธนาคารพาณิชย์มาเป็นพันธมิตร และบริษัทจะให้บริการในลักษณะของการเป็นเอาท์ซอร์ส" นางลลดากล่าว
ทั้งนี้ จุดแข็งของเคาน์เตอร์เซอร์วิสคือการมีสาขาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยมีสาขากว่า 7,000 แห่ง อยู่ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นประมาณ 5,000 แห่ง ถือว่ามีเครือข่ายมากกว่าธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง โดยปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีสาขารวมกันประมาณ 1 หมื่นสาขา และยังมีทำเลที่เข้าถึงประชาชนมากกว่าธนาคารพาณิชย์ โดยสัดส่วนสาขาของบริษัทอยู่ในต่างจังหวัดกว่า 60% ที่เหลืออีก 40% อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มสัดส่วนสาขาต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมีระบบระบบเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะระบบชำระเงินที่สามารถทำได้แบบออนไลน์ 100% การชำระเงินต่างๆ จะสามารถตัดยอดได้เรียลไทม์ ซึ่งบริษัทจะมีการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดเสถียรภาพในการให้บริการมากขึ้น
นางลลดากล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทมีรายได้หลักมาจากการชำระค่าบริการและสาธารณูปโภคต่างๆ (Bill Payment) โดยในปีนี้ธุรกรรมดังกล่าวเติบโตมากกว่าปี 2552 ประมาณ 10% ขณะที่ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจะอยู่ที่ประมาณ 10-20 บาทต่อรายการ



