
อันตรายจากน้ำท่วมน้ำขังระวัง"มัจจุราช"มาคร่าชีวิต
ขณะนี้น้ำท่วมอาจจะเรื้อรังอยู่ต่อไป 1-3 เดือน โรคที่ประสบกันมากโรคหนึ่งคือ น้ำกัดเท้า เกิดเป็นตุ่มคันๆ เจ็บๆ จากนั้นตุ่มจะแตกเป็นแผลเยิ้มเป็นบริเวณกว้างออกไป มีอาการอักเสบติดเชื้อมีหนอง แผลมีน้ำเหลืองเยิ้ม บางคนเป็นมากเดินไม่ได้ เพราะความเจ็บปวด ถ้าไม่รั
การป้องกันต้องมิให้เท้า ถุงเท้า รองเท้าชื้นแฉะเป็นสิ่งสำคัญ การที่จะไปลุยน้ำไปที่แฉะๆ ควรจะหารองเท้ายาง รองเท้าบู๊ทกันมิให้เท้าเปียก ต้องป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดโรค เท้า ถุงเท้า รองเท้าต้องทำให้แห้ง โรยแป้ง ที่ผิวหนังบริเวณง่ามนิ้วเท้า มีตุ่มใสๆ ผิวหนังมักจะยุ่ยๆ ขาวๆ ลอกออกมีแผลแดงๆ ขึ้น แฉะมีกลิ่นเหม็นอับ บางทีก็ลามไปที่ฝ่าเท้า บางทีก็มีน้ำเหลืองเยิ้ม ทั้งเจ็บทั้งคัน บางทีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบจะบวมอักเสบทำให้มีไข้ หรือที่เรียกว่า “ไข่ดันบวม”
การรักษาทั่วไป คือการกินยาแก้ปวดแก้ไข้ ถ้าปวดมีไข้ เช่น ยาพาราเซตามอล ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็กินเม็ดละ 500 มิลลิกรัม กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 4-5 ครั้ง ให้ห่างกันประมาณ 4 ชั่วโมง ถ้ามีอาการอักเสบ มีหนอง มีไข่ดันบวมคงจะต้องให้หมอสั่งยาปฏิชีวนะ อาจจะฉีดหรือกินแล้วแต่กรณี ยาปฏิชีวนะไม่ควรซื้อรับประทานเอง เพราะถ้ารับประทานไม่ถูกต้อง เชื้อจะดื้อยา โรคจะเรื้อรัง อาจจะแพ้ยา อาจจะโดนฤทธิ์ข้างเคียงของยาก็ได้
สำหรับการบริบาลเฉพาะที่ ควรหาชาม กะละมังมาสักใบใส่น้ำอุ่นผสมด่างทับทิมสัก 4-5 เกล็ด เอาเท้าแช่น้ำด่างทับทิมนี้ไว้สัก 5-10 นาที เสร็จแล้วเช็ดเท้าให้แห้งด้วยผ้าสะอาดแช่เช้าเย็น แล้วใช้ยาทา ยาที่ใช้ทานั้นใช้ยาประเภทฆ่าเชื้อรา เช่น ขี้ผึ้งรักษากลากเกลื้อน และยาฆ่าเชื้อราชนิดกิน ในกรณีที่โรคเรื้อรังยาวนานเป็นเดือนๆ การให้กินยาฆ่าเชื้อราซึ่งมีทั้งปฏิชีวนะและสารเคมีอาจจะมีความจำเป็น แพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป และไม่ควรซื้อยากินเอง
หลังน้ำท่วมยังมีโรคฉี่หนู หรือไข้เยี่ยวหนู หรือชื่อทางการแพทย์เรียกว่า โรคเล็ปโตสไปโรซิส (Leptospsis) หรือบางลักษณะของโรคเรียกว่า โรควายล์’ส (Weil’s disease) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Leptospira interrogans เนื่องด้วยหมอวายล์เป็นคนอธิบายโรคนี้เอาไว้อย่างละเอียดก่อนเพื่อนก็เลยได้รับสมญาว่า Weil’s disease ปัจจุบันนิยมเรียกชื่อว่า Leptospsis มากกว่าชื่อ Weil’s disease
เชื้อเล็ปโตสไปรานี้จะออกมากับเยี่ยวหนู มีรูปร่างเป็นเกลียวควงสว่านแหวกว่ายไปมาอยู่ในที่มีน้ำเฉอะแฉะ มีชีวิตคงทนอยู่ได้นานในสิ่งแวดล้อม เมื่อออกจากตัวหนูทางเยี่ยว จึงสามารถเคลื่อนไหวไปมาในที่เปียกชื้นเฉอะแฉะได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า โรคเล็ปโตสไปโรซิส และมีผู้บัญญัติขึ้นเป็นภาษาไทยๆ ว่าโรคฉี่หนู โรคไข้เยี่ยวหนู
นอกจากนี้ ยังมีโรคต่างๆ เช่น กาฬโรค ไข้เลือดออกฮันตานในเกาหลี ไข้เลือดออก ในอเมริกาใต้ ไข้ลาสลาในแอฟริกา ไข้ปอดอักเสบในอเมริกา ไข้รากสาดใหญ่ในอเมริกาใต้ อเมริกากลาง ไข้หนูกัด ไข้วัณโรคเทียม ไข้กลับซ้ำ โรคลิสเตอริโอซิส ไข้สมองอักเสบ โรคพิษสุนัขบ้า ตืดหนู ท็อกโซพลาสโมซิส และไข้เยี่ยวหนูด้วย ผลวิจัยในประเทศไทยพบว่า เชื้อโรคที่ก่อโรคฉี่หนูพบในสุนัข โค กระบือ ด้วย ยิ่งก่อให้เกิดปัญหาซับซ้อนในการป้องกันและการควบคุมโรคมากยิ่งขึ้น
เชื้อเล็ปโตสไปรานี้เป็นเชื้อที่ทนทานอยู่ตามที่เฉอะแฉะได้หลายวันอาจถึงอาทิตย์เมื่อไชเข้าไปในร่างกายคนแล้วก็จะไปเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นจะกินเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็จะทำให้เกิดโรค ระยะนี้เราเรียกว่าระยะฟักตัวของโรค หลังจากนั้นก็มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะมาก ปวดตามเนื้อตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน เบื่ออาหาร ตาแดงก่ำ เป็นอยู่ 4-5 วัน ไข้ทำท่าจะลดลงเล็กน้อยแต่แล้วไข้ก็จะกลับสูงขึ้นไปอีกคราวนี้จะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองที่เรียกกันว่าดีซ่าน คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บบริเวณใต้ชายโครงด้านขวาเพราะตับโตและอักเสบ กดจะเจ็บมาก สำหรับปัสสาวะของผู้ป่วยจะมีสีเข้ม สีเหลืองอมเขียว เป็นฟอง อาจมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังประมาณร้อยละ 30-50 ของผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาจะถึงแก่ความตาย
โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน มีขายอยู่ที่คิวบาแต่ยังไม่มีการทดสอบประสิทธิภาพประสิทธิผลที่ทางสากลจะวางใจได้ การรักษา หมอจะใช้เพนิซิลลินฉีดให้ผู้ป่วย ให้การรักษาแบบประคับประคองคือให้น้ำเกลือเช็ดตัวให้อาหารกลูโคสทางเส้นเลือดรักษาตามอาการ ได้แก่ ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ให้วิตามิน ให้ยาบำรุงตับ เป็นต้น ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องไข้จะลดภายในสองวัน และจะฟื้นไข้ภายในเจ็ดวัน
การป้องกันโรค หลีกเลี่ยงไม่ไปย่ำน้ำเฉอะแฉะ น้ำโสโครก น้ำครำ ถ้าจำเป็นก็ขอให้หารองเท้ายาง รองเท้าท็อปบู๊ทใส่แล้วจึงลงไปลุยน้ำ พอขึ้นจากน้ำต้องรีบอาบน้ำฟอกสบู่หลายครั้งเพื่อมิให้มีเชื้อไชเข้าผิวหนัง การกำจัดหนู การเก็บเศษอาหารมิให้หนูลงไปคุ้ยกินตามบริเวณบ้านได้ เก็บให้มิดชิดก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยป้องกันโรค ต้องป้องกันตัวเองตามวิธีสุขาภิบาลการเคหะบ้านเรือนที่ดี
0 ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ราชบัณฑิต สาขาแพทยศาสตร์ 0



