ข่าว

เวทีปราบทุจริต"กระชับมิตรภาคประชาชน"

เวทีปราบทุจริต"กระชับมิตรภาคประชาชน"

12 พ.ย. 2553

มีความคึกคักพอสมควรสำหรับการจัดประชุมนานาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตนานาชาติ ครั้งที่ 14 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

 ถือเป็นการประชุมผู้นำระดับโลก นักวิชาการและนักเคลื่อนไหวขององค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ที่มาร่วมงาน 113 ประเทศ เพื่อเรียกร้องให้เกิดกระบวนการต่อต้านการทุจริต หลังจากนานาชาติมีความเห็นตรงกันว่า "คอรัปชั่น" เป็นภัยคุกคามโลก เพราะการทุจริตนำไปสู่ปัญหาความยากจน ปัญหาสภาพแวดล้อม และปัญหาด้านอื่นๆ ที่บั่นทอนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก!

 การประชุมครั้งนี้จะช่วยกำหนดกรอบกฎหมายของโลกเพื่อต่อต้านการทุจริต และเป็นแรงผลักดันทำให้เกิดการลงนามให้สัตยาบันอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อต่อต้านการทุจริตและเพื่อให้มีกลไกตรวจสอบ เพราะการทุจริตได้กลายเป็นปัญหาอาชญากรข้ามชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมือของนานาชาติ

 การประชุมครั้งนี้นอกจากนี้เป็นเวทีการชุมนุมผู้นำระดับโลกแล้ว ยังเป็นโอกาสที่องค์กรพัฒนาเอกชน หรือองค์กรภาคประชาชน ได้มาพบปะกันอีกด้วย เพราะการที่ "องค์กรภาคประชาชน" ของแต่ละประเทศจะมาเจอกันเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง

 "ประเทือง ปรัชญพฤทธิ์" ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาคประชาชน ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "กรมราษฎรส่งเสริม" พร้อมกับทีมงานรวม 11 คน มาร่วมงานครั้งนี้ด้วย

 การมาร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ "องค์กรภาคประชาชน" มีโอกาสมาเจอกันอย่างเป็นทางการ

 "เวทีนี้ทำให้เครือข่ายกรุงเทพฯ กับภูธรที่ไม่เคยเจอบนเวทีแลกเปลี่ยนลักษณะนี้มาก่อนได้มารู้จักกัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ภาคประชาชนยกระดับการทำงานร่วมอย่างแน่นเแฟ้นยิ่งขึ้น"

  "ประเทือง" เล่าบรรยากาศการเจอกลุ่มเครือข่ายอื่นให้ฟังว่า ช่วงทำกิจกรรมแบ่งกลุ่มยังไม่แน่ใจว่าจะได้แสดงความคิดเห็นได้มากน้อยแค่ไหน แต่ระหว่างรับประทานอาหารร่วมกันได้มีการพูดคุยสบตามีประกายที่เหมือนกันรู้สึกว่าพวกเราเป็นพวกเดียวกัน มีใจ อุดมการณ์และพูดภาษาเดียวกัน

 นอกจากการพบปะกับ "องค์กรภาคประชาชน" ในประเทศไทยที่ถูกคัดเลือกมาร่วมงานแล้ว การมาร่วมประชุมครั้งนี้ "ประเทือง" และทีมงานได้เจอกลุ่มเครือข่ายจากต่างประเทศอีกด้วย

 "มีการทักทายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเครือข่ายของต่างประเทศที่มาร่วมงาน ตอนนี้ผมมีเพื่อนเครือข่ายจากสาธารณรัฐยูกันดา หรืออูกันดา  ภูฎาน แอฟริกา ซึ่งเป็นตัวแทนที่ประเทศเหล่านี้ส่งมาร่วมงานประเทศละ 1-2 คน ระหว่างกินข้าวได้คุยกับเครือข่ายจากประเทศออสเตรเลีย เยอรมัน เสร็จงานเราจึงจะสรุปว่าได้อะไรบ้างจากการมาร่วมเวทีครั้งนี้" ประเทือง กล่าว

 "สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง" หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรีมูลนิธิเพื่อนหญิง ซึ่งเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้มองว่า การทุจริตคอรัปชั่นไม่ใช่เรื่องตัวเงินเพียงอย่างเดียว เวทีครั้งนี้ไม่มีการพูดถึงเรื่องการคอรัปชั่นในมิติหญิงชาย ไปมองเฉพาะเรื่องของตัวเงิน ไม่มีการพูดถึงเรื่องโครงสร้างทางอำนาจ ที่บางครั้งมีการใช้อำนาจที่เกินความเหมาะสม หรือนำประโยชน์ในอำนาจหน้าที่ไปใช้เกินหน้าที่ ขณะที่หน่วยงานรับเรื่องร้องทุกข์โดยหลักก็ต้องมีคนไปฟ้องร้องถึงจะเข้าไปตรวจสอบได้

 "สุเพ็ญศรี" มองว่า การพูดบนเวทีของแต่ละประเทศเป็นการนำแนวทางการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นมาแลกเปลี่ยนกัน ต้องดูช่วงแบ่งกลุ่มย่อยจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะจะมีการนำหัวข้อที่แต่ละคนสนใยมาหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เพื่อให้แต่ละประเทศนำไปปรับใช้

 "องค์กรความโปร่งใสในประเทศไทย อยากให้ภาคเอกชนมาเรียนรู้ประสบการณ์ของนานาชาติ เพื่อนำมาใช้ในการตรวจสอบหรือต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น นำบทเรียนของต่างประเทศและความร่วมมือกันต่อไป รูปแบบการค้ามนุษย์ซึ่งพัฒนาไปสู่การฟอกเงิน หรือตั้งเป็นองค์กรที่มีอิทธิพลต้องเป็นความร่วมมือของนานาชาติที่จะนำไปสู่การป้องกันปัญหาในระดับนานชาติ ซึ่งเวทีนี้คงไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน แต่เป็นเวทีที่แรกเปลี่ยนประสบการณ์กันมากกว่า" หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรีมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าว

 การจัดประชุมครั้งนี้ "สุเพ็ญศรี" บอกว่า เป็นการจัดประชุมสไตล์ไทยๆ ไม่ได้เข้มงวดทุกจุดที่ผ่าน แม้ว่าจะมีบางคนบ่นบ้าง แต่ก่อนการร่วมงานได้มีการแจ้งมาล่วงหน้าแล้วว่าคนที่จะเข้างานต้องลงทะเบียนผ่านอินเทอร์เน็ตมาล่วงหน้า เพราะผู้ร่วมงานมีบุคคลสำคัญระดับโลกทั้งนั้น

สมถวิล เทพสวัสดิ์