ข่าว

 แบบอย่างของความน่าละอาย

แบบอย่างของความน่าละอาย

12 พ.ย. 2553

เมื่อวานผมยังกล่าวชมการทำหน้าที่ของ ตชด.ที่ดูแลผู้ลี้ภัยสงครามจากฝั่งพม่าด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก อย่างน่าได้รับการยกย่อง

 แต่คล้อยหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ผมกลับได้เห็นบางสิ่งที่ทำให้ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป

 มันเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ที่ค้างคาใจ

 เหมือนฝุ่นผงที่เข้าตา ถ้าไม่เขี่ยออกมันก็รู้สึกรำคาญ

 ตชด.ในเครื่องแบบ 2 นายเมามายมาที่รีสอร์ท ออกลูกนักเลง จะมากินเบียร์ต่อ

 ที่พักไม่ใช่ร้านเหล้า ที่สำคัญเจ้าของไม่อยู่ ชี้แจงอย่างไรก็ไม่รับรู้ ทู่ซี้จะกินเบียร์เสียให้ได้

 พอถูกปฏิเสธเลยขู่เผาบ้าน

 "เดี๋ยวกูเผาบ้านแม่งเลย ?!!"

 แถมชูคอพองขนบอกมีเงินซื้อ ไม่ได้กินฟรี

 ยามวิกาลเช่นนี้ที่พักรีสอร์ทถือเป็นสถานที่ส่วนบุคคล ไม่ใช่โรงแรมใหญ่โตโอ่โถง

 คนแปลกหน้าจะไปจะมาก็ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อน

 พอถามว่ามาจากไหนก็โก่งคอถ่างขาได้ความว่า "กูมาจาก ตชด.34”

 ความรู้สึกดีๆ เมื่อแรกก็เลยหม่นหมอง

 เข้าใจว่าทำงานกันมาหนัก กดดัน พอสถานการณ์ชายแดนคลี่คลายก็เลยดื่มแก้เครียด

 จะดื่มจะกินเต็มคราบอย่างไรไม่มีใครว่า แต่ต้องกินเป็นที่เป็นทาง อย่าเกะกะระรานคนอื่น

 อย่าปล่อยให้นิสัยแย่ๆ เกิดขึ้นจนกลายเป็นความเคยชินและเกาะติดเป็นสันดาน

 วัดวาไม่ไปไม่ว่า แต่ต้องมีจิตสำนึก ยิ่งเป็นตำรวจยิ่งต้องมีจิตสำนึกสาธารณะให้มาก

 คำนึงถึงคนอื่นให้มากๆ อย่าปล่อยให้จิตใฝ่ต่ำครอบงำจนแยกแยะผิดถูกไม่ออก

 อายุอานามของ 2 คนดูแล้วก็ไม่ใช่น้อยๆ

 อีกคนดีหน่อยอธิบายแล้วเข้าใจ ส่วนอีกคนถ้าไม่อยู่ในชุดตำรวจก็คงคิดว่าเป็นกุ๊ย ?!!

 กิริยากักขฬะสามหาวปล่อยให้กุ๊ยข้างถนนใช้ไปเถอะ อย่าไปเข้าใจอะไรผิดๆ คิดว่าเป็นสิ่งดีงามพึงกระทำ

 ที่กล่าวถึงก็อยากจะติเพื่อก่อ อย่าได้คิดว่าเป็นอคติ ปล่อยไว้นานๆ ไปทำกับชาวบ้านร้านช่อง เดี๋ยวคนอื่นจะคิดว่าโตแล้วแต่ไม่ได้รับการสั่งสอน

 ดีไม่ดีลูกเต้าเอาเยี่ยงเอาอย่างจะเสียคน 

 ส่วน ตชด.คนอื่นๆ ก็อย่าเสียใจ ทำหน้าที่ของตัวเองไปอย่างที่เคยทำดีมาแล้ว

 ผมยังเคารพและบูชาตำรวจนักรบอยู่เสมอ

 แต่เรื่องแบบนี้ทนไม่ได้จริงๆ ?!!