
แบบอย่างของความน่าละอาย
เมื่อวานผมยังกล่าวชมการทำหน้าที่ของ ตชด.ที่ดูแลผู้ลี้ภัยสงครามจากฝั่งพม่าด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก อย่างน่าได้รับการยกย่อง
แต่คล้อยหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ผมกลับได้เห็นบางสิ่งที่ทำให้ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป
มันเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ที่ค้างคาใจ
เหมือนฝุ่นผงที่เข้าตา ถ้าไม่เขี่ยออกมันก็รู้สึกรำคาญ
ตชด.ในเครื่องแบบ 2 นายเมามายมาที่รีสอร์ท ออกลูกนักเลง จะมากินเบียร์ต่อ
ที่พักไม่ใช่ร้านเหล้า ที่สำคัญเจ้าของไม่อยู่ ชี้แจงอย่างไรก็ไม่รับรู้ ทู่ซี้จะกินเบียร์เสียให้ได้
พอถูกปฏิเสธเลยขู่เผาบ้าน
"เดี๋ยวกูเผาบ้านแม่งเลย ?!!"
แถมชูคอพองขนบอกมีเงินซื้อ ไม่ได้กินฟรี
ยามวิกาลเช่นนี้ที่พักรีสอร์ทถือเป็นสถานที่ส่วนบุคคล ไม่ใช่โรงแรมใหญ่โตโอ่โถง
คนแปลกหน้าจะไปจะมาก็ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อน
พอถามว่ามาจากไหนก็โก่งคอถ่างขาได้ความว่า "กูมาจาก ตชด.34”
ความรู้สึกดีๆ เมื่อแรกก็เลยหม่นหมอง
เข้าใจว่าทำงานกันมาหนัก กดดัน พอสถานการณ์ชายแดนคลี่คลายก็เลยดื่มแก้เครียด
จะดื่มจะกินเต็มคราบอย่างไรไม่มีใครว่า แต่ต้องกินเป็นที่เป็นทาง อย่าเกะกะระรานคนอื่น
อย่าปล่อยให้นิสัยแย่ๆ เกิดขึ้นจนกลายเป็นความเคยชินและเกาะติดเป็นสันดาน
วัดวาไม่ไปไม่ว่า แต่ต้องมีจิตสำนึก ยิ่งเป็นตำรวจยิ่งต้องมีจิตสำนึกสาธารณะให้มาก
คำนึงถึงคนอื่นให้มากๆ อย่าปล่อยให้จิตใฝ่ต่ำครอบงำจนแยกแยะผิดถูกไม่ออก
อายุอานามของ 2 คนดูแล้วก็ไม่ใช่น้อยๆ
อีกคนดีหน่อยอธิบายแล้วเข้าใจ ส่วนอีกคนถ้าไม่อยู่ในชุดตำรวจก็คงคิดว่าเป็นกุ๊ย ?!!
กิริยากักขฬะสามหาวปล่อยให้กุ๊ยข้างถนนใช้ไปเถอะ อย่าไปเข้าใจอะไรผิดๆ คิดว่าเป็นสิ่งดีงามพึงกระทำ
ที่กล่าวถึงก็อยากจะติเพื่อก่อ อย่าได้คิดว่าเป็นอคติ ปล่อยไว้นานๆ ไปทำกับชาวบ้านร้านช่อง เดี๋ยวคนอื่นจะคิดว่าโตแล้วแต่ไม่ได้รับการสั่งสอน
ดีไม่ดีลูกเต้าเอาเยี่ยงเอาอย่างจะเสียคน
ส่วน ตชด.คนอื่นๆ ก็อย่าเสียใจ ทำหน้าที่ของตัวเองไปอย่างที่เคยทำดีมาแล้ว
ผมยังเคารพและบูชาตำรวจนักรบอยู่เสมอ
แต่เรื่องแบบนี้ทนไม่ได้จริงๆ ?!!



