
อย่างเวอร์
บรรยากาศที่กวางโจวเริ่มคึกคักขึ้นตามลำดับแล้วครับ ถึงตรงนี้บรรดานักกีฬา เจ้าหน้าที่ และ สื่อมวลชนจากแต่ละชาติเริ่มเดินทางเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไฟในกระถางคบเพลิง "กวางโจวเกมส์" ใกล้ได้เวลาจุติเต็มแก่
ทีมงานชุดที่สองของเครือเนชั่น ทั้ง พลชาติ เก่งระดมกิจ เหยี่ยวข่าวรุ่นเก๋าจาก "คม ชัด ลึก" และ กิตตินันท์ สงวนศักดิ์ นักข่าวดาวรุ่งจากหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นก็ตามมาสมทบเรียบร้อยแล้ว
ถนนหนทางในกวางโจวและสนามแข่งขัน สนามฝึกซ้อม รวมถึงศูนย์สื่อสารมวลชนก็เต็มไปด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นจากอาเซียนอย่าง ไทย มาเลเชีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์
พวกตะวันออกกลางอย่าง จอร์แดน หรือชาวเอเชียตะวันออกไกลเจ้าถิ่นในแถบนี้ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ก็มากันเพียบ
นอกจากนี้ยังมีพวกยุโรปเข้ามาร่วมแจมอีกต่างหาก เพราะสำนักข่าวระดับโลกอย่างเอพี รอยเตอร์ ฯลฯ ต่างให้ความสนใจส่งคนมาทำข่าวมหกรรมกีฬาของชาวผิวเหลืองด้วย
ผู้คนเยอะเรื่องมันก็แยะ "เจ้าภาพ" เลยสั่งการดูแล การรักษาความปลอดภัย แบบเต็มพิกัด
ต้องบอกว่าเต็มพิกัดจนถึงขั้นระดับ "เวอร์" เลยทีเดียว หากใครเป็นคนใจร้อนหรือขี้หงุดหงิดอาจจะเกิดอาการอารมณ์เสียได้ง่ายๆ
เริ่มตั้งแต่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ที่พวกเราพัก จากเดิมเคยเดินผ่านเข้า-ออกได้สบายๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ทางโรงแรมจัดการนำเครื่องสายพานเอกซเรย์แบบตามสนามบินมาติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
เวลาจะเดินเข้าเดินออกต้องเอาสัมภาระผ่านการเอกซเรย์ก่อน ส่วนตัวคนก็ต้องโดนเครื่องตรวจสแกนลวนลามลูบไล้ไปทั้งตัว
กว่าจะผ่านเข้าโรงแรมไปได้ก็ต้องให้ตรวจกันอย่างละเอียด หากเป็นช่วงเวลาที่มีคนจะเข้าโรงแรมพร้อมกันก็ต้องรอต่อคิวกันนาน ดีไม่ดีอาจจะมีสัก 5 นาทีเป็นอย่างต่ำ
ส่วนนอกโรงแรม ตามสถานีรถไฟฟ้าก็มีเครื่องเอกซเรย์แบบเดียวกันนี้ตั้งอยู่ทุกสถานี กว่าจะฝ่าด่านไปขึ้นรถไฟได้ต้องโดนตรวจทุกคน
ที่ว่ามานั้นน่ะแค่เรียกน้ำย่อยนะครับ เวลาที่จะผ่านเข้าสู่ ศูนยสื่อมวลชน หรือ สนามแข่งขัน นี่หนักกว่านี้
ขั้นตอนแรกนักข่าวต้องเอา "ไอดีการ์ด" มาทาบกับเครื่องสแกนเช็กดูก่อนว่าของจริงหรือเปล่า และใบหน้าตรงกันหรือไม่ จากนั้นจะผ่านเข้าสู่การนำกระเป๋าผ่านเครื่องตรวจเอกซ์เรย์
ส่วนสัมภาระที่ติดตัวอย่างโทรศัพท์ หรือว่า กล้อง ต้องเอาแยกใส่กระบะเพื่อให้คนเดินผ่านเครื่องสแกนไปอีกด่าน
หากมีเสียงตุ๊ดๆ ขึ้นมาก็นู่นเลยครับ ไปยืนให้เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องสแกนลากเลื้อยไปทั่วตัวตรวจอย่างละเอียด ส่วนกล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์ก็ต้องลองใช้งานให้ดูด้วย
เท่านั้นยังไม่พอ สัมภาระในกระเป๋าก็ต้องเปิดออกให้ดู ถ้ามีเครื่องคอมพ์พิวเตอร์ก็ต้องเปิดให้ดูว่าใช้ได้จริง หากมีน้ำก็ต้องกินโชว์ แม้กระทั่งครีม หรือเครื่องสำอางของนักข่าวสาวยังต้องทาโชว์
ทุกสนามเป็นอย่างนี้ครับ และต้องทำอย่างนี้ทุกครั้งเวลาเข้าไปตามสถานที่ที่เกี่ยวกับ "กวางโจวเกมส์"
เรียกว่า...อย่างเวอร์เลยจริงๆ แต่ก็พยายามเข้าใจนะครับว่าเจ้าภาพต้องการรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด
อย่างน้อยก็เข้าสูตรสำนวนไทย "กันไว้ดีกว่าแก้" ถูกต้องมั้ยคร้าบบ



