
อ่างทองชูบูรณาการฟื้นน้ำท่วม สุพรรณฯพื้นที่เสียหาย2แสนไร่
ภาคกลาง - ภาวะน้ำท่วมเขตอ่างทองคลี่คลาย ผู้ว่าฯ ขอทุกฝ่ายบูรณาการความร่วมมือในการฟื้นฟูพื้นที่หลังเกิดวิกฤติ ที่สุพรรณบุรี สรุปความเสียหายที่เกิดขึ้นเฉพาะกับภาคเกษตรคิดเป็นเนื้อที่กว่า 2 แสนไร่ ส่วนสมุทรสาครใจชื้นไม่มีน้ำทะเลหนุนสูง
นายวิศว ศะศิสมิต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า หลังจากที่ระดับน้ำที่เข้าท่วมพื้นที่ลดลง คงเหลือแต่น้ำท่วมขังอยู่บ้างซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งสูบเพื่อระบายน้ำออกไปจากพื้นที่ เพื่อคืนภาวะปกติโดยเร็ว ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ภาคการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง และอื่นๆ ขณะนี้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) กำลังเข้าไปดูแล รวมถึงได้ประสานขอให้ทุกฝ่ายบูรณาการความร่วมมือในการที่จะฟื้นฟูและช่วยเหลือ ด้วยการขอรับการสนับสนุนจาก ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน, วิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง, วิทยาลัยการอาชีพโพธิ์ทอง, วิทยาลัยอาชีพวิเศษชัยชาญ, ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน ขณะเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล สถานีอนามัย ก็จะจัดบุคลากรออกตรวจสุขภาพและรักษาโรค จ่ายยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบแล้วแต่กรณี
นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่าเกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร สิ่งสาธารณะประโยชน์ต่างๆ เป็นบริเวณกว้างทั้ง 10 อำเภอ มีถนนหลายสายได้รับความเสียหายจากน้ำป่าพัดพัง และเป็นหลุมบ่อ ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่ไม่มีน้ำท่วมขังในพื้นที่แล้ว
ความเสียหายที่เกิดขึ้นในขณะนี้พบว่า พื้นที่การเกษตรเสียหายจำนวน 202,757 ไร่ ปศุสัตว์ 368,483 ตัว บ่อปลา/กุ้ง/ตะพาบ 838 บ่อ บ้านเรือนเสียหาย 12,686 หลัง โรงงาน 6 แห่ง ด้านสิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน 797 สาย สะพาน 30 แห่ง ฝาย/ทำนบ/ผนังกั้นน้ำ 48 แห่ง วัด 69 แห่ง โรงเรียน 25 แห่ง สถานที่ราชการ 13 แห่ง
ส่วนที่ จ.สมุทรสาคร นายกุลวัชร หงษ์คู นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังและป้องกันกรณีน้ำท่วม หลังคาดการณ์ว่าจะมีน้ำทะเลหนุนสูงในสัปดาห์นี้ ล่าสุดพบว่าสถานการณ์ไม่ได้รุนแรงเนื่องจากพายุในทะเลไม่ได้ก่อตัวขึ้น ทำให้ไร้ความแรงของคลื่นที่จะพัดเข้าหาฝั่ง ส่งผลให้ไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด



