
ลุ้นปล่อย"อองซาน ซูจี"ช่วงเย็นพรุ่งนี้
สื่อคาดรัฐบาลทหารพม่าปล่อย"อองซาน ซูจี"จากการกักบริเวณในบ้านพักเย็นพรุ่งนี้ ด้านผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า มุ่งเน้นความสัมพันธ์ต่างประเทศหลังได้รับอิสรภาพ ขณะที่"หมอซินเธีย"สับเลือกตั้งพม่าเสื่อมทำกลุ่มชาติพันธุ์ล้มเลิกข้อยุติหยุดยิง จวกเลือกตั้งไม่ท
(11พ.ย.) เวบไซต์อิระวดี รายงานวานนี้ โดยอ้างแหล่งข่าวว่า คาดว่านางอองซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า จะได้รับการปล่อยตัวจากการกักบริเวณในบ้านพัก ในเย็นวันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายนนี้และหลังได้รับอิสรภาพ เธอจะมุ่งเน้นเรื่องความสัมพันธ์การทูตกับต่างประ เทศ ทั้งในระดับภูมิภาคและโลก
แหล่งข่าวอ้างคำพูดของนางซูจีว่า ปัญหาของประเทศชาติที่เกี่ยวพันกับรัฐบาลทหารในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้หยั่งรากลึกแล้ว ดังนั้น เมื่อได้รับอิสรภาพในครั้งนี้ การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนางซูจีจะขยายไปยังเรื่องการดำเนินความสัมพันธ์กับประชาคมโลกและนำประ ชาธิปไตยกลับคืนสู่พม่า
นอกจากนี้ นางซูจีมีแผนจะใช้บ้านของเธอสำหรับชีวิตส่วนตัวเท่านั้น มิใช่สำหรับการชุมนุมทางการเมืองและตั้งใจว่าจะแนะนำสมา ชิกอาวุโสของพรรคให้ทำแบบเดียวกัน อย่างไรก็ดี นางซูจียังไม่มีแผนเดินทางไปทั่วประเทศทันทีหลังการปล่อยตัว
ก่อนหน้านี้ นางซูจี ได้กล่าวผ่านนายเนียน วิน ทนายความของเธอว่า เธอจะไม่ยอมรับการปล่อยตัวแบบมีเงื่อนไข
แพทย์หญิงซินเธีย หม่อง เจ้าของรางวัลแมกไซไซ สาขาผู้นำชุมชนและผู้ก่อตั้งคลินิกแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก รักษาชาวพม่าตามแนวชายแดน เปิดเผยว่า กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญและการทำประชามติรวมทั้งการเลือกตั้งของรัฐบาลทหารพม่าได้สร้างความไม่พอใจและผิดหวังให้กับหลายฝ่าย และทำให้ประชาชนไม่มีความหวังกับการเลือกตั้งครั้งนี้ และรัฐบาลทหารเองก็ยังคงควบคุมปกครองประเทศ และข่มเหงประชาชน ส่งผลให้ประชาชนท้อแท้ ในขณะเดียวกันประชาชนยังคงยากจนลง และต้องพลัดถิ่นต่อไป เพราะรัฐบาลทหารพม่ายังคงกดขี่ข่มเหง และความยากจน
ทั้งนี้ การที่กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อดีตเคยมีข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่าแต่สถานการณ์ปัจจุบันและกระบวนการเลือกตั้งในครั้งนี้ ทำให้หลายพื้นที่เริ่มมีการล้มข้อตกลงหยุดยิง และทหารพม่าได้ขยายกำลังออกไปยังพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และพยายามเข้าควบคุมทรัพยากร จะเห็นได้ว่าการเลือกตั้งไม่ได้ทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น และนับตั้งแต่ปี 2533 ชาวพม่าทุกข์ยากลำบากและสถานการณ์มีแต่เลวร้ายขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะเด็ก ผู้หญิง และคนรุ่นใหม่ ที่ขาดโอกาสที่จะได้สร้างประเทศร่วมปรองดอง
"กลุ่มฝ่ายค้าน กลุ่มชาติพันธุ์ และฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเห็นพ้องกันว่า การเจรจาต่อรองระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์เท่านั้นที่จะช่วยปรองดองประเทศได้" แพทย์หญิงซินเธีย กล่าว
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในประเทศพม่าที่แม้จะคลี่คลายในระดับหนึ่งแต่ก็ยังไม่น่าไว้ใจ ทั้งนี้ คลินิกแม่ตาวเองก็มีเครือข่ายทางสังคม ทั้งครู เยาวชน กลุ่มสตรี เจ้าหน้าที่อนามัย ที่พยายามประสานงานกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือในการอพยพฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นงานสงเคราะห์ การระดมทุน และพยายามระดมกำลังอาสาสมัครและทรัพยากรในชุมชนที่จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเพื่อเป็นปากเสียงให้กับชาวพม่า โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบ อย่างเช่นผู้หญิงและเด็ก
แพทย์หญิงซินเธีย กล่าวอีกว่า เมื่อมีการอพยพมาหลายครอบครัวอาจเกิดการพลัดหลงกันก็จะมีการวางแผนให้ความเหลือให้ที่พักชั่วคราว แจกเครื่องครัว มีการทำงานอย่างเป็นระบบ และต้องได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากชาวไทยในพื้นที่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ซึ่งเครือข่ายคลินิกแม่ตาวก็จะพยายามเข้าถึงกลุ่มคนที่อพยพให้มากขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครอง สงเคราะห์ ระดมกำลังในการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ
รวมถึงความพยายามติดตามรวบรวมข้อมูลให้ได้มากขึ้นและถูกต้องแม่นยำ พร้อมกับช่วยสื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้กับคนที่หลบอยู่ตามป่าทั้งในฝั่งพม่าและไทยและที่กระจายอยู่ตามชุมชนในฝั่งไทยที่ไม่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว เพราะกลัวแรงกดดันจากทั้งสองฝ่าย ให้ได้เข้าถึงความช่วยเหลือและเยียวยาด้านจิตใจโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและผู้หญิง การร่วมระดมกำลังกับเครือข่ายจะช่วยทำให้กลุ่มเหล่านี้ร่วมกันทำงานกับประชาชนที่อพยพพลัดถิ่นต่อไป
พม่าระนองหยุดงานฉลองปล่อยตัว"ซูจี"
วันนี้(11พ.ย.) ซึ่งเป็นวันที่ทางรัฐบาลทหารพม่า ประกาศว่า จะมีการปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี ปรากฏว่าสร้างความดีใจให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานชาวพม่าใน จ.ระนอง เป็นอย่างมาก บางคนถึงขั้นลาหยุดงานนัดหมายเพื่อนชาวพม่าด้วยกันมาเลี้ยงฉลองตามร้านอาหารใน จ.ระนอง กันอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา
จากการที่ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามกลุ่มแรงงานพม่าที่นัดหมายมาร่วมสังสรรค์ที่ร้านอาหารดีดี (D"D") ตั้งอยู่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองระนอง ซึ่งมีกลุ่มผู้ใช้แรงงานพม่ามาร่วมเลี้ยงฉลองกว่า 20 คน ได้รับคำตอบจากนายโช โช เว แรงงานชาวพม่า จากกรุงย่างกุ้ง ว่า วันนี้เป็นวันที่ชาวพม่าต่างรอคอยมานาน ในวันที่นางฮองซาน ซูจี จะได้รับอิสรภาพ ทำให้ชาวพม่าดีใจเป็นอย่างมาก จึงได้ขอหยุดงานจากนายจ้างและนัดเพื่อนร่วมชาติที่รู้จักกันมาเลี้ยงฉลอง โดยคาดว่าในคืนนี้จะมีชาวพม่าจำนวนมากที่ติดตามข่าวคราวดังกล่าว และร่วมเฉลิมฉลองอิสรภาพให้กับนางฮองซาน ซูจี
นักข่าวญี่ปุ่นที่ถูกพม่าปล่อยตัวมาเบี้ยวการแถลงข่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า บรรดาสื่อมวลชนไทย และต่างประเทศ ต่างเดินทางไปรอการแถลงข่าวของนายโตรุ ยามาจิ อายุ 49 ปี สัญชาติญี่ปุ่นที่โรงแรมเซ็นธาราแม่สอดฮิลล์ อ.แม่สอด หลังจากที่นายยามาจิ ได้นัดหมายให้สื่อมวลชนไปรอที่โรงแรมดังกล่าว เพื่อแถลงข่าวทำให้ข่าวกระจายไปทั่ว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองฝ่ายต่างๆ เจ้าหน้าที่ชุดสายสืบตำรวจสภ.แม่สอด และสื่อมวลชนต่างไปรอการแถลงข่าว
แต่พอถึงเวลานัดหมายเมื่อเวลา 13.00 น. นายยามาจิ ได้ส่งสตรีชาวต่างประเทศผู้หนึ่ง อ้างว่าเป็นอาสาสมัครไปที่โรงแรม โดยแจ้งว่าขอยกเลิกการแถลงข่าว ไม่สามารถเดินทางไปแถลงข่าวได้ เพราะมีปัญหาบางประการ และแจกเอกสารข่าว ที่มีข้อความว่า นายยามาจิ ได้เป็นผู้สื่อข่าวสงคราม สังกัดสำนักข่าวเอพีเอฟ. ( Asia Press Force ) ที่สำนักงานใหญ่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยปฏิบัติงานข่าว และภาพ ทำข่าวสงครามในบอสเนีย , อิรัก , กัมพูชา, โคโซโว , ปาเลสไตน์ และโซมาเลีย ในทำข่าวในพม่าเมืองย่างกุ้ง ปี 2532 หลังเหตุการณ์ความไม่สงบในพม่า ปี 2531 และเมื่อปี 2540 ได้ไปทำข่าวร่วมกับนายเคนจิ นาไก นักข่าวญี่ปุ่นที่ถูกทหารพม่ายิงเสียชีวิตในเมืองย่างกุ้ง
อย่างไรก็ดีหนังสือกล่าว ได้ออกโดยกลุ่มเคลื่อนไหวชาวพม่า หรือกลุ่มเอพีซี. ของนายโมตีซอน อดีตประธานนักศึกษาพม่าเอบีเอสดีเอฟ. ซึ่งมีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลพม่าหลายกลุ่มจำนวนมาก เข้าไปรวมอยู่ในกลุ่มนี้ หลังจากการรับเอกสารแล้ว กลุ่มผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่รัฐได้สลายตัวไป ขณะที่ฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง จ. ตาก และฝ่ายตำรวจกำลังค้นหาที่พักของนายยามาจิอย่างต่อเนื่อง



