
เปิดใจ...เหยื่อมาเฟียสนามบิน
ตำรวจจ่อออกหมายจับแก๊งมาเฟีย อุ้มเสี่ยสัมปทานเก็บค่าจอดรถในสนามบินสุวรรณภูมิ หลังถูกนำตัวไปอุ้มรีดเอาทรัพย์และทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส!!
หลังจากที่ นายธนกฤต เจตกิตติโชค อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2210/50 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. กรรมการผู้จัดการบริษัทปาร์คกิ้ง แมนเนจเม้นท์ เจ้าของสัมปทานลานจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ ถูกแก๊งมาเฟียสนามบินสุวรรณภูมิอุ้มทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดง เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แม้ว่าจะผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ มาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่นายธนกฤตยังตกอยู่ในความหวาดกลัวและต้องคอยใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง!!
"ทุกวันนี้เวลาไปไหนมาไหนต้องระวังตัวเองตลอดเวลา ช่วงที่ถูกอุ้มไปทำร้ายผมแกล้งเสียชีวิต แต่ก็มีการปล่อยข่าวว่าผมเสียชีวิตไปแล้ว แต่แท้ที่จริงแล้วผมยังไม่ตาย" นายธนกฤตบอกกับ "คม ชัด ลึก" ก่อนเผยถึงเบื้องหลังชนวนที่ต้องทำให้ถูกแก๊งมาเฟียอุ้ม
นายธนกฤตเล่าให้ฟังว่า เคยทำธุรกิจก่อนที่จะมีการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อมีการสร้างสนามบินเสร็จประมาณต้นปี 2553 จึงได้เข้าไปสัมปทานที่จอดรถ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ปรากฏว่าคนรู้จัก แนะนำให้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นคุณหญิงต้องการนำเงินที่อยู่ในธนาคารมาร่วมทำธุรกิจ เพื่อเพิ่มรายได้ จึงตกลงทำธุรกิจร่วมกัน แต่มาทราบทีหลังว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นคุณหญิงและไม่มีเงินตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด หลังจากที่รู้ความจริงผู้หญิงคนนี้ได้แนะนำให้รู้จักกับนายฉายให้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการทำสัมปทานลานจอดรถในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งต้องมีเงินค้ำประกันกว่า 100 ล้านบาท
"เมื่อพูดคุยธุรกิจกับนายฉาย ก็บอกว่ามีทุนที่ต้องการร่วมลงทุนธุรกิจนี้ หลังจากนั้นนายฉายก็โอนเงินมาแล้วกว่า 100 ล้านบาท จึงเริ่มเข้าไปดำเนินการเก็บค่าจอดรถภายในสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณลานจอดรถอาคารเอ และอาคารบี แต่หลังจากเริ่มทำธุรกิจ เก็บเงินได้เพียงไม่กี่วัน ก็มีชายชุดดำอ้างตัวเป็นทหาร ซึ่งหลายคนบอกว่าตัวเองเป็น เสธ. เข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในส่วนนี้ ในลักษณะเหมือนจับเสือมือเปล่า" นายธนกฤตกล่าว
เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหลังรับสัมปทานเก็บค่าจอดรถภายในสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว นายธนกฤตไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป อีกทั้งนายฉาย หุ้นส่วนทางธุรกิจ ก็เริ่มไม่เข้าใจ และไม่มีความไว้วางใจ จนนายฉายนัดให้ไปพบในอาคารแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงก็พบกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนมาก และถูกสอบถามและข่มขู่ถึงเงินส่วนแบ่งที่ได้จากการเก็บค่าจอดรถที่สนามบินสุวรรณภูมิได้แล้ว แต่ไม่ยอมแบ่งส่วนแบ่งตามที่ตกลงกันไว้ และเข้ามาพยายามทำร้ายร่างกาย และบังคับให้เซ็นสัญญาโอนหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมด
"วันนี้ผมพยายามอธิบายว่าจะหาเงินมาคืนให้ ก็ยังโดนปลอดทรัพย์ที่มีอยู่รวมประมาณ 2 ล้านบาท อีกทั้งยังบังคับให้เซ็นเช็คเงินสดอีก 3 ใบ ระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ในรถกระบะ และถูกทำร้ายเกือบตาย" นายธนกฤตกล่าว
เรื่องราวที่เกิดขึ้น คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ "คม ชัด ลึก" ได้รับการเปิดเผยจากชุดสอบสวนว่า ในเรื่องนี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายคน ตามคำกล่าวอ้างของผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการขออนุมัติหมายจับ 1 ใน 7 ผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ โดยออกหมายจับในลักษณะภาพสเก็ตช์ และจะทำการรวบรวมหลักฐานสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม กรณีกลุ่มชายฉกรรจ์ปิดลานจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ลงโทษทางวินัยกับ พ.อ.สมศักดิ์ ทองสุขเจริญ หรือ เสธ.เฮ้าส์ สังกัดมณฑลทหารบกที่ 12 ตามมติคณะกรรมการสอบสวนของมณฑลทหารบกที่ 12 ลงความเห็นว่า พ.อ.สมศักดิ์มีความผิดทางวินัย มีความประพฤติตัวไม่เหมาะสม ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา คือเข้าไปทำงานนอกเวลา โดยไม่ได้แจ้งหรือได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา จึงถือได้ว่าไม่ถูกต้องทางวินัย



