ข่าว

ถกปราบคอรัปชั่นโลกชี้รัฐสูญปีละแสนล้าน

ถกปราบคอรัปชั่นโลกชี้รัฐสูญปีละแสนล้าน

10 พ.ย. 2553

นานาชาติร่วมถกแนวทางปราบคอรัปชั่น ระบุเป็นภัยคุกคามโลก "อภิสิทธิ์" สั่งคลังเป็นเจ้าภาพปราบทุจริตจัดซื้อภาครัฐ หวังลงนามร่วมภาคเอกชน 27 บริษัทเป็นจุดเริ่มต้นแก้ปัญหา ขณะที่ ป.ป.ช.คาดรัฐสูญงบปีละไม่ต่ำกว่าแสนล้าน

 เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตนานาชาติ ครั้งที่ 14 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นการประชุมของผู้นำในระดับโลก นักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวขององค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) จาก 113 ประเทศ เพื่อเรียกร้องให้เกิดกระบวนการต่อต้านการทุจริต ภายใต้หัวข้อ ยกระดับความเชื่อมั่น และเสริมสร้างความโปร่งใส เป็นการเรียกคืนความเชื่อมั่นใน 5 ด้าน คือ สันติภาพและความมั่นคงของมนุษย์ ตลาดทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน การจัดการสภาพภูมิอากาศที่ดี การกระตุ้นให้เกิดธรรมาภิบาลในภาคธุรกิจ และเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ

 ในระหว่างการประชุม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังเป็นประธานลงนามในประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐร่วมกัน ระหว่างนายกรัฐมนตรี ป.ป.ช. และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เป็นการแสดงความมุ่งมั่นของภาครัฐและภาคเอกชนที่จะแก้ปัญหาทุจริต เพราะปัญหาคอรัปชั่นมีพัฒนาการมาตลอด และภาครัฐต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องพึ่งภาคเอกชน ทำให้การคอรัปชั่นมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ต่อจากนี้กระทรวงการคลังจะตั้งคณะกรรมการกำหนดแนวปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วม เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กรมบัญชีกลาง

 นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ในปัจจุบันมีสถิติว่าการทุจริตคอรัปชั่นมีมูลค่า 10% ของงบลงทุนแต่ละโครงการ ซึ่งจะเป็นการผลักภาระให้ภาคเอกชนต้องไปแสวงหาเงินคืนจากต้นทุนคอรัปชั่นที่จ่ายไป และทำให้การทุจริตคอรัปชั่นกระจายวงกว้าง โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนครั้งนี้จะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีของการต่อต้านคอรัปชั่น

 นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลงนามเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อต้านคอรัปชั่นร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยขณะนี้มีบริษัทเอกชน 27 บริษัทที่ประกาศเจตนารมณ์เป็นแนวร่วมต่อต้านการทุจริต ซึ่งหวังว่าภายใน 5 ปี จะมีบริษัทเข้าร่วม 200-300 บริษัท

 ต่อมานายอภิสิทธิ์กล่าวเปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตนานาชาติ ครั้งที่ 14 ว่า การต่อต้านทุจริตเป็นเรื่องของศีลธรรมที่จะใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งถ้ามีกฎหมายแล้วแต่ประชาชนไม่มีศีลธรรมก็ยังมีปัญหา ซึ่งแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่ยึดหลักเพียงพอ มีเหตุมีผลและพึ่งตัวเองจะเป็นหลักในการต่อต้านการทุจริตที่ดี และต่อไปจะต้องสร้างวัฒนธรรมการไม่ยอมรับทุจริตอย่างสิ้นเชิงและสร้างระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง ทั้งนี้ รัฐบาลกำลังเร่งเรื่องการให้สัตยาบันอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านคอรัปชั่น ซึ่งไทยยังไม่ได้เข้าร่วมแต่ก็มีการร่างกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาดังกล่าวแล้ว

 นายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.พยายามป้องกันการจัดซื้อจัดจ้างที่ทุจริต เพราะสร้างความเสียหายให้แก่งบประมาณรัฐไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท รวมทั้งสร้างความเสียหายให้แก่บริษัทเอกชน โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (ไอโอดี) ได้สำรวจบริษัทเอกชน 1,007 แห่ง พบว่าการทุจริตส่งผลให้รายได้ของบริษัทหายไป 20% และเมื่อคำนวณรายได้รวมของภาคเอกชนพบว่าอาจทำให้รายได้ของภาคเอกชนหายไป 5-6 แสนล้านบาท

 นายแบรี่ โอคีฟ ประธานกรรมการจัดการประชุมว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตฯ กล่าวว่า แม้หลายประเทศพยายามต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบมาตลอด แต่ปัจจุบันปัญหานี้ก็ยังไม่หมดไปจากสังคม แต่หวังว่า การประชุมเพื่อหาแนวทางร่วมกันในการต่อต้านการทุจริตครั้งนี้ จะนำไปสู่การปฏิบัติในแนวทางเดียวกันเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตอย่างเห็นผล

 นายแบรี่ กล่าวย้ำว่า ความสำเร็จของการประชุมครั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้เข้าร่วมประชุม ที่จะร่วมแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันต่อต้านปัญหาการทุจริตอย่างจริงจังและเพื่อช่วยไอเอซีซี กำหนดยุทธศาสตร์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

 นางฮูเก็ต ลาเบลล์ ประธานองค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ กล่าวว่า การทุจริตเป็นภัยอันยิ่งใหญ่ต่อความเชื่อมั่นและต่อสถาบันของโลก และปัญหาทุจริตไม่สามารถแยกออกจากบริบทของสังคมได้ เพราะฉะนั้น จึงควรส่งเสริมให้เกิดการดำเนินชีวิต ที่ปลอดการคอรัปชั่นในทุกสังคม

 "ขณะนี้เราไม่สามารถปล่อยให้โลกมีการทุจริตอยู่ได้อีกต่อไป เพราะปัญหานี้ นำไปสู่ปัญหาความยากจน ปัญหาสภาพแวดล้อม และปัญหาด้านอื่นๆ ที่บั่นทอนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก"

 ขณะที่ นางฮิลลารี ร็อดแฮม คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า การทุจริตมีผลกระทบต่อคนทั้งโลก นอกเหนือจากปัญหาเรื่องสงคราม การก่อการร้าย และได้พบกับบรรดาเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ประสบปัญหาทำธุรกิจขาดทุน เพราะต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะให้แก่รัฐบาล และแน่นอนว่าปัญหานี้มีผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตย

 นางฮิลลารี กล่าวว่า สหรัฐขอเป็นพันธมิตรในการต่อสู้เรื่องนี้กับไทย และกับหลายๆ ประเทศที่มีความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาการคอรัปชั่น