
วิกฤติคลิปลับ
ถึงนาทีนี้ ความจริง จากคลิปลับอันเกี่ยวเนื่องกับศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมสำคัญกว่าเจ้าของถ้อยคำ แม้เจ้าของถ้อยคำจะชื่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ อันน้อยค่ายิ่งในสังคมไทย หากภาพและเสียงที่เริ่มต้นจากเงื่อนงำการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นเป็นเรื่องการทุจริตเข
สุดท้ายคือคำรับสารภาพของบุคคลที่ถูกอ้างว่าได้รับการช่วยเหลือโดยได้รับข้อสอบจากตุลาการจำนวน 3 คน อันเป็นคลิปลับเรื่อง “คำสารภาพ...ของเด็กฝาก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” ซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ยูทูบกลางดึกคืนวันที่ 8 พฤศจิกายน ก่อนจะถูกบล็อกในช่วงสายวันที่ 9 พฤศจิกายน นี่เป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ ที่ศาลรัฐธรรมนูญมิอาจกระทำการเพียงแจ้งข้อหาให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ที่นำคลิปมาเผยแพร่ตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้แล้ว
ไม่ว่า ผู้ที่ใช้นามว่า ohmygod3009 ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่คลิปลับทั้งสามภาคจะเป็นใคร หรือจะทิ้งรอยเท้าไว้ในคอมพิวเตอร์ให้แกะรอยได้หรือไม่ นั่นก็ย่อมเป็นกระบวนการที่ต้องแยกส่วน จากการพิสูจน์ความจริงในนามศาลรัฐธรรมนูญเอง หาใช่การกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอย หรือสรุปรวบรัดว่าเป็นการตัดต่อคลิป เหมือนเช่น ข้ออ้างของผู้ต้องหาทั้งหลายที่ถูกจับได้ เช่น กรณีนายตำรวจใหญ่ที่จังหวัดตากซึ่งปรากฏพฤติกรรมส่อไปในทางชู้สาวในคลิป อ้างว่าเป็นคลิปตัดต่อ และมีผู้ไม่หวังดีกลั่นแกล้ง นี่จะผิดอะไรกับที่นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แถลงว่าการเผยแพร่คลิป เป็นกระบวนการโค่นล้มทำลายศาลรัฐธรรมนูญ
หากพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน ความพยายามที่จะโค่นล้มศาลรัฐธรรมนูญ หรือทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญน่าจะมีอยู่จริง หากพิจารณาประกอบกับคลิปชุดแรกในการพบกันระหว่างนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ กับนายวิรัช ร่มเย็น ซึ่งไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลยที่คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ จะมีกิจธุระอันใดกับอดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ คลิปต่อมา เรื่องของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน นำข้อสอบไปให้เด็กของตนก่อนวันสอบจริง จากนั้นก็เป็นคลิปยืนยันข้อเท็จจริงในคลิปที่สองโดยข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่สอบผ่านด้วยการช่วยเหลือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทั้งหมดนี้พุ่งเป้าไปที่ตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มิใช่ศาลรัฐธรรมนูญในแง่สถาบัน
คงไม่มียุคไหนอีกที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะถูกสั่นคลอนหนักหน่วงเช่นนี้ เพียงคลิปลับ ๓ ชุดนี้ ก็นับเป็นมหาอุทกภัยร้ายแรงยิ่งแล้ว ไม่แน่นักว่ายังจะมีคลิปลับ ซึ่งในทางคดีความถือเสมือนหนึ่งเป็นใบเสร็จมัดตัวผู้กระทำความผิดออกมาเผยแพร่อีกหรือไม่ และถ้าสิ่งนี้มีอยู่จริง การปิดกั้นด้วยวิธีการใดๆ ก็ตามในโลกออนไลน์นั้น ก็คล้ายกับปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ปิดได้ ก็เปิดได้ และยิ่งมีความพยายามจะปิดกั้นข้อมูลข่าวสารบนโลกอินเทอร์เน็ตเพียงใด ก็ยิ่งกระตุ้นให้ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายไปในวงกว้างมากขึ้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะต้องยืนหยัดอยู่ในหลักการธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และจะต้องหักล้างข้อกล่าวหาต่างๆ อย่างมีเหตุ มีผล อย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเชื่อถือในสถาบันศาลรัฐธรรมนูญต่อไป



