
ฝันกลางวัน !
ถ้า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หรือที่ใครต่อใครเรียกว่า เสธ.หนั่น พึงพอใจกับผลของการไปพบกับ ทักษิณ ชินวัตร ที่นอร์เวย์ เพราะเชื่อว่า ทักษิณ สนับสนุนการปรองดองภายในประเทศ ก็เป็นเรื่องที่พอจะฟังได้
แต่ถ้าจุดมุ่งหมายของเสธ.หนั่น มากกว่านั้น ถึงขั้นให้ ทักษิณ ออกหน้าแบกธงนำร่วมปรองดองก็น่าจะเป็นเรื่องที่ผิดหวัง
หรือหากเป็นอย่างที่ใครต่อใครเขาพูดลับหลัง เสธ.หนั่น ว่า มีเป้าประสงค์ส่วนตัว เสธ.หนั่น ก็อาจจะผิดหวังกับผลลัพธ์หนักเข้าไปอีก
เพราะชัดเจนว่า เรื่องที่จะเชิดเสธ.หนั่น ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในจังหวะที่หากว่าพรรคประชาธิปัตย์เกิดถูกยุบพรรค ต้องเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ก็จะเกิดสุญญากาศ ก็อาจจะมีผู้มีบารมีเสนอว่า น่าจะมีรัฐบาลแห่งชาติ ไม่มีฝ่ายค้าน ทุกพรรคมาร่วมแก้ปัญหาประเทศ
ถึงตรงนั้นแหละที่คนเขาพูดลับหลังว่า เสธ.หนั่น อาจได้เป็นนายกรัฐมนตรี
ถ้าหวังตรงนี้ เสธ.หนั่น ก็คงต้องผิดหวังแล้วล่ะ
เพราะเรื่องนี้ นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายทักษิณ พูดแล้วว่า ในการพบปะกันระหว่างทักษิณ กับ เสธ.หนั่น ไม่น่าจะมีประเด็นนี้
ซึ่งก็คงน่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะเกมการต่อสู้ของพรรคเพื่อไทยไม่ได้มองแค่หลังเลือกตั้ง
เพราะเชื่อว่า ต่อให้ชนะเลือกตั้งก็ต้องมีเหตุให้ไม่ได้ครองอำนาจ !
การต่อสู้จึงยาวนานนับ 10 สมัย
แต่ก็ไม่ได้หมายความในวันนี้พรุ่งนี้จะไม่มีแผนอื่นรองรับ
หากเบื้องหลังการจัดให้มี "พิธีกรรม" ก็เพื่อเพิ่มพลังความเชื่อ การพบปะกันระหว่าง ทักษิณ กับ เสธ.หนั่น ก็คือ พิธีกรรมดีๆ นี่เอง
เพราะ "คนวงใน" เขารู้กันดีว่า ระหว่าง เสธ.หนั่น กับ ทักษิณ คุยกันมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะติดต่อได้แล้วไปจ๊ะเอ๋กันที่นอร์เวย์ แล้วเสธ.หนั่น ก็มาคุยกับนักข่าวภายหลังว่า มีเบอร์ลับทักษิณที่คุยกันได้ตลอด
เพราะ เสธ.หนั่น นั้นก่อนหน้าก็เรียกได้เต็มปากว่า มือประสานสิบทิศ
ช่วงที่เกิดวิกฤติกับทักษิณ ที่สภาขอเปิดอภิปรายทั่วไปเรื่องขายหุ้นชินคอร์ปให้เทมาเส็ก โดยไม่มีการลงมติ แล้วทักษิณ ตัดสินใจยุบสภาหนี ท่ามกลางความไม่พอใจของกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น ก็ เสธ.หนั่น นี่แหละที่เสนอให้ทักษิณไปต่างประเทศ
แถมยังกำชับด้วยว่า "ไปให้นานๆ เลย ไม่ต้องห่วงทางนี้"
ไม่รู้เพราะฤทธิ์ไวน์ขวดเกินแสน หรือมึนกับมรสุมการเมืองที่โหมกระหน่ำ หลังจากหันหน้าไปสบตากับ "มังกรสุพรรณ" และเจ้าของบ้านย่านราชวิถี ทักษิณ ก็ตกลงเอาตามที่เสธ.หนั่น ว่า
ซึ่งการหลบมรสุมการเมืองไปต่างประเทศ ก็เป็นเรื่องที่นักการเมืองบ้านเราใช้กันบ่อยๆ เพียงแต่ว่า กรณีทักษิณที่ไปนั่น ใครจะรู้ว่า ไปแล้วยาวเลยจริงๆ
เพราะหลังจากนั้นไม่นาน คมช.ก็ยึดอำนาจ !
การพบปะกับเสธ.หนั่นครั้งนี้ ไม่รู้มีรำลึกเหตุการณ์วันก่อนบ้างหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เกมที่ทักษิณวางไว้ในอนาคตยาวๆ ข้างหน้า ไม่มีชื่อ เสธ.หนั่น
ยกเว้นระยะใกล้ๆ นี้ ที่จำเป็นต้องใช้สะพาน เสธ.หนั่น เพื่อทอดไมตรีเดินเข้าสู่กระบวนการปรองดอง เผื่อฟลุกว่า ผู้มีบารมีจะอารีเห็นความเป็นเด็กดีโอนอ่อนผ่อนปรนบางเรื่องบางอย่างให้บ้าง
เพราะหากเล่นไม้แข็ง ทักษิณ ย่อมรู้ดีว่า จะเจอของแข็งสวนกลับ ผลลัพธ์และผลร้ายก็จะตกอยู่กับพรรคเพื่อไทย
ก็ใครจะอยู่กับพรรคที่ดูเหมือนจะมีเจ้าของร่ำรวย แต่ไร้อนาคต หมดทางเข้าสู่อำนาจ
ยิ่งแรง ยิ่งนาน ก็ยิ่งหดเล็กลง เป็นไปตามธรรมชาติอยู่แล้ว
การเดินหมากเช่นนี้ พร้อมกับจัดวางยุทธศาสตร์ โดยจัดกลุ่มส.ส.เข้าไปศึกษา และเดินตามแนวทางที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็น ยุทธศาสตร์น้ำ ยุทธศาสตร์เกษตรในพื้นที่ภาคอีสาน หรือยุทธศาสตร์พลังงาน การกำหนดยุทธศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ ไม่เพียงสร้างประเด็น และหาความรู้จริง แต่ยังทำให้กลุ่มส.ส.ที่แบ่งแยกย่อยกัน ไปเกาะเกี่ยวในนามกลุ่มยุทธศาสตร์ที่มีจำนวนที่ค่อนข้างแน่นอน และการดูแลก็ง่าย
ส.ส.ที่มองไม่เห็นอนาคตของพรรค พอโดนพรรคอื่นมาจีบ จะได้ไม่ขาสั่นเอาง่ายๆ
เพราะในวันนี้ หลายต่อหลายคนก็เริ่มไม่กล้าสบตากันแล้ว
ขณะที่แกนนำก็ยังเชื่อว่า "เลือดยังไหลไม่หยุด"
เพราะฉะนั้น เมื่อ เสธ.หนั่น ทอดสะพานไมตรีมาให้ แถมยังจัดพิธีกรรมเสร็จสรรพ และสารพัดยุทธวิธีที่ทุ่มลงไปล้วนสูญเปล่า แนวทางนี้เป็นแนวทางที่มีแต่คนโง่ที่จะปฏิเสธ
ซึ่งใครก็รู้ว่า ทักษิณ ฉลาดแค่ไหน
ก็อย่างที่บอกแต่แรก หากพอใจแค่คำยืนยันว่า ทักษิณ พร้อมจะร่วมปรองดอง มันก็พอได้
แต่ถ้าไปคาดหวังว่า ทักษิณ จะเป็นผู้ที่ลงมือชักนำให้ทุกฝ่ายปรองดองอย่างที่แอบหวังไว้เล็กๆ ตั้งแต่ก่อนที่ เสธ.หนั่น จะไปพบ ก็คิดเสียว่า ตื่นจากฝันกลางวันแล้ว
ศรายุทธ สายคำมี ณยา จิตตานนท์



