
แดงเก่า-แดงใหม่"สังคมนิยม" ผลัดใบ
เปิดตัวกันอย่างเงียบๆ แต่เต็มไปด้วยนัยแฝงเร้นทางการเมือง ให้ตีความกันหลากหลายแง่มุม สำหรับ "พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย" พรรคการเมืองเก่าแก่
ที่ครั้งหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย จารึกเอาไว้ว่าได้ขึ้นทะเบียนเป็นพรรคการเมืองในระบบเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2517 มี "พ.อ.สมคิด ศรีสังคม" เป็นประธานพรรคคนแรก ส่วนกลุ่มริเริ่มก่อตั้ง มีอาทิ นายไขแสง สุกไส นายอินสร บัวเขียว ดร.บุญสนอง บุณโย นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายชัยวัฒน์ สุรวิชัย เป็นต้น
พรรคสังคมนิยมฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการส่ง ส.ส.ลงสมัครรับเลือกตั้ง ในปี 18 มกราคม 2518 โดยได้ ส.ส.ทั้งหมด 15 คน หนึ่งในนั้นมี ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน รวมอยู่ด้วย
แต่ด้วยสภาวะทางการเมืองที่ยังคุกรุ่นไปด้วยความขัดแย้งทางอุดมการณ์ของคนในชาติทำให้พรรคนี้มีอายุขัยเพียง 3 ปี เพราะหลังจากเหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษาเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 พรรคสังคมนิยมก็กลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตของอำนาจรัฐ ทำให้ต้องย้ายถิ่นฐานไปบัญชาการกันในป่าเขา แล้วก็สลายตัวไปในที่สุด แม้ต่อมาจะมีความพยายามจะสานต่ออุดมการณ์แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จดังเช่นในอดีต
ปี 2552 พรรคที่มีสัญลักษณ์ "สี่เคียวเกี่ยวกันในฟันเฟือง" กำลังจะก่อตัวขึ้นมาอีกรอบ โดยการขับเคลื่อนนักกิจกรรมรุ่นกลาง อย่าง "เอก มงคล" ซ้ายใหม่วัย 43 ปี ผู้ยังฝักใฝ่ในแนวทาง "สังคมนิยม" และผองเพื่อนนักวิชาการ อีกจำนวนหนึ่ง ด้วยความตั้งใจจะสานต่อเจตนารมณ์ของคนรุ่นก่อน แต่ปรากฏว่าเส้นทางการเมืองสายนี้ ยังมีมนต์ขลัง ไม่ใช่ใครจะมาเดินตามรอยกันง่ายๆ
จุดเริ่มต้นของสังคมนิยม ยุคดิจิทัล จึงถูก "คอมเก่า" อย่าง "ประสาร มฤคพิทักษ์" ดักคอเอาแรงๆ แบบไม่ปรานี
"ผมเองเคยเป็นกรรมการบริหารพรรคนี้ แต่ไม่เคยได้รับการติดต่อปรึกษาหารือว่าจะฟื้นพรรคกันเลย เพราะเขาคงรู้ว่าผมคงไม่เอาด้วย เพราะคนที่จะมาทำพรรคใหม่ ดูจากรายชื่อแล้ว ล้วนเคลื่อนไหวร่วมกับเสื้อแดง ทำให้เกิดคำถามว่าพรรคจะทำงานเพื่อตอบสนองสังคมหรือทักษิณ กลายเป็นอะไหล่หรือแค่กางเกงให้ระบอบทักษิณ เปลี่ยนทิ้งนอกจากพรรคเพื่อไทย ผมไม่อยากให้ใช้สถานการณ์มาฉวยโอกาส อ้างอุดมการณ์ของคนรุ่นก่อนเพราะจิตวิญญาณของคนรุ่นก่อนกับคนรุ่นนี้มันแตกต่างกัน คนรุ่นนั้นต่อสู้กับจักรวรรดินิยม แต่คนรุ่นนี้เป็นอะไหล่ให้ทักษิณ มีป้ายทักษิณแขวนอยู่บนหน้าผากทั้งนั้นจะทำให้สังคมสับสน"
ขณะที่ "เอก" เลขาธิการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ยุคปี 2552 ยืนยันว่า การฟื้นพรรคสังคมนิยมขึ้นมาในครั้งนี้ได้รับฉันทานุมัติจากแกนนำพรรคในยุคก่อตั้งหลายคน โดยในวันที่ประชุมเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคก็ยังมีนายอินสร บัวเขียว อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ของพรรคสังคมนิยมฯ อยู่ในที่ประชุมด้วย ขณะที่อีกหลายคนทั้งนักกิจกรรม นักการเมือง ต่างก็รับรู้ความเคลื่อนไหวนี้อย่างใกล้ชิด
ส่วนที่ว่าพรรคนี้จะเป็นพรรคสีแดงหรือของทักษิณนั้น "เอก" บอกว่า คนที่เชื่อในสังคมนิยมมีอยู่ทุกฝ่าย ทั้งเหลืองทั้งแดง แต่ตอนนี้สีเหลืองยังมีภารกิจต่อเนื่องที่ต้องสนับสนุนรัฐบาล ขณะที่สีแดงยังเคลื่อนไหวอิสระมากกว่า จึงไม่ปฏิเสธว่าสีแดงอาจจะเป็นพวกเรามากกว่า แต่มันก็ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่นั้น เพราะแม้แต่นักการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์หลายคนที่มองไม่เห็นแนวทางความสำเร็จได้ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะกลับมาอยู่ที่พรรคสังคมนิยม เป็นปรากฏการณ์ที่หลายคนเรียกว่า "การกลับบ้าน"
หรือการขบเหลี่ยมกันของ "แดงเก่า" กับ "แดงใหม่" ระหว่าง "สังคมนิยมฯ" 2 ยุค เป็นจุดปะทะหนึ่งที่ทำให้เห็นการผลัดใบของ "สีแดง" จากวันนั้นถึงวันนี้
"สังคมนิยมฯ" ในยุคที่แม่ทัพใหญ่ของ "ขบวนการสีแดง" ชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" จะไปรอดบนเส้นทางสายอุดมการณ์ได้สักกี่น้ำ ถึงเวลาผู้ที่รับไม้ต่อทางประวัติศาสตร์ต้องพิสูจน์
เสถียร วิริยะพรรณพงศา



